Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

ผลการคัดเลือก "ศิลปินแห่งชาติ" พุทธศักราช ๒๕๕๖

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
ไปตามตะวัน...



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 625

ตอบตอบเมื่อ: Thu Jan 16, 2014 7:25 pm    เรื่อง: ผลการคัดเลือก "ศิลปินแห่งชาติ" พุทธศักราช ๒๕๕๖ ตอบโดยอ้างข้อความ

กวช.ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๖

วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๗ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ได้แถลงข่าวประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๖ จำนวน ๙ คน ดังนี้

๑. สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่

๑.๑ นายช่วง มูลพินิจ (จิตรกรรม)
๑.๒ นายธีรพล นิยม (สถาปัตยกรรม)

๒. สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่

๒.๑ นางรำไพพรรณ สุวรรณสาร ศรีโสภา (โสภาค สุวรรณ)
๒.๒ นายวินทร์ เลี้ยววาริณ (วินทร์ เลียววาริณ)
๒.๓ นายเจริญ มาลาโรจน์ (มาลา คำจันทร์)

๓. สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่

๓.๑ นางนิตยา รากแก่น (บานเย็น รากแก่น) (การแสดงพื้นบ้าน - หมอลำ)
๓.๒ นายยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) (ดนตรีไทยสากล)
๓.๓ นายบุญฉลอง ภักดีวิจิตร (ฉลอง ภักดีวิจิตร) (ผู้กำกับ - ผู้สร้างภาพยนตร์และละครโทรทัศน์)
๓.๔ นายเฉลิม ม่วงแพรศรี (ดนตรีไทย)







สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประกอบด้วย ๓ หลักเกณฑ์ใหญ่ ดังนี้

เกณฑ์ที่ ๑. คุณสมบัติของศิลปินแห่งชาติ

ซึ่งมี ๖ ประการ ได้แก่ เป็นผู้มีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู่ในวันประกาศยกย่อง / เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะในสาขานั้น / เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะในสาขาที่ได้รับการประกาศยกย่อง / เป็นผู้ผดุง ถ่ายทอด เผยแพร่ หรือเป็นต้นแบบศิลปะในสาขาที่ได้รับการประกาศยกย่อง / เป็นผู้มีคุณธรรม ทุ่มเท และเสียสละเพื่องานศิลปะ / และเป็นผู้มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ

เกณฑ์ที่ ๒. คุณค่ามาตรฐานผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ

ผลงานต้องสื่อให้เห็นถึงคุณค่าในความดี ความจริง ความงาม อารมณ์ และคุณค่าทางจิตวิญญาณ แสดงออกถึงแนวคิด สร้างพลังความรู้และพัฒนาสติปัญญาแก่มนุษยชาติ ก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ และส่งเสริมจินตนาการ และเป็นผลงานสร้างสรรค์มีเอกลักษณ์ มีทักษะสูงส่ง มีกลวิธีเชิงสร้างสรรค์ ไม่แสดงเจตนาหรือจงใจคัดลอกหรือเลียนแบบผลงานของผู้อื่นทั้งเปิดเผยและแอบแฝง

เกณฑ์ที่ ๓. การเผยแพร่และยอมรับคุณค่าผลงานของศิลปินแห่งชาติ

ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นศิลปินแห่งชาติ จะต้องมีการเผยแพร่ผลงานและได้รับการยอมรับ คุณค่าในผลงาน ดังนี้ เป็นผลงานที่ได้รับการจัดแสดง ถ่ายทอดหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐาน อ้างอิง โดยเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด พัฒนาการทางงานศิลปะอย่างเด่นชัด และเป็นผลงานได้รับรางวัล หรือเกียรติคุณระดับภูมิภาค ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ


โดยการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ จะคัดเลือกใน ๓ สาขา ได้แก่

๑. สาขาทัศนศิลป์ หมายถึง ศิลปะที่มองเห็นได้ด้วยตา แบ่งเป็น วิจิตรศิลป์ และประยุกต์ศิลป์ ส่วนที่เป็น วิจิตรศิลป์ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม และภาพถ่าย ส่วนประยุกต์ศิลป์ ได้แก่ สถาปัตยกรรมแบบประเพณีและร่วมสมัย / มัณฑศิลป์ / การออกแบบผังเมือง / การออกแบบอุตสาหกรรม และประณีตศิลป์ เป็นต้น

๒. สาขาวรรณศิลป์ หมายถึง บทประพันธ์ที่แต่งอย่างมีศิลปะทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง มีองค์ประกอบที่สำคัญคือ ความรู้สึกสะเทือนใจ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการและกลวิธีเสนอเรื่องที่น่าสนใจ

๓. สาขาศิลปะการแสดง หมายถึง ศิลปะที่มีการแสดง ซึ่งเป็นได้ทั้งวิจิตรศิลป์ ประยุกต์ศิลป์ รวมทั้งศิลปะพื้นบ้าน ได้แก่ การแสดง ดนตรี และการแสดงพื้นบ้าน โดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ดังนี้
๓.๑ ดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย
๓.๒ ดนตรีสากลและนาฏศิลป์สากล
๓.๓ ภาพยนตร์และละคร

นับตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ และประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติในปีแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ จนปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๕๖) มีศิลปินสาขาต่างๆ ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติแล้วรวม ๒๔๖ คน เสียชีวิตไปแล้ว ๑๐๑ คน มีชีวิตอยู่ ๑๔๕ คน

สำหรับผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับเงินตอบแทน เดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท และสามารถเบิกเงินสวัสดิการเพื่อการรักษาพยาบาลได้ตามระเบียบราชการ รวมทั้งมีค่าช่วยเหลือเมื่อประสบสาธารณภัย ครั้งละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท และหากเสียชีวิตจะมีค่าช่วยเหลืองานบำเพ็ญกุศลศพ ๒๐,๐๐๐ บาท ค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิต ๑๕๐,๐๐๐ บาท เป็นต้น

อนึ่ง ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ที่ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ จะเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ซึ่งตรงกับวันศิลปินแห่งชาติ และในวันดังกล่าวจะมีงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ศิลปินแห่งชาติ พร้อมกิจกรรมการแสดงและนิทรรศการศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยด้วย


จึงขอเชิญชวนเยาวชนและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

Arrow http://www.culture.go.th/thai/index.php?option=com_content&view=article&id=2549:2014-01-16-10-42-04&catid=34:news&Itemid=351

Very Happy Very Happy Very Happy
_________________
ไปตามตะวัน...
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
หน่อง



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 911

ตอบตอบเมื่อ: Thu Jan 16, 2014 9:26 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

คำประกาศเกียรติคุณ
นายเฉลิม ม่วงแพรศรี
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย)

นายเฉลิม ม่วงแพรศรี ปัจจุบันอายุ ๗๖ ปี เกิดวันที่ ๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๑ ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาอักษรศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเฉลิม ม่วงแพรศรี มีความสนใจดนตรีไทยมาตั้งแต่เยาว์วัย เริ่มหัดดนตรีครั้งแรกโดยการซื้อซอจีนมาฝึกสีด้วยตนเอง ต่อมามีโอกาสเรียนซอด้วงกับครูจำลอง อิศรางกูร ณ อยุธยา ครูโองการ กลีบชื่น และเรียนซอสามสายกับพระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตะเสวี) เมื่อเข้ารับราชการที่วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร จึงได้ศึกษาหาความรู้ในการบรรเลงซอชนิดต่างๆ เพิ่มเติมจากหลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) นางสนิทบรรเลงการ (ละเมียด จิตตะเสวี) และครูประเวช กุมุท เป็นต้น
นายเฉลิม ม่วงแพรศรี เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการบรรเลงซอชนิดต่าง ๆ ทั้งซอด้วง ซออู้ และซอสามสายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะซอสามสายถือได้ว่าเป็นเอตทัคคะคนหนึ่งของประเทศ อีกทั้งเป็นผู้เข้าใจแบบแผนการบรรเลงวงเครื่องสายและวงมโหรีตามขนบนิยมเป็นอย่างดี จึงได้รับเกียรติจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เชิญไปถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษามาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า ๕๐ ปี ผลิตนักดนตรีไทยทั้งนักดนตรีอาชีพและนักดนตรีสมัครเล่นไว้จำนวนมาก นอกจากนี้ นายเฉลิม ม่วงแพรศรี ยังมีความสามารถในการประพันธ์เพลงเป็นอย่างยิ่ง ผลงานเพลงที่ประพันธ์ไว้ได้แก่ เพลงเฉลิมศิลป์ เพลงบัวกลางบึง เถา เพลงนพรัตน์ และทางเดี่ยวซอชนิดต่าง ๆ รวมกันกว่า ๔๐ เพลง
นายเฉลิม ม่วงแพรศรี ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสืบสานและถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรีไทยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน อีกทั้งยังมีผลงานการสร้างสรรค์เป็นที่ประจักษ์ จึงทำให้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากหลายองค์กร อาทิ ได้รับรางวัลครูภูมิปัญญาไทย จากสภาการศึกษาแห่งชาติ รางวัลคนดีสร้างคนดี จากมูลนิธิระพี-กัลยา สาคริก ได้รับการยกย่องให้เป็นเสาหลักของแผ่นดินด้านดนตรีไทย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันนายเฉลิม ม่วงแพรศรี ยังคงทำหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้และเผยแพร่ศิลปะการดนตรีของชาติอย่างต่อเนื่องเสมอมา
นายเฉลิม ม่วงแพรศรี จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศักราช ๒๕๕๖
_________________
ไผ่กอนี้มีเสียงเพลง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
หน่อง



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 911

ตอบตอบเมื่อ: Thu Jan 16, 2014 9:29 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ประวัติชีวิตและผลงาน
นายเฉลิม ม่วงแพรศรี
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย)


นายเฉลิม ม่วงแพรศรี ปัจจุบันอายุ ๗๖ ปี เกิดวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ที่วชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ประวัติการศึกษา
การศึกษาวิชาสามัญ
พ.ศ. ๒๔๙๔ สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนสมอราย จังหวัดนครราชสีมา
พ.ศ. ๒๕๐๐ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนมัธยมวัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๐๐ เข้าศึกษาที่โรงเรียนบพิตรภิมุข แต่ลาออกมาศึกษาต่อที่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓
พ.ศ. ๒๕๐๗ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การศึกษาดนตรีไทย
ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี มีความสนใจดนตรีไทยมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย ท่านเริ่มหัดดนตรีครั้งแรกด้วยการซื้อซออู้จีนมาหัดเอง โดยอาศัยโน้ตเพลงที่ซื้อมาจากร้านดุริยบรรณ หลังจากนั้นครูเฉลิมได้รู้จักกับคุณประเสริฐ มณีธร ท่านจึงพาไปฝากเรียนซอด้วงกับครูจำลอง อิศรางกูร ณ อยุธยา โดยได้หัดตั้งแต่เพลงพื้นฐานจนถึงเพลงที่ยากขึ้นตามลำดับ เช่น เพลงแป๊ะ สามชั้น เพลงสาลิกาชมเดือนเถา เพลงสารถีสามชั้น เพลงแขกไทร สองชั้น และเพลงขอมใหญ่สองชั้น เป็นต้น
ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๒ ครูเฉลิมมีโอกาสได้รู้จักกับหม่อมเจ้าหญิง ศรีอัปสร วรวุฒิ (นักดนตรีในวงเตชะเสนีย์ และวงของครูโองการ กลีบชื่น) ท่านได้พาครูเฉลิม มาพบและฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับครูโองการ กลีบชื่น ได้ให้ความเมตตาต่อเพลงให้มากมายทุกประเภท และนอกจากการต่อเพลงตามปกติแล้วครูเฉลิมยังมีโอกาสร่วมบรรเลงกับวงดนตรีคณะกลีบชื่น และอาทรศิลป์ อยู่เสมอ รวมทั้งได้บรรเลงซอด้วงออกอากาศทางสถานีวิทยุกับวงดนตรีดังกล่าวเป็นประจำ
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ขณะที่เข้าศึกษาในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครูเฉลิมได้รู้จักกับคุณดวงใจ เลขะกุล (บุตรสาวอาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน) และคุณมาลิทัศน์ พรหมทัศน์เวที ซึ่งเป็นเพื่อนกับบุตรชายพระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตะเสวี) ทั้งสองจึงได้พามาพบและขอเรียนซอสามสายจากท่าน และนับเป็นก้าวแรกของครูเฉลิม ม่วงแพรศรี ที่เริ่มฝึกหัดซอสามสายอย่างจริงจัง โดยเริ่มเรียนตั้งแต่พื้นฐานการใช้นิ้ว การใช้คันชัก ตามแบบราชสำนักที่พระยาภูมีเสวินได้รับการถ่ายทอดมาจากเจ้าเทพกัญญา บูรณพิมพ์ ทั้งนี้ การสืบสานวิธีการบรรเลงซอสามสายในสายของพระยาภูมีเสวินนั้นเป็นที่ยอมรับในวงการดนตรีไทยว่าถูกต้องตามแบบแผนและงดงามลงตัวตามแบบฉบับซอสามสายในราชสำนักโดยแท้ ครูเฉลิมได้หัดซอสามสายกับพระยาภูมีเสวินตั้งแต่เพลงขับไม้บัณเฑาะว์ เพลงตับต้นเพลงฉิ่ง เพลงทะแย ไปจนถึงเพลงที่สูงขึ้นตามลำดับ เช่น เพลงสุรินทราหู และเพลงแขกมอญ เป็นต้น ระหว่างที่เรียนซอสามสายกับพระยาภูมีเสวินอยู่นี้ ครูเฉลิมจะไปร่วมบรรเลงออกอากาศรายการวิทยุคลื่นสั้นของกรมประชาสัมพันธ์กับท่านอยู่เสมอ ทุก ๆ วันอังคารและวันพฤหัสบดี
ในช่วงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ครูเฉลิมสอบเข้ารับราชการได้ที่โรงเรียนนาฏศิลป กรมศิลปากร(ปัจจุบันคือวิทยาลัยนาฏศิลป) ในตำแหน่งอาจารย์วิชาภาษาไทย แต่ด้วยความรักในดนตรีไทยจึงทำให้ท่านได้รู้จักกับครูดนตรีอาวุโสอีกหลายท่าน ประกอบกับการที่มีโอกาสไปบรรเลงดนตรีไทยตามงานต่างๆ อยู่เสมอ จึงทำให้ท่านคุ้นเคยกับนักดนตรีที่มีฝีมืออีกเป็นจำนวนมาก เช่นหลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) ครูเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล นางสนิทบรรเลงการ (ละเมียด จิตตะเสวี) และครูประเวช กุมุท เป็นต้น ทำให้ครูเฉลิมได้มีโอกาสศึกษาความรู้จากท่านเหล่านั้นมากมายในลักษณะครูพักลักจำบ้าง จากการสอบถามเทคนิคและแนวทางการบรรเลงบ้าง ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกศิษย์โดยตรงแต่ก็ได้รับความเมตตาอยู่เป็นเนืองนิตย์ โดยเฉพาะหลวงไพเราะเสียงซอนั้นมักจะปรารภกับผู้อื่นเสมอว่าท่านสีซออย่างไรครูเฉลิมก็จะจำไปหมด สีซอได้ฉลาดเฉลียว
ด้วยเหตุที่ครูเฉลิมมีประสบการณ์ด้านดนตรีไทย โดยเฉพาะได้เรียนรู้เทคนิคและแนวทางการบรรเลงซอชนิดต่างๆ ที่หลากหลาย ประกอบกับยอมรับและเห็นคุณค่าในความงามที่แตกต่างกันไปของครูแต่ละท่าน ทำให้ครูเฉลิมได้พยายามนำแนวทางต่างๆ มาฝึกฝน หลอมรวม และปรับปรนให้เป็นแนวทางของตนเองในการสร้างสรรค์ศิลปะการบรรเลงซอด้วง ซออู้ และซอสามสายได้อย่างกลมกลืนลงตัว โดยอยู่ในขนบของการบรรเลงดนตรีไทยที่เป็นแบบแผน และเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในวงการดนตรีไทยว่าแนวทางการบรรเลงซอด้วง ซออู้ และซอสามสายของท่านมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความวิจิตรไพเราะเป็นอย่างยิ่งอีกแนวทางหนึ่ง

ประวัติการทำงาน
พ.ศ. ๒๕๐๘ – ๒๕๑๐ เข้ารับราชการที่โรงเรียนนาฏศิลป กรมศิลปากร ในตำแหน่งอาจารย์วิชาภาษาไทย
พ.ศ. ๒๕๑๐ – ๒๕๑๒ ปฏิบัติงานที่กองทัพอากาศออสเตรเลีย โดยทำหน้าที่สอนภาษาไทยในฐานทัพอากาศ พอยน์ทคุก กรุงเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย
พ.ศ. ๒๕๑๓ – ๒๕๔๔ กลับเข้ารับราชการอีกครั้งที่วิทยาลัยนาฏศิลป จนเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งอาจารย์วิชาภาษาไทย แต่ด้วยท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านดนตรีไทย ครูประสิทธิ์ ถาวร จึงขอให้ท่านช่วยสอนซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย ให้แก่นักเรียน นักศึกษาของวิทยาลัยนาฏศิลปอีกด้วย
พ.ศ. ๒๕๔๔ – ๒๕๕๔ เข้าทำงานในตำแหน่งอาจารย์ประจำภาควิชาศิลปนิเทศ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยทำหน้าที่สอนซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย ให้แก่นิสิตสาขาวิชาดุริยางค์ไทย ตั้งแต่ทักษะและเพลงพื้นฐานจนถึงทักษะการเดี่ยวเพลงชั้นสูง

การสร้างสรรค์ผลงาน
ผลงานการประพันธ์เพลงใหม่
ครูเฉลิมได้ประพันธ์เพลงใหม่ไว้ ๓ เพลง ด้วยกัน คือ
เพลงนพรัตน์ แต่งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๕ เพื่อให้นักศึกษาชุมนุมดนตรีไทย มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ ไปบรรเลงในงานของชุมนุม เป็นเพลงที่มีจังหวะลีลาที่สนุกสนาน
๒. เพลงเฉลิมศิลป์ แต่งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ เมื่อครั้งก่อตั้งวงดนตรีคณะเฉลิมศิลป์ เป็นเพลงประจำวง ใช้บรรเลงนำก่อนการบรรเลงเพลงอื่นๆ เป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยไม่ได้ยึดทำนองของเพลงใดๆ เป็นหลัก เพลงนี้เป็นเพลงสำเนียงมอญที่มีลีลาอ่อนหวานและมีสำนวนกลอนที่เป็นแบบฉบับของครูเฉลิม นับเป็นเพลงสองชั้นสั้นๆ ที่ไพเราะน่าฟังยิ่งอีกเพลงหนึ่ง
๓. เพลงบัวกลางบึง เถา แต่งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๘ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงบัวกลางบึงของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ขับร้องโดยคุณมัณฑนา โมรากุล เพลงนี้ต้นฉบับเดิมเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเศร้าสร้อย คร่ำครวญ มีท่วงทำนองและเนื้อร้องไพเราะกินใจ ทั้งยังมีลักษณะใกล้เคียงกับเพลงไทยสำเนียงมอญเป็นอย่างมาก ด้วยความชื่นชอบเพลงบัวกลางบึงเป็นการส่วนตัว ครูเฉลิมจึงได้นำเพลงนี้มากำหนดให้เป็นอัตราจังหวะสองชั้น และขยายขึ้นเป็นอัตราจังหวะสามชั้น และตัดลงเป็นอัตราจังหวะชั้นเดียวจนครบเป็นเพลงเถา อีกทั้งยังได้ทำทางเปลี่ยนไว้ในทุกอัตราจังหวะ โดยรักษาทำนองเดิมไว้ในอัตราจังหวะสองชั้นเที่ยวแรกทุกประการ ทั้งนี้ครูเฉลิมได้ยึดอารมณ์ ลีลา และสำเนียงของเพลงเดิมไว้ให้มากที่สุดเมื่อนำมาทำเป็นเพลงเถา นับเป็นเพลงที่ไพเราะน่าฟังมากอีกเพลงหนึ่ง
นอกเหนือจากการประพันธ์เพลงใหม่ๆ แล้วครูเฉลิมยังได้ประพันธ์ทำนองทางเปลี่ยนสำหรับการบรรเลงเพลงสองชั้นขึ้นไว้หลายเพลงด้วยกัน เช่น เพลงขึ้นพลับพลา เพลงแขกพราหมณ์ (สำเนียงจีน) เพลงกล่อมนารี เป็นต้น นอกจากนี้ ครูเฉลิมยังได้ตัดเพลงแขกมอญชั้นเดียวลงเป็นอัตราจังหวะครึ่งชั้นเพื่อให้นิสิตเกษตรศาสตร์ บรรเลงออกท้ายเพลงแขกมอญเถาอีกด้วย
ผลงานการประพันธ์ทางเดี่ยวเครื่องดนตรี
ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี ได้ประพันธ์ทางเดี่ยวสำหรับซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย ไว้หลายเพลงด้วยกัน ทางเดี่ยวเหล่านี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์การบรรเลงและการเรียนรู้เทคนิคและแนวทางการบรรเลงซอของครูท่านต่างๆ อาทิ พระยาภูมีเสวิน หลวงไพเราะเสียงซอ ครูเทวาประสิทธิ์ พาทยโกศล และครู ประเวช กุมุท
ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี ได้ประพันธ์ทางเดี่ยวซอโดยใช้กรอบตามขนบนิยมและระเบียบวิธีของดุริยางค์ไทยตามแบบแผนที่สืบทอดกันมา แต่มีลีลาและสำนวนเพลงเป็นของตนเองซึ่งแสดงอัตลักษณ์ทางดนตรีของท่านได้เป็นอย่างดี เพลงที่แต่งทางเดี่ยวไว้มีดังนี้
๑. ทางเดี่ยวซอด้วง ได้แก่ เพลงสารถี สามชั้น เพลงสุดสงวน สามชั้น นางครวญ สามชั้น หกบท เถา สร้อยมยุรา สามชั้น สุรินทราหู สามชั้น นกขมิ้น สามชั้น ม้าย่อง สองชั้น นารายณ์แปลงรูป สามชั้น ฯลฯ
๒. ทางเดี่ยวซออู้ ได้แก่ เพลงสารถี สามชั้น สุดสงวน สามชั้น นางครวญ สามชั้น หกบท เถางสุรินทราหู สามชั้น นกขมิ้น สามชั้น พญาโศก สามชั้น ฯลฯ
๓. ทางเดี่ยวซอสามสาย ได้แก่ เพลงสารถี สามชั้น หกบท เถา สุรินทราหู สามชั้น ปลาทอง สามชั้น พญาโศก สามชั้น ฯลฯ
ผลงานการประพันธ์บทขับร้อง
เนื่องจากครูเฉลิม ม่วงแพรศรี จบการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเลือกเรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอก กอปรกับมีความรักในวรรณคดีไทยเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งท่านยังมีความสนใจและชมชอบในการประพันธ์บทร้อยกรอง เมื่อเข้ารับราชการที่วิทยาลัยนาฏศิลป ครูเฉลิม จึงได้รับเกียรติให้แต่งบทสำหรับขับร้องประกอบการแสดงในโอกาสพิเศษอยู่เสมอ เช่น บทถวายพระพร บทขับร้องประกอบการแสดงนาฏศิลป์ บทไหว้ครู ฯลฯ นอกจากการประพันธ์บทขับร้องให้แก่วิทยาลัยนาฏศิลปแล้วครูเฉลิมยังประพันธ์บทขับร้องประกอบการแสดงให้แก่หน่วยงานอื่นๆ อีกมากมาย เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธนาคารทหารไทย เป็นต้น
การสืบสานและสร้างสรรค์วงเครื่องสายประสมปี่มอญและซอสามสาย
แต่เดิมในวงเครื่องสายไม่เคยนำปี่มอญมาประสมวง ผู้ที่คิดทดลองประสมปี่มอญในวงเครื่องสายเป็นท่านแรกคือ ครูประสิทธิ์ ถาวร และครูเทียบ คงลายทอง บรรเลงครั้งแรกในการออกอากาศทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ในนามของวิทยาลัยนาฏศิลป โดยขับร้องและบรรเลงเพลงสุดสงวนเถา และเพลงสุรินทราหูสามชั้น มีนักดนตรีที่ร่วมบรรเลงดังนี้คือ ครูเทียบ คงลายทอง - ปี่มอญ, ครูละเมียด จิตตะเสวี - ซออู้, ครูทองดี สุจริตกุล - จะเข้, ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี - ซอด้วง, ครูบาง หลวงสุนทร - ขลุ่ยเพียงออ, ครูอุษา สุคันธมาลัย - ขับร้อง หลังจากออกอากาศไปแล้วปรากฏว่าไพเราะน่าฟังมาก เนื่องจากมีเสียงปี่มอญมาเติมเต็มช่วงเสียงทุ้มที่ขาดหายไปในวงเครื่องสาย ทำให้ได้อารมณ์และลีลาของสำเนียงมอญที่ชัดเจนขึ้น
ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี มีความประทับใจในการบรรเลงเพลงสำเนียงมอญด้วยวงเครื่องสายประสมปี่มอญเป็นอย่างมาก จึงได้เป็นผู้สืบสานต่อมาและเผยแพร่การบรรเลงในลักษณะนี้อยู่หลายครั้ง โดยท่านได้ถ่ายทอดการบรรเลงและปรับวงเครื่องสายประสมปี่มอญให้กับลูกศิษย์ในสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมทั้งแสดงเผยแพร่สู่สาธารณชนตามโอกาสอันควรอยู่หลายครั้งหลายหน ในระยะหลังได้ประสมซอสามสายเข้าไปในวงอีกชิ้นหนึ่ง เพื่อช่วยให้มีเสียงคลอร้องและเชื่อมเสียงปี่มอญกับเครื่องสายให้กลมกลืนกันยิ่งขึ้น การบรรเลงเพลงสำเนียงมอญด้วยวงเครื่องสายประสมปี่มอญและซอสามสายนี้ทำให้ได้อรรถรสของเพลงไทยสำเนียงมอญเป็นอย่างยิ่ง

การสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชนในประเทศและต่างประเทศ
ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี ได้ทำหน้าที่สร้างสรรค์และเผยแพร่การแสดงดนตรีไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมาก หลายรายการเป็นการแสดงระดับชาติและนานาชาติ ดังจะขอยกตัวอย่างเฉพาะรายการที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้
การเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชนในประเทศ
- บรรเลงซอด้วงในวงดนตรีคณะอาทรศิลป์ของครูโองการ กลีบชื่น ในการประกวดดนตรีไทยระดับประชาชน จัดโดยสถานีวิทยุประจำถิ่น (ว.ป.ถ.) โดยบรรเลงเพลงราตรีประดับดาว เถา ในรอบคัดเลือก และเพลงทยอยนอก สามชั้น ในรอบชิงชนะเลิศ ได้รับรางวัลที่ ๒ ผู้บรรเลงซอด้วง (ซึ่งขณะนั้นครูเฉลิมเป็นนักดนตรีที่มีอายุน้อยที่สุด) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗
- ร่วมบรรเลงซอสามสาย ในวงมหาดุริยางค์ เฉลิมพระเกียรติเนื่องในการสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ควบคุมการบรรเลงโดยครูประสิทธิ์ ถาวร ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
- ร่วมบรรเลงซอสามสายและซอด้วงร่วมกับวงครูดนตรีไทยอาวุโส ในงานดนตรีไทยอุดมศึกษา
โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน และร่วมทรงดนตรีด้วยเสมอ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
- ร่วมบรรเลงซอสามสายในวงมโหรีร่วมกับครูดนตรีไทยอาวุโส ในเพลงโหมโรงรัตนโกสินทร์ ในความควบคุมของอาจารย์มนตรี ตราโมท เนื่องในพิธีเปิดธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม ในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ เสด็จเป็นองค์ประธาน
- ร่วมบรรเลงซอสามสาย ในวงมหาดุริยางค์ ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ควบคุมการบรรเลงโดยครูประสิทธิ์ ถาวร ณ เวทีกลางแจ้งท้องสนามหลวง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕
- ควบคุมวงและบรรเลงซอสามสายร่วมกับวงมโหรี คณะวิชญาวาทิต ณ เรือนไทย ศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕
- บรรเลงซอสามสายในวงมโหรีร่วมกับครูดนตรีไทยอาวุโส ในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำแด่สมเด็จพระราชาธิบดีและประไหมสุหรีอากง แห่งสาธารณรัฐมาเลเชีย ในฐานะพระราชอาคันตุกะ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
- บรรเลงซอด้วงเพลงทยอยเขมร สามชั้น และบรรเลงซอสามสาย เพลงราตรีประดับดาวเถา
ในงานเชิดชูเกียรติ ๑๐๐ ปี หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕
- บรรเลงซอสามสายเพลงโหมโรงภูมิทอง และเดี่ยวซอสามสายเพลงสุดสงวน สามชั้น ในงานเชิดชูเกียรติ ๑๐๐ ปี พระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตะเสวี) ณ ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ เมื่อ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๗
- บรรเลงซออู้ประกอบการแสดงละครนอก เรื่อง สังข์ทอง ในงานพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ เวทีมหรสพสำหรับประชาชน บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙
- บรรเลงซอสามสายร่วมกับศิษย์เก่าคณะอักษรศาสตร์ โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงร่วมขับร้อง เพลงตับวิวาห์พระสมุทร ในงาน ๘๐ ปี คณะอักษรศาสตร์ ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๔๑
- บรรเลงซอสามสาย ในมหกรรมดนตรีไทยและดนตรีนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ เพลงโหมโรงมหาราช ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
- ร่วมบรรเลงซอสามสาย ในวงมหาดุริยางค์ ในงานเชิดชูเกียรติ ๑๒๐ ปี หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ควบคุมการบรรเลงโดยครูประสิทธิ์ ถาวร ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
- บรรเลงซอสามสาย ซอด้วง และซออู้รายการดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา ชุมนุมดนตรีไทยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ และ ปี พ.ศ. ๒๕๔๗
- บรรเลงซอสามสาย รายการดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา ร่วมกับครูดนตรีไทยอาวุโส คณะดุริยะประณีต ในเพลงเขมรราชบุรี สามชั้น เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
- บรรเลงซอสามสาย ในงาน “ศิษย์พบครู เชิดชูครูศิริ วิชเวช” จัดโดย คณะศิลปกรรมศาสตร์ และสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเดี่ยวซอสามสายเพลงแขกมอญ สามชั้น ร่วมกับครูศิริ วิชเวช เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑
- บรรเลงซอสามสาย ในงานวันสมเด็จพระเทพฯ ครั้งที่ ๒๓ ณ เรือนไทยหมู่ ธ ทูลกระหม่อมแก้ว “พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาไทย” ในเพลงโหมโรงมหาราช และเพลงแขกลพบุรี สามชั้น โดยมีสมเด็จพระเทพรัตน-
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน และทรงร่วมบรรเลงระนาดเอก เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒
- บรรเลงซอสามสาย ในการแสดงดนตรีไทยของครูอาวุโสแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในงานวิศิษฏ-ศิลปินปิ่นสยาม โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน พ.ศ. ๒๕๕๑ และ๒๕๕๓-๒๕๕๖
- ร่วมบรรเลงซอสามสาย ในเพลงระบำเริงอรุณในงานฉลองครบรอบ ๑๑๑ ปี ชาตกาลครูมนตรี ตราโมท ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔
- ควบคุมและบรรเลงซอสามสายในวงเครื่องสายประสมซอสามสาย คณะศิษย์ครูโองการ กลีบชื่น ในงานศิลปะบรรเลง เพลงอัมพวา ในวาระครบ ๑๓๐ ปีชาตกาล หลวงประดิษฐ์ไพราะ พ.ศ. ๒๕๕๔
- บรรเลงซอสามสายในงานสืบนามศรีศิษย์ซอพระยา จัดโดยคณะครุศาสตร์ ร่วมกับสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามโครงการบันทึกข้อมูลประวัติและผลงานครูเฉลิม ม่วงแพรศรี “เสาหลักของแผ่นดินด้านดนตรีไทย” พ.ศ. ๒๕๕๔
- บรรเลงซอด้วงและซอสามสายในงานเชิดชูเกียรติ ๑๐๐ ปี ครูทองดี สุจริตกุล ณ โรงละครแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕
- บรรเลงซอสามสายในงาน สิบสองทศวรรษวาร สานเสียงไทย ไหเราะเสียงซอ” ในวาระครบ ๑๒๐ ปีชาตกาล หลวงไพเราะเสียงซอ ณ โรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕
- บรรเลงซอสามสายในงานเชิดชูเกียรติ ๑๑๓ ปี ครูแอบ ยุวนวณิชย์ ณ อาคารแสดงดนตรี ศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๖
การเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชนในต่างประเทศ
- ร่วมบรรเลงและเผยแพร่ดนตรีไทย ในงานดนตรีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดโดยมูลนิธิญี่ปุ่น ณ โรงละครแห่งชาติญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ร่วมกับครูเทียบ คงลายทอง และครูทองดี สุจริตกุล เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗
- ร่วมบรรเลงและเผยแพร่ดนตรีไทย ในงานมหกรรมดนตรีและนาฏศิลป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดโดยมูลนิธิญี่ปุ่น ณ โรงละครแห่งชาติญี่ปุ่น กรุงโตเกียว โดยมีครูประสิทธิ์ ถาวร เป็นหัวหน้าคณะ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙
- ได้รับเชิญให้ร่วมบรรเลงและเผยแพร่ดนตรีไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จากโรงละครแห่งชาติญี่ปุ่น โดยมีครูเบ็ญจรงค์ ธนโกเศศ เป็นหัวหน้าคณะ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑
- ร่วมบรรเลงและเผยแพร่ดนตรีไทย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับเชิญจากสมาคมนักเรียนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑
ผลงานที่เผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์
- บทความ “เฉลิม ม่วงแพรศรี ไปงานสัปดาห์ดนตรีเอเชีย ที่ญี่ปุ่น พ.ศ. ๒๕๑๙” ตีพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกดนตรีไทยอุดมศึกษา ครั้งที่ ๑๑ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑
- บทความเรื่อง “บทความครูดนตรีไทย” ตีพิมพ์ในเอกสารดุริยนิพนธ์เรื่อง “ชีวประวัติและผลงานครูเฉลิม ม่วงแพรศรี" ภาควิชาดุริยางคศาสตร์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร
วิโรฒ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒
- บทความเรื่อง “ข้อคิดในการประกวดดนตรีไทย” จุลสาร โรงเรียนดนตรีศิลปบรรเลง ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕
- บทความเรื่อง “ดนตรีไทยยุคต้นรัตนโกสินทร์” ที่ระลึกงานส่งเสริมดนตรีไทยภาคใต้ ครั้งที่ ๑๔ การประกวดดนตรีไทยระดับมัธยมศึกษา ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยทักษิณ ๔ – ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓
ผลงานที่เผยแพร่ทางวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์
- บรรเลงซอด้วงร่วมกับวงเครื่องสายประสมออร์แกนของคุณประเสริฐ มณีธร ออกอากาศ
ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เดือนละ ๑ ครั้ง ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ – ๒๔๙๙
- บรรเลงซอด้วงร่วมกับวงกลีบชื่นและอาทรศิลป์ ของครูโองการ กลีบชื่น ออกอากาศ
ทางสถานีวิทยุ ๑ ป.น. และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เป็นประจำประมาณเดือนละ ๑ ครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ – ๒๕๐๗
- บรรเลงซอด้วงร่วมกับวงดนตรีของพระยาภูมีเสวิน (จิตร จิตตเสวี) ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทุกสัปดาห์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ – ๒๕๐๗
- บรรเลงซอสามสายร่วมกับวงจุฬา – ธรรมศาสตร์ ในรายการคันธรรพศาลา ออกอากาศ
ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ – ๒๕๐๗
- บรรเลงซอด้วงและซอสามสายในวงดนตรีคณะเฉลิมศิลป ซึ่งครูเฉลิมเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเอง
ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เดือนละ ๑ ครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ – ๒๕๑๙
- บรรเลงซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย ในนามวิทยาลัยนาฏศิลป ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และวิทยุศึกษา ตามวาระต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
- บรรเลงซอด้วง ซออู้ ซอสามสาย ในวงดนตรีคณะเวชศิลป์ของครูประเวช กุมุท ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
- บรรเลงซอด้วง ซอสามสาย ในวงดนตรีคณะเสาวมาศของครูทองดี สุจริตกุล ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
- บรรเลงซอสามสาย ในรายการ Love & Care ตอน “ปูชนียบุคคล ดนตรีไทย” และตอน “เครื่องดนตรีศรีแผ่นดิน” พ.ศ. ๒๕๕๔
- บรรเลงซอสามสาย ในสารคดีโทรทัศน์เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบ ๒๐๐ ปี วันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเนื่องในโอกาสครบ ๒๐๐ ปี วันครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตอนที่ ๔๖ การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซอสายฟ้าฟาด - เพลงพระราชนิพนธ์บุหลันลอยเลื่อน พ.ศ. ๒๕๕๔
ผลงานที่เผยแพร่ผ่านสื่ออื่นๆ เช่น แถบบันทึกเสียง วีซีดี ดีวีดี
- แถบบันทึกเสียงการบรรเลงเดี่ยวซอด้วงและซอสามสาย และการบรรเลงวงเครื่องสายและมโหรี ของสิทธิถาวรการดนตรี (แถบบันทึกเสียงของครูประสิทธิ์ ถาวร)
- แถบบันทึกเสียงการบรรเลงเครื่องสายผสมซอสามสาย ของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งครูละเมียด ทับสุข เป็นผู้ขับร้อง
- แถบบันทึกเสียง ๖๐ ปี ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี ของชุมนุมดนตรีไทย มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์
- ซีดีที่ระลึก ๗๒ ปี ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี ของคณะศิษย์ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี
- ซีดีวงเครื่องสายไทย คณะสายไหม ชุดราตรีชมจันทร์ จัดทำโดยสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- แถบบันทึกเสียง เดี่ยวซอสามสาย อาจารย์เฉลิม ม่วงแพรศรี จัดทำโดย บริษัท Sound place
- วีดีทัศน์การบรรเลงซออู้ตามเกณฑ์มาตรฐานสาขาวิชาและวิชาชีพดนตรีไทยขั้นที่ ๑ – ๖ จัดทำโดยทบวงมหาวิทยาลัย
- วีดีทัศน์สาธิตเครื่องดนตรีไทย – เครื่องดนตรีญี่ปุ่น จัดทำโดย JAPAN INTERNATIONAL COOPERATION AGENCY พ.ศ. ๒๕๑๗
- ซีดีบันทึกการเดี่ยวซอสามสายของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ขับร้องโดยครูสุดจิตต์ ดุริยประณีต
- ซีดีบันทึกการเดี่ยวซอสามสายของคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ดีวีดีบันทึกการแสดงการบรรเลงดนตรีไทยวิศิษฏศิลปิน พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๕๒

รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ
- ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามลำดับดังนี้ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์ช้างเผือก จตุรถาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก
- ได้รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ชั้นที่ ๕ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
- ได้รับพระราชทานเหรียญ ภ.ป.ร.ทองคำ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
- ได้รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี” จากคุรุสภาเมื่อ วันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
- ได้รับโล่เกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องในโอกาส วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปีที่ ๖๕ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒
- ได้รับพระราชทานปริญญาศึกษาศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาดุริยางค์ไทย สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔
- ได้รับโล่เกียรติคุณ ภูมิปัญญาผู้สูงอายุ สาขาศิลปกรรม จากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
- ได้รับพระราชทานเข็มวิศิษฏ์ศิลปิน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในการแสดงดนตรีไทยของครูอาวุโสแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รวม ๕ ครั้ง
- ได้รับโล่เกียรติคุณ ครูภูมิปัญญาไทย สาขาศิลปกรรม จากสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๔
- ได้รับรางวัล “คนดีสร้างคนดี” สาขา ศิลปะและวัฒนธรรม จากมูลนิธิระพี-กัลยา สาคริก
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๕



การถ่ายทอดองค์ความรู้
ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเชี่ยวชาญในเครื่องสายไทย ซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย เป็นอย่างยิ่งทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติด้วยความรักและเห็นคุณค่าดนตรีไทย ได้นำความรู้เหล่านั้นมาถ่ายทอดฝึกฝนให้กับศิษย์ด้วยความตั้งใจจริงไม่ปิดบัง อีกทั้งยังอบรมให้ศิษย์เป็นผู้ประพฤติดี รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีต่อศิษย์และผู้ร่วมงานมาโดยตลอด ด้วยความสามารถและจิตวิญญาณความเป็นครู ทำให้ได้รับเชิญจากสถานศึกษาและองค์กรต่างๆ ให้ทำหน้าที่สอนวิชาดนตรีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ดังตัวอย่างองค์กรหรือสถานศึกษาที่ได้สอนดนตรีไทยให้ ได้แก่ วิทยาลัยนาฏศิลป มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมคล วิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนจิตรลดา มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
นอกเหนือจากสอนในสถาบันการศึกษาดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี ยังได้สอนทักษะการบรรเลงซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย ในลักษณะการเรียนตามอัธยาศัยให้แก่นักเรียนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาอื่นๆ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปในศิลปะด้านการบรรเลงซอสามสาย ซอด้วงและซออู้ ที่บ้านพักในช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ -ปัจจุบัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

การทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม
ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี นอกเหนือจากการถ่ายทอดทักษะการบรรเลงดนตรีไทยให้แก่สถาบันการศึกษาและองค์กรต่าง ๆ แล้ว ยังได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านการดนตรีที่มีอยู่รับใช้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเป็นกรรมการหรือวิทยากรมากมายด้วยกัน เช่น
- เป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีเพื่อความมั่นคงของชาติ
- เป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทยของมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ถึงปัจจุบัน
- เป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทยรายการประลองเพลงประเลงมโหรี จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
- เป็นอนุกรรมการสาขาดนตรีไทยประเภทเครื่องสาย ในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานสาขาวิชาดนตรีไทย ระดับอุดมศึกษา ของทบวงมหาวิทยาลัย
- เป็นกรรมการตัดสินการประกวดเดี่ยวซอสามสาย และเครื่องสายประสมปี่พาทย์ไม้นวมของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
- เป็นกรรมการตัดสินประกวดดนตรีไทยภาคตะวันออกในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
จัดโดยมหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ถึงปัจจุบัน
- เป็นกรรมการและประธานการตัดสินประกวดดนตรีไทยชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของหมาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ – ๒๕๕๑
- เป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทย จัดโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- เป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทย จัดโดยมหาวิทยาลัยทักษิณ

- เป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทย จัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
- เป็นกรรมการการประกวดดนตรีไทยในงานลอยกระทงตามประทีป จัดโดยเมืองพัทยา
- เป็นกรรมการโครงการวงดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๕ จัดโดย
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
- เป็นกรรมการตัดสินประกวดดนตรีไทยในงานราชภัฏสังคีต จัดโดยสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ
- เป็นวิทยากรดนตรีไทย เครื่องดนตรี “ซอสามสาย” ในงานดนตรีไทยมัธยมศึกษา จัดโดยกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ - ๒๕๓๙
- เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับดนตรีไทยตามคำเชิญของสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัย
บูรพา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรมสามัญศึกษา เป็นต้น


แม้ครูเฉลิม ม่วงแพรศรี จะมีอายุ ๗๖ ปีแล้ว และสุขภาพทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา แต่ครูเฉลิมยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้านการบรรเลงซอสามสาย ซอด้วง และซออู้ รับใช้สังคมไทย ทั้งงานจากหน่วยราชการต่างๆ และงานเอกชน รวมถึงถ่ายทอดศิลปะด้านการบรรเลงดนตรีไทยให้แก่ลูกศิษย์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งสอนลูกศิษย์ที่แวะเวียนมาต่อเพลงที่บ้านในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รวมทั้งยังคงทำหน้าที่สอนให้แก่สถาบันการศึกษาต่างๆ อีกหลายสถาบันได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยเฉพาะการสอนให้แก่นิสิตนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโทจากสถาบันต่างๆ ทำให้ครูเฉลิมต้องคิดสร้างสรรค์งานศิลปะทางเดี่ยวเครื่องดนตรีใหม่ๆเพิ่มขึ้น เพื่อให้นิสิตนักศึกษาเหล่านั้นได้รับความรู้เพิ่มขึ้นมากที่สุดตามศักยภาพของแต่ละคน
ด้วยความรักและตระหนักในคุณค่าของศิลปะด้านดนตรีไทยเป็นอย่างยิ่ง แม้ในขณะนี้จะมีสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ เชิญครูไปถ่ายทอดการสร้างสรรค์งานศิลปะหรือเป็นกรรมการในการตัดสินการประกวดต่างๆ ครูก็จะไปร่วมกิจกรรมเสมอ ไม่ว่าจะใกล้ไกลเพียงใด และไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ครูมีปณิธานที่มุ่งมั่นในการธำรงรักษาดนตรีไทยอันเป็นศิลปะชั้นสูงของชาติ และตั้งใจมาโดยตลอดว่าจะสร้างสรรค์และถ่ายทอดความรู้ศิลปะด้านดนตรีไทยที่มีอยู่เพื่อสืบสานศิลปะอันทรงคุณค่านี้ต่อไปจนกว่าจะหมดกำลัง

ปัจจุบัน พักอยู่บ้านเลขที่ ๑๔๕ หมู่ ๑๑ ซอยอ่อนนุช ๗๔ ถนนสุขุมวิท ๗๗ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ ๐ ๒๗๒๑ ๐๙๔๕
_________________
ไผ่กอนี้มีเสียงเพลง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group