Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

ได้เรียน-ได้รู้ กับ "ครูตั๊ก"
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, ... 14, 15, 16  ถัดไป
 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Mon Feb 20, 2012 7:57 am    เรื่อง: เพลงญี่ปุ่นฉะอ้อน 3 ชั้น ท่อน 2 (ตีขิมกับครูตั๊ก) ตอบโดยอ้างข้อความ



วันนี้จะมาตีขิมเพลงญี่ปุ่นฉะอ้อนทำนอง 3 ชั้น ท่อน 2 ให้ฟังกันบ้างนะครับท่อน 2 นี้ก็คือ "ทางเปลี่ยน" ของ ท่อน 1 นั่นเอง เพลงญี่ปุ่นฉะอ้อนนั้นใช้หน้าทับเฉพาะในการบรรเลงคือทำนองสามชั้นบรรเลงด้วยหน้าทับโทนและรำมะนาดังนี้ครับ
--ทั่มติง โจ๊ะจ๋ง โจ๊ะจ๋ง โจ๊ะจ๋ง ---- โจ๊ะจ๋ง -ติงติงทั่ม -ติงติงทั่ม
ลองไปชมคลิปกันที่นี่ครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=mK4qPj_dw5I
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Mon Feb 20, 2012 8:57 am    เรื่อง: อุปมาอุปไมยในธรรมะ บทที่ 39 "จงไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน&qu ตอบโดยอ้างข้อความ



วันนี้ผมนำเอา "อุปมาอุปไมยในธรรมะ" บทที่ 39 มาให้อ่านกันนะครับ...คนเราที่ทำผิดหรือพลาดพลั้งจนเกิดทุกข์ภัยกับตนเองนั้นส่วนใหญ่จะมาจากความประมาทแทบทั้งสิ้น...ดังนั้น ก่อนจะคิด ก่อนจะเชื่อ หรือ ก่อนจะทำอะไร ควรพิจารณาไตร่ตรองกันให้ดีเสียก่อนครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Mon Feb 20, 2012 10:25 pm    เรื่อง: ผู้สืบทอดเดี่ยวขิมลาวแพน รุ่นที่ 3.2 ตอบโดยอ้างข้อความ



ในการประชุมเพื่อจัดงานแสดงวงมหาดุริยางค์เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบร้อยปีเกิดของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง) เมื่อปี พ.ศ.2524 นั้น อาจารย์ประสิทธิ์ ถาวร ซึ่งเป็นผู้อำนวยเพลงวงมหาดุริยางค์เสนอให้มีการบรรเลงวง "ขิมหมู่" เพลงลาวแพนทางของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯขึ้นและได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้อำนวยเพลงและฝึกซ้อมวงนี้ ผมพิจารณาดูสถานที่ในโรงละครแห่งชาติแล้วเห็นว่าวงขิมหมู่จำเป็นต้องใช้พื้นที่บรรเลงตรงเวทีด้านล่างนอกม่านของโรงละครเนื่องจากเวทีด้านในจัดวางวงมหาดุริยางค์ไทยวงใหญ่ไว้จนเต็มพื้นที่หมดแล้วดังนั้นผู้บรรเลงวงขิมหมู่จึงต้องอุ้มขิมเดินออกมานั่งบรรเลงตรงเวทีล่างข้างนอกม่านผมเดินสำรวจพื้นที่ตรงเวทีหน้าม่านของโรงละครแห่งชาติแล้วประมาณไว้ในใจว่าสามารถวางขิมบรรเลงได้ประมาณไม่เกิน 60 ตัวจึงเริ่มเปิดรับสมัครนักดนตรีจากโรงเรียนและสถาบันดนตรีต่างๆที่ประสงค์จะมาร่วมบรรเลงเพลงลาวแพนแล้วคัดเลือกเอาไว้เพียง 60 คน (ตามข้อจำกัดของพื้นที่การแสดง) จากนั้นจึงวางแผนการฝึกซ้อมคือขั้นแรกผมส่งลูกศิษย์ขิมที่ได้เพลงลาวแพนทางนี้แล้วซึ่งก็คือกลุ่มนักดนตรีบางส่วนในรุ่น 3.1 เดินทางออกไปฝึกสอนนักดนตรีที่ได้รับคัดเลือกตามโรงเรียนต่างๆก่อนเป็นอันดับแรกสำหรับบางสถาบันที่มีผู้ได้รับคัดเลือกเป็นจำนวนมากหน่อยผมก็ถ่ายทอดเพลงลาวแพนให้แก่ครูในสถาบันนั้นๆก่อนด้วยการส่งโน้ตเพลงไปให้บ้างหรือต่อเพลงให้โดยตรงบ้างเพื่อให้ไปถ่ายทอดนักเรียนในสังกัดต่อไป...ครั้นเมื่อใกล้จะถึงเวลาจัดงานจึงนัดเด็กนักเรียนทุกคนมาซ้อมรวมกันโดยมีผมและคณาจารย์ขิมจากหลายสถาบันมาช่วยกันฝึกซ้อมยังสถานที่จริง ดังนั้นกลุ่มผู้ที่ถือว่าได้รับการถ่ายทอดทำนองเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนทางของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯไปเป็นรุ่นที่ 3.2 ก็คือคณาจารย์ที่ต่อเพลงนี้่ไปจากผมนั่นเองซึ่งปรากฏเป็นรายชื่ออยู่ใน chart Mind Manager ดังที่แสดงไว้ในภาพด้านบนครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Tue Feb 21, 2012 8:32 am    เรื่อง: เพลงญี่ปุ่นฉะอ้อน 2 ชั้น (ตีขิมกับครูตั๊ก) ตอบโดยอ้างข้อความ



วันนี้เอาคลิปเพลงญี่ปุ่นฉะอ้อนทำนอง 2 ชั้นท่อน 1 และ 2 (ทางเปลี่ยน) มาให้ชมกันดังลิ้งค์ต่อไปนี้นะครับ

ท่อน ๑
http://www.youtube.com/watch?v=mh4vSDNvZNw

ท่อน ๒
http://www.youtube.com/watch?v=BjwaE2jiFgU
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Thu Feb 23, 2012 7:11 am    เรื่อง: สารานุกรมดนตรีไทยฉบับครูตั๊ก-จะเข้01 ตอบโดยอ้างข้อความ

เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดชนิดหนึ่งของไทยซึ่งเป็นที่นิยมและรู้จักกันดีทั่วไปในปัจจุบันคือ จะเข้ เครื่องดนตรีชิ้นนี้เข้ามาสู่วงการดนตรีไทยได้อย่างไรและเมื่อใดลองติดตามอ่านกันครับ



- ประวัติความเป็นมาของเครื่องดนตรีที่ทำเป็นรูปตัว จระเข้
เครื่องดนตรีในตระกูล “เครื่องดีด” มีปรากฏอยู่ทั่วทุกวัฒนธรรมในโลกสันนิษฐานกันว่าคงได้แนวคิดมาจากการเหนี่ยวสายธนูแล้วเกิดเป็นเสียงดังไพเราะน่าฟังจึงมีผู้คิดประดิษฐ์เครื่องดนตรีที่ขึงสายดีดให้เกิดเสียงขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ ที่น่าสนใจก็คือมีกลุ่มเครื่องดีดบางชนิดซึ่งช่างผู้ประดิษฐ์เครื่องดนตรีได้ทำรูปร่างให้มีลักษณะคล้ายกับสัตว์ดุร้ายซึ่งมีตัวตนอยู่จริงๆเช่น “จระเข้” หรือสัตว์ในจินตนาการซึ่งทรงอิทธิฤทธิ์และเป็นที่เกรงกลัวกันเช่น “มังกร” เป็นต้น เหตุที่ช่างดนตรีนำเอาภาพลักษณ์ของสัตว์ร้ายเหล่านี้มาทำเป็นรูปร่างลักษณะของเครื่องดนตรีนั้นอาจจะหวังผลทางด้านจิตวิทยาเพราะทำให้รู้สึกว่าตนเองนั้นมีอำนาจเหนือกว่าสัตว์ร้ายซึ่งคนทั่วไปรู้สึกเกรงกลัวนั่นเอง
- เครื่องดนตรีที่มีรูปร่างลักษณะคล้าย จระเข้ หรือ มังกร นั้นพบได้หลายแห่งในวัฒนธรรมดนตรีของชนชาติต่างๆดังเช่นตัวอย่างในภาพที่นำมาแสดงไว้ข้างล่าง จะเห็นว่าเครื่องดนตรี ๒ ชิ้นซึ่งอยู่ด้านล่างสุดของภาพมีลักษณะเหมือนกับจระเข้ และ มังกร อย่างเห็นได้ชัด เครื่องดนตรีพวกนี้ส่วนใหญ่จะวางตั้งดีดบรรเลงในแนวนอนเนื่องจากมีขนาดค่อนข้างใหญ่จึงไม่สะดวกที่จะอุ้มหรือถือบรรเลงเหมือนพิณขนาดเล็กแบบอื่นๆ



เครื่องดนตรีที่ทำเป็นรูปตัว จระเข้ ทั้งตัวนั้นมีปรากฏอยู่ในกลุ่มเครื่องดนตรีของประเทศมอญในสมัยโบราณด้วยเช่นกันดังนั้นจึงอาจเป็นไปได้ว่าจะเข้ ของไทยนั้นเดิมคงได้รับแบบอย่างมาจากประเทศมอญต่อมาจึงได้มีการดัดแปลงรูปร่างของเครื่องดนตรีชนิดนี้เสียใหม่ให้ดูเรียบง่ายขึ้นในสายตาของคนไทยโดยปรับเปลี่ยนบริเวณส่วนหัวและตัดส่วนหางออก"จะเข้"ของไทยจึงมีรูปร่างอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน



คอยติดตามอ่านต่อไปนะครับ...
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Thu Feb 23, 2012 7:41 am    เรื่อง: เรียนดนตรีกับซอฟต์แวร์ (เพลงเทพวายุ 08) ตอบโดยอ้างข้อความ



วันนี้นำเอาวีดีโอคลิปการฝึกตีขิมเพลงเทพวายุกระบวนที่ 8 ที่ชื่อว่า "พายุหมุนละอองหมอก" ซึ่งเขียนด้วยซอฟต์แวร์พิณผีเสื้อมาให้ชมกันนะครับ ไปชมกันได้ที่นี่เลย...
http://www.youtube.com/watch?v=O3X6cSxCvZ8&feature=youtu.be
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Fri Feb 24, 2012 6:55 am    เรื่อง: การฝึกรับส่งทำนองเพลง (เทคนิคการสอนขิม) ตอบโดยอ้างข้อความ



สวัสดีครับวันนี้มาแนะนำเรื่องของเทคนิคการสอนตีขิมที่ผมใช้แล้วได้ผลดีให้ได้รับทราบกัน...การบรรเลงรับส่งทำนองดนตรีนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของดนตรีไทยทั้งนี้เพราะทำนองเพลงไทยนั้นมีท่วงทำนองที่เรียกว่า "ลูกล้อ" และ "ลูกขัด" สอดแทรกอยู่บ่อยๆคือมีการบรรเลงล้อรับท่วงทำนองกันระหว่างเครื่องดนตรีต่างๆอยู่เสมอดังนั้นหากบรรเลงรับพลาดจะเสียทำนองดนตรีไปทันที ในกรณีที่กำลังสอนแต่เฉพาะพวกที่เรียนขิมโดยไม่มีเครื่องดนตรีอื่นเช่นซอด้วงมาบรรเลงนำผมจึงให้เด็กที่เรียนขิมนั่งล้อมกันเป็นวงกลมดังในภาพด้านบนแล้วให้แข่งขันฝึกบรรเลงรับส่งทำนองเพลงกันคนละท่อนหรือคนละวรรคต่อเนื่องกันไปคล้ายๆกับการประชันฝีมือดนตรีคือ...หากใครบรรเลงรับพลาดจังหวะก็ต้องวางไม้ขิมไขว้กันไว้บนเครื่องดนตรีแล้วนั่งฟังเฉยๆรอให้คนอื่นประชันทำนองเพลงกันต่อไปจนกว่าจะเหลือคนสุดท้ายที่บรรเลงไม่พลาดเลยซึ่งจะถือว่าเป็นผู้ชนะในรอบนั้น (เหมือนกับการเล่นเก้าอี้ดนตรี) วิธีนี้จะทำให้เด็กๆรู้สึกสนุกสนานตื่นเต้นและตั้งใจในการฝึกมากขึ้นทั้งยังเพิ่มความว่องไวให้กับประสาทการรับรู้ไปด้วยในตัว...เพลงที่เลือกมาให้ฝึกตีนั้นควรจะเป็นเพลงทีมีท่วงทำนองรวดเร็วว่องไวเช่นเพลงชั้นเดียวทั่วไปและฝีมือของผู้ที่มาร่วมบรรเลงก็ต้องใกล้เคียงกันด้วยนะครับการฝึกวิธีนี้จึงจะได้ผลดี...ที่เล่ามานี้ก็เป็นเทคนิคอันหนึ่งในการพัฒนาความสามารถในการตีขิมที่ผมใช้มาแล้วและได้ผลดีครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Fri Feb 24, 2012 11:44 am    เรื่อง: อุปกรณ์ฝึกพลังจิตแบบ Star War (เล่าเรื่องด้วยภาพ) ตอบโดยอ้างข้อความ



พอดีไปเจออุปกรณ์ที่แปลกและน่าสนใจชิ้นหนึ่งจึงนำมาเล่าให้ฟังกัน...เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้เรียกว่า "อุปกรณ์สำหรับฝึกพลังจิตแบบอัศวินเจได" รูปร่างหน้าตาก็ดังที่เห็นในภาพข้างบนนั่นแหล่ะครับน่าจะเรียกได้ว่าเป็นทั้งอุปกรณ์เล่นกลและอุปกรณ์ฝึกสมาธิก็ได้ทั้งสองอย่างหากฝึกจนคล่องแล้วสามารถบังคับลูกบอลเล็กๆให้ลอยขึ้นลงในอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ลองไปชมวีดีโอคลิปที่ผมถ่ายมาให้ดูได้ที่นี่เลยครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=lyJxifHUveU
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Sun Feb 26, 2012 7:53 am    เรื่อง: งานฉลอง 60 ปี ครูตั๊ก ตอบโดยอ้างข้อความ



เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2549 พวกลูกศิษย์ดนตรีไทยของผมได้ร่วมกันจัดงานฉลองอายุครบ 60 ให้ผมที่สโมสรกองทัพบกที่อยู่ตรงสนามเป้า...ในงานดังกล่าวมีการแสดงหลายชุดที่พวกลูกศิษย์จัดมาแสดงให้ชมโดยไม่บอกให้ผมทราบว่าจะมีการแสดงเพลงอะไรหรือชุดอะไรบ้างขอให้ผมนั่งชมเอาเองนับเป็นการแสดงครั้งแรกที่ผมไม่ได้มีส่วนในการควบคุมฝึกซ้อมแต่อย่างใดทั้งสิ้นลูกศิษย์แต่ละรุ่นต่างก็จัดรูปแบบการแสดงดนตรีมาให้ชมต่างๆกันไปโดยมีพิธีกรสองคนคือ ครูหน่อง และ ครูเอ้ มาช่วยกันทำหน้าที่เป็นพิธีกร งานครั้งนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของชมรมดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯก็ว่าได้เพราะการแสดงทุกชุดทำกันด้วยความตั้งใจเต็มที่โดยมีนักดนตรีตัั้งแต่อายุน้อยๆไปจนถึงอายุมากๆผลัดกันขึ้นมาบรรเลงดนตรีให้ผมฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ...การแสดงเหล่านั้นล้วนทำให้ผม แปลกใจ ประทับใจ และ ภูมิใจมาก ที่ได้สร้่างสรรค์ศิลปินดนตรีไทยขึ้นมาได้มากมายอย่างนั้นนับว่าตลอดระยะเวลาที่ผมสอนดนตรีมานานตั้งแต่อายุ 17 ปีจนถึง 60 ปี นั้นคุ้มค่าและไม่ได้สูญเปล่าจริงๆพอดีวันนี้ไปค้นเจอวีดีโอเทปที่มีคนช่วยบันทึกภาพการแสดงในวันนั้นได้จึงตั้งใจว่าจะทยอยนำเอาการแสดงบางชุดที่น่าในใจในงานครั้งนั้นมาให้ชมกันวันนี้เป็นการแสดงชุดหนึ่งที่ทำให้ผม "แปลกใจ" มากชุดหนึ่งเนื่องจากลูกศิษย์เก่าที่มีฝีมือดีในการ "ดีดพิณกู่เจิง" คนหนึ่งซึ่งไม่ได้พบกันมานานแล้วมาบรรเลงพิณกู่เจิงให้ฟังเธอชื่อ "ฌาริณีย์" (ชื่อเล่น เอ) เป็นลูกศิษย์พิณกู่เจิงรุ่นที่สองซึ่งดีดพิณชนิดนี้ได้ไพเราะน่าฟังมาก...พิณของ "เอ" นั้นมีขนาดใหญ่และมีจำนวนสายมากถึง 26 สายนับว่ามีจำนวนสายมากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาแถมเสียงก็ดังไพเราะมากเช่นกัน...ปัจจุบันฌาริณีย์ทำงานอยู่บริษัทเชลล์ประเทศไทยเป็นนักดนตรีที่บรรเลงพิณชนิดนี้ไว้ในวงภุมรินหลายเพลงด้วยกันครับ...วีดีโอคลิปนี้บันทึกจากการแสดงสดในงานครั้งนั้นจึงอาจจะมีภาพกระตุกบ้างบางตอน (เหมือนใครเดินชนกล้อง) และมีเสียงรบกวนบ้างลองไปชมกันครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=EmNwxRB9K_E
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Sun Feb 26, 2012 12:44 pm    เรื่อง: ระบบคะแนนการประกวดบรรเลงดนตรีไทยรางวัล "ศรทอง" ตอบโดยอ้างข้อความ

การประกวดดนตรีไทยนั้นหากมีการพิจารณาให้คะแนนอย่างมีความ โปร่งใสชัดเจน มีเหตุมีผล และ มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้วย่อมเกิดผลดีต่อการประกวดฯเพราะคนทัวไปจะยอมรับ วันนี้ผมจึงนำเอาเรื่องราวของระบบการพิจาณาคะแนนรางวัลศรทองซึ่งมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯเคยจัดประกวดมาแล้วหลายครั้งและเกิดผลดีมาให้อ่านกันในกระทู้นี้ครับ

ระบบการให้คะแนนในการประกวด “รางวัลศรทอง”
การแข่งขันทุกประเภทเป็นสิ่งกระตุ้นที่ดีเพราะทำให้ผู้เข้าแข่งขันตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเข้าแข่งขันในกิจกรรมนั้นๆโดยมุ่งหวังในชัยชนะเป็นสำคัญ เมื่อมีการแข่งขันก็ย่อมต้องมีการตัดสินเพื่อหาผู้ชนะ หากการตัดสินมีความ “เที่ยงธรรม” และมี “หลักการ” ที่ดี ผู้เข้าแข่งขันย่อมวางใจและยอมรับผลของการตัดสินนั้นอย่างสนิทใจ มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เข้าใจถึงความสำคัญในเรื่องนี้ดีจึงได้พยายามคิดระบบการให้คะแนนที่มีความเที่ยงธรรมมากที่สุดแต่ทั้งนี้ความเที่ยงธรรมส่วนหนึ่งต้องมาจากกรรมการผู้ตัดสินด้วย คณะกรรมการทุกท่านที่มูลนิธิฯเชิญมาตัดสินการประกวดฯล้วนเป็นผู้ที่มีฝีมือและมีความเที่ยงธรรมด้วยกันทั้งสิ้นดังนั้นจึงเหลือแต่ระบบการให้คะแนนที่ควรมีหลักเกณฑ์ที่เที่ยงธรรมด้วย
ระบบการให้คะแนนการในการประกวดรางวัลศรทอง นั้นไม่ได้ถือเอา “คะแนนรวมสูงสุด”เป็นเกณฑ์ในการตัดสินแต่ถือเอา “คะแนนความเห็นส่วนรวม” ของคณะกรรมการผู้ตัดสินทั้งหมดเป็นเครื่องชี้ขาดกล่าวคือ ผู้ประกวดฯคนใดที่กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่ามีฝีมือในการบรรเลงดีที่สุดจึงจะเป็นผู้ที่ได้รับรางวัล เหตุผลที่ไม่ได้ใช้คะแนนรวมสูงสุดเป็นเกณฑ์ในการตัดสินก็เพราะอาจมีความ “เบี่ยงเบน” ในเรื่องของตัวคะแนนได้ดังตัวอย่างในตารางที่ 1 ต่อไปนี้



จากตารางที่ 1 สมมติว่ามีกรรมการ 5 คนให้คะแนนผู้เข้าประกวดฯ 4 คือ นายแดง นายดำ นายเขียว และ นายขาว กรรมการแต่ละคนให้คะแนนผู้ประกวดคนละไม่เกิน 100 คะแนน ผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุดในตารางที่ 1 คือ นายแดง ได้ 419 คะแนน รองลงมาคือ นายดำ ได้ 405 คะแนน ส่วน นายเขียว และ นายขาว ได้คะแนน 350 คะแนน เท่ากัน หากพิจารณาตามตารางที่ 1 แล้วจะเห็นว่าผลการประกวดฯจะออกมาดังนี้คือ
รางวัลที่ 1 ได้แก่ นายแดง ได้คะแนน 419 คะแนน
รางวัลที่ 2 ได้แก่ นายดำ ได้คะแนน 405 คะแนน
รางวัลที่ 3 (มี 2 คน) ได้แก่ นายเขียว และ นายขาว ได้คะแนน 350 คะแนน
ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าผลการประกวดฯตามตารางที่ 1 นี้ไม่ยุติธรรมเท่าที่ควรเพราะเมื่อพิจารณาดู “คะแนนสูงสุด” (ตัวเลขที่เน้นสีเข้ม) ของกรรมการแต่ละท่านแล้วจะเห็นว่า กรรมการคนที่ 2, 3 และ 4 ให้คะแนนนายดำมากกว่านายแดง แสดงว่ากรรมการ 3 ใน 5 ท่านเห็นว่านายดำมีฝีมือในการบรรเลงดนตรีเหนือกว่านายแดงนายดำจึงควรที่จะเป็นผู้ได้รับรางวัลที่ 1 แต่กลับปรากฏว่านายแดงเป็นผู้ได้รางวัลทั้งๆที่มีกรรมการเพียง 2 ท่าน คือกรรมการคนที่ 1 และ คนที่ 5 เท่านั้นที่ให้คะแนนนายแดงมากกว่านายดำ
เหตุที่เกิดความผิดพลาดดังนี้ก็เพราะการใช้ “คะแนนรวม” เป็นเครื่องตัดสินนั่นเองกล่าวคือกรรมการคนที่ 1 ให้คะแนนนายแดงมากกว่านายดำถึง 20 คะแนน (90 ต่อ 70) ในขณะที่กรรมการคนอื่นไม่ได้ให้คะแนนผู้ประกวดแตกต่างกันมากนักเมื่อนำคะแนนของกรรมการทุกคนมารวมกันนายแดงจึงได้เปรียบและได้คะแนนรวมสูงสุด แต่ถ้าพิจารณากันในด้าน “ความเห็น” ของกรรมการผู้ตัดสินโดยรวมแล้ว มีกรรมการ 3 ใน 5 ท่านให้คะแนนนายดำมากกว่านายแดงซึ่งแสดงว่ากรรมการส่วนใหญ่เห็นว่านายดำเก่งกว่านายแดง นายดำจึงควรเป็นผู้ที่ชนะการประกวดฯ ด้วยเหตุผลดังที่ได้ยกตัวอย่างนี้การตัดสินที่เที่ยงธรรมที่สุดควรจะใช้ “คะแนนความเห็นส่วนรวม” ของกรรมการผู้ตัดสินเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาหาผู้ชนะการประกวดมากกว่าการใช้คะแนนรวม
วิธีการตัดสินโดยใช้ “คะแนนความเห็นส่วนรวม” นั้นคือการนำเอาลำดับความเห็นของกรรมการผู้ตัดสินมาบวกกันแทนคะแนนที่ให้จริงซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการดังในตารางที่ 2 ต่อไปนี้



จากข้อมูลในตารางที่ 1 เราจัดความหมายของกลุ่มคะแนนเสียใหม่คือผู้ประกวดฯคนใดที่ได้คะแนนสูงสุดก็ใส่เลข 1 (หมายถึงเป็นที่ 1) ลงไปแทนคะแนนเดิม คะแนนรองลงมาก็ใส่ เลข 2 แทนลงไปและทำดังนี้เรื่อยไปจนครบกลุ่มคะแนนของกรรมการทุกท่านจนได้ตัวเลขใหม่เป็นตารางที่ 2 ซึ่งเรียกว่าตารางของ “คะแนนความเห็น” คือการเปรียบเทียบลำดับความสำคัญของผู้ประกวดในความเห็นของกรรมการแต่ละท่าน พูดง่ายๆก็คือจัดลำดับที่ 1- 2 – 3 ในความเห็นของกรรมการแต่ละคนออกมาเป็นตัวเลขให้ดูง่ายขึ้นโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงคะแนนที่ให้ไว้เดิมแต่อย่างใดทั้งสิ้น
เมื่อได้คะแนนความเห็นเป็นตารางที่ 2 แล้ว ขั้นต่อไปจะรวมคะแนนใหม่อีกครั้งคราวนี้หากคะแนนรวมของผู้ประกวดคนใดออกมา “น้อยที่สุด” จะถือว่าเป็นผู้ชนะการประกวดฯ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ที่ได้คะแนนน้อยในตารางที่ 2 นั้นแสดงว่ามีลำดับคะแนนอยู่ในเกณฑ์ดีคือเป็นที่ 1 หรือที่ 2 นั่นเอง
จากตารางที่ 2 จะเห็นว่านายดำได้คะแนนรวมน้อยที่สุดคือ 7 คะแนนส่วนนายแดงได้ 9 คะแนนดังนั้นนายดำจึงสมควรเป็นผู้ชนะการประกวดฯเพราะมีกรรมการ 3 ใน 5 ท่านเห็นว่านายดำเหนือกว่านายแดง (ดูตัวเลขซึ่งเน้นสีเข้มไว้ในตาราง)
จะเห็นว่าคะแนนในตารางที่ 2 นี้มีความเที่ยงธรรมมากกว่าคะแนนในตารางที่ 1 และไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงความหมายของคะแนนที่กรรมการแต่ละท่านได้ให้ไว้แต่อย่างใดเพราะตัวเลขในตารางที่ 2 นั้นก็เป็นความเห็นเดิมของกรรมการผู้ตัดสินนั่นเองเพียงแต่เปลี่ยนจากคะแนนซึ่งเป็นตัวเลขจำนวนมากมาเป็นคะแนนตามลำดับความเห็นเท่านั้นจึงถือว่าไม่ได้เป็นการไปเปลี่ยนความเห็นของกรรมการแต่ละท่านและผลการตัดสินก็ออกมาตามที่ถูกที่ควร
คะแนนความเห็นในตารางที่ 2 นั้นนอกจากจะให้ความเที่ยงธรรมในการตัดสินหาผู้ที่ได้รางวัลที่ 1 แล้วยังสามารถพิจารณาหาผู้ที่สมควรได้รางวัลที่ 3 ง่ายขึ้นด้วยคือ ในตารางที่ 2 นั้นนายเขียวได้เป็นที่ 3 ในความเห็นของกรรมการคนที่ 1, 2 และ 5 ซึ่งก็เป็นคะแนนความเห็นส่วนมากของกรรมการผู้ตัดสินเช่นเดียวกัน ดังนั้นกรณีนี้นายเขียวจึงควรได้รางวัลที่ 3 ส่วนนายขาวควรเลื่อนไปเป็นอันดับ 4
วิธีการตัดสินด้วยระบบคะแนนความเห็นดังตารางที่ 2 นี้จะเที่ยงธรรมก็ต่อเมื่อมีจำนวนกรรมการผู้ตัดสินเป็นจำนวนเลขคี่และมีกรรมการไม่น้อยกว่า 5 ท่าน ยิ่งจำนวนกรรมการมากเท่าใดก็จะยิ่งมีความเที่ยงธรรมมากเท่านั้นทั้งยังกันการเทคะแนนให้แก่กันด้วยเพราะไม่ได้เอาคะแนนทั้งหมดมารวมกันเหมือนดังตารางที่ 1 และแม้ว่าจะเกิดกรณีที่คะแนนความเห็นออกมาเท่ากันก็ยังสามารถหาผู้ชนะได้อยู่ดีเพราะกรรมการผู้ตัดสินมีจำนวนเป็นเลขคี่ย่อมพิจารณาตัดสินได้ง่ายกว่า
จากตัวอย่างดังที่ได้กล่าวมานี้จะเห็นว่าระบบการให้คะแนนด้วยความเห็นส่วนรวมของกรรมการผู้ตัดสินมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากกว่าการให้คะแนนรวมแล้วหาค่าเฉลี่ยแบบธรรมดาทั่วไป เมื่อวิธีการให้คะแนนมีความโปร่งใสและยุติธรรม การประกวดฯก็จะเกิดผลในด้านบวกมากกว่าด้านลบและเป็นสิ่งกระตุ้นที่ดีในการจูงใจให้ผู้ประกวดฯขยันฝึกซ้อมบรรเลงดนตรีไทยเพื่อเข้าแข่งขันอันจะส่งผลดีแก่ตัวของผู้ประกวดฯและภาพจน์ของการจัดประกวดฯด้วย
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Mon Feb 27, 2012 11:14 am    เรื่อง: วิธีการฝึกสายตาให้แม่นยำ (เทคนิคการสอนตีขิม) ตอบโดยอ้างข้อความ



คุณสมบัติสำคัญข้อหนึ่งในการเรียนเครื่องดนตรีประเภท "เครื่องตี" ก็คือต้องมี "สายตาแม่นยำ" ทั้งนี้เพราะผู้ที่บรรเลงเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีจำเป็นต้องใช้สายตามองตำแหน่งของเสียงดนตรีที่จะตีเช่น ลูกระนาด ลูกฆ้อง หรือ สายขิม ให้ว่องไวและชัดเจนทั้งยังต้องกำหนดรู้ไปด้วยว่าตำแหน่งนั้นต้องใช้มือซ้ายหรือมือขวาตีลงไปกี่พยางค์ดังนั้นผู้ที่ฝึกเรียนเครื่องตีจึงต้องมีสายตาแม่นยำเป็นพิเศษ เพื่อฝึกลูกศิษย์ที่เรียนขิมให้มีคุณสมบัติดังกล่าวผมจึงคิดประดิษฐ์อุปกรณ์ที่เรียกว่า "วิชชุบอร์ด" ขึ้นซึ่งก็คือกระดานที่ฝังหลอดไฟฟ้าไว้ในรูปแบบของสายขิมโดยมีสวิชท์ซึ่งสามารถควบคุมบังคับหลอดไฟไปให้เปิดหรือปิดไปตามตำแหน่งของสายขิมได้ตามที่ต้องการ กระดานวิชชุบิร์ดในรูปข้างบนนั้นเป็นรุ่นแบบกระเป๋าหิ้วซึ่งสามารถยกไปมาได้สะดวกและใช้แบตเตอรี่ขนาด AA เพียง 2 ก้อนเท่านั้นและใช้ได้นานเป็นเดือนๆ...ในภาพผมให้ลูกศิษย์ขิมรุ่นพี่ฝึกใช้กระดานวิชชุบอร์ดนี้สอนศิษย์ขิมรุ่นน้องๆซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งสองทางคือ

1) ผู้สอนนั้นได้ฝึกความแม่นนิ้วหรือแม่นตำแหน่งที่จะบรรเลงขิมให้เป็นเสียงต่างๆเท่ากับฝึกความทรงจำในการใช้มือตีขิมไปด้วยในตัว

2) ผู้เรียนได้ฝึกสายตาให้แม่นยำด้วยการมองและกำหนดจดจำตำแหน่งที่ดวงไฟเคลื่อนที่ไปมาแทนตำแหน่งของสายขิมแล้วตีตามให้ถูกต้องทำให้สามารถจดจำทางมือในการบรรเลงขิมได้เหมือนการต่อจากมือครูจริงๆข้อดีก็คือเครื่องวิชชุบอร์ดนี้สามารภสอนผู้เรียนตีขิมได้คราวเดียวพร้อมๆกันหลายคนไม่ต้องผลัดกันเข้าไปนั่งเรียนกับครูทีละคนเหมือนแต่ก่อน



หากไม่ใช้เครื่องวิชชุบอร์ดก็ต้องใช้รุ่นพี่ๆมานั่งสอนเรียงตัวกันแบบคนต่อคนดังในภาพข้างบนครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Mon Feb 27, 2012 10:41 pm    เรื่อง: ประโยชน์ด้านอื่นๆของวิชชุบอร์ด (เทคนิคการสอนขิม) ตอบโดยอ้างข้อความ



พอดีไปค้นเจอวีดีโอคลิปที่ให้เด็กๆฝึกใช้วิชชุบอร์ดจึงเอามาให้ชมกันจะได้เห็นว่าเด็กๆชอบอุปกรณ์ชิ้นนี้กันมากเพียงไร...นอกจากใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนตีขิมได้เป็นอย่างดีแล้วยังกระตุ้นความสนใจและเพิ่มความสนุกสนานในการเรียนตีขิมได้ด้วยลองไปชมกันครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=RHVU1pMbxBM&feature=youtu.be
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Wed Feb 29, 2012 11:21 pm    เรื่อง: ต้องมี 3 ดี-ดนตรีจึงไพเราะ (เคล็ดลับการเรียนดนตรี) ตอบโดยอ้างข้อความ



มีคำกล่าวว่า "ต้องมี 3 ดี ดนตรีจึงไพเราะ" คำกล่าวนี้จะมีรายละเอียดอย่างไรผมเล่าอธิบายเอาไว้ในโปรแกรม Power Point ลองไปฟังกันดูครับ
http://www.youtube.com/watch?v=DZ5c0sRoDI0
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Fri Mar 02, 2012 12:26 am    เรื่อง: ครูตั๊ก และ ครูช่าง (เล่าเรื่องด้วยภาพ) ตอบโดยอ้างข้อความ



วันนี้ขอแทรกเล่าเรื่องด้วยภาพสักนิดนึงนะครับ...มองภาพข้างบนให้ดีหลายคนอาจจะจำไม่ได้หรือนึกไม่ออกว่าชายที่ยืนอยู่ข้างๆผมคือใครจะเฉลยให้ฟังก็ได้ครับว่าคือ อ.ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง หรือ "ครูช่าง" ผู้กำกับละครมือดีซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปนั่นเอง ภาพนี้ถ่ายในห้องอาหาร "ครัวบรรเลง" ที่ชมรมดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯเมื่อไม่กี่วันมานี่เอง ครูช่างหรือที่ผมเรียกว่า "น้องช่าง" แวะมาทานอาหารที่ร้านครัวบรรเลงเลยได้พบกัน น้องช่างกับผมนั้นปัจจุบันนานๆครั้งจึงจะได้พบกันสักทีเพราะต่างก็มีวงจรชีวิตที่แตกต่างกัน น้องช่างนั้นสนิทกับผมมากเมื่อเด็กๆเพราะเป็นลูกของน้าอึ้ง (ชัชวาลย์ ศิลปบรรเลง) ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆของคุณแม่ผมเองและเป็นลูกสาวคนเล็กสุดของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯด้วย เมื่อน้าอึ้งออกเรือนไปโดยแต่งกับ "คุณกุมุท จันทร์เรือง" (น้ามุท) จึงใช้นามสกุลจันทร์เรือง น้องช่างนั้นก็คล้ายๆกับผมคือมีศักดิ์เป็น "หลานตา" ของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯเหมือนกันแต่ใช้นามนามสกุลต่างกัน น้องช่างจบปริญญาการกำกับละครและกลับมาจากสหรัฐอเมริกาก่อนหน้างานฉลอง 100 ปีเกิดของคุณตาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นเมื่อทราบว่าผมกำกับการแสดงวง "ขิมหมู่" เพลงลาวแพน น้องช่างจึงแสดงความต้องการจะขอร่วมบรรเลงด้วยทั้งๆที่ไม่เคยตีขิมมาก่อนเลยผมจึงรีบฝึกสอนให้น้องช่างตีขิมเพลงลาวแพนอย่างเร่งด่วนจนสามารถร่วมบรรเลงโดยเป็นนักดนตรีคนหนึ่งในวงนี้ นอกจากร่วมบรรเลงเพลงลาวแพนแล้วน้องช่างยังเป็นกำลังสำคัญในการช่วยควบคุมระบบแสงสีภายในโรงละครแห่งชาติให้มีความสวยงามวิจิตรพิสดารมากขึ้นเป็นการเพิ่มอรรถรสให้กับผู้ชมการแสดงวงมหาดุริยางค์ในครั้งนั้นเป็นอย่างมาก เมื่อผมและน้องช่างมาพบกันที่ครัวบรรเลงจึงได้ทานอาหารร่วมกันและถ่ายภาพเอาไว้เป็นที่ระลึกดังที่เห็น...น้องช่างนั้นอ่อนกว่าผมประมาณ 8 ปีแต่มีคนบอกว่าดูจากรูปแล้วผมดูหนุ่มกว่าอาจจะเป็นเพราะน้องช่างทำตัวตามแบบฉบับของศิลปินมากกว่าผมนั่นเอง...ในภาพด้านล่างนั้นผมกำลังควบคุมฝึกซ้อมวงขิมหมู่เพลงลาวแพนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์และหนุ่มน้อยที่ไว้ผมทรง "เดอะบีทเทิล" ที่นั่งก้มหน้าก้มตาตีขิม(ภาพหมายเลข ๕) นั้นก็คือครูช่างนั่นเองครับ


_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Fri Mar 02, 2012 10:18 pm    เรื่อง: เบื้องหลังเพลงสุดอาลัย (ตีขิมดีดพิณ) ตอบโดยอ้างข้อความ



เมื่อธนาคารกสิกรไทยจัดประกวดรางวัล "พิณทอง" ซึ่งเป็นการประกวดแต่งเพลงไทยแบบจารีตนิยมที่เรียกกันว่าเพลงไทยเดิมนั้นมีผู้ส่งผลงานเพลงเข้าประกวดฯเป็นจำนวนมากรวมทั้งผมด้วย ในรอบแรกๆนั้นกำหนดให้ส่งผลงานเป็นเทปคาสเซ็ทเข้าประกวดโดยทางคณะกรรมการฯจะคัดเลือกผลงานของผู้สมัครประกวดฯที่เห็นว่าไพเราะน่าฟังเอาไว้จำนวน 10 วงแล้วจึงเชิญวงดนตรีของผู้ที่ได้รับคัดเลือกไปบรรเลงขับร้องสดต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหญ่อีกครั้งหนึ่งเพื่อพิจาณราตัดสินหาผู้ชนะเลิศที่จะได้รางวัลพิณทองเป็นเงินรางวัลหนึ่งแสนบาทพร้อมทั้งโล่ห์เชิดชูเกียรติและยังมีรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัลพร้อมเงินสมณาคุณอีกจำนวนหนึ่ง ผลการประกวดครั้งนั้นเพลง "สุดสายใจเถา" ซึ่งแต่งโดยท่าน อาจารย์จันทร์ โตวิสุทธิ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศส่วนเพลงสุดอาลัยของผมได้รับรางวัลชมเชย...ต่อมาผมจึงได้นำเพลงสุดอาลัยไปบันทึกเสียงที่บริษัทแฮนด์แอคมี่ซัพพลายโดยใช้เครื่องดนตรีเพียง 2 ชิ้นคือ พิณกู่เจิง (บรรเลงโดยฌาริณีย์) และ ขิม (บรรเลงโดยมาฆะวรัตน์) ดนตรีทั้งสองชิ้นจะบรรเลงสอดประสานกันโดยผมได้แต่งทำนองนำขึ้นใหม่แล้วนำลงเผยแพร่ในอัลบั้มของวงภุมรินชุดที่ 7 ปรากฏว่าได้รับความนิยมมากวันนี้จึงนำเอาวีดีโอคลิปการฝึกซ้อมบรรเลงเพลงนี้มาให้ชมกันในหัวข้อกระทู้นี้ กติกาการประกวดฯนั้นกำหนดไว้ว่าต้องเป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่หมดทั้งบทร้องและทำนองดนตรีโดยเนื้อความในบทร้องจะต้องมีความหมายให้ช่วยกันอนุรักษ์เพลงไทยไว้มิให้สูญหายผมจึงแต่งคำร้องเพลงนี้ไว้ดังที่นำมาให้อ่านกันแล้วตั้งชื่อเพลงนี้ว่า "สุดอาลัย" ซึ่งหมายถึงอาลัยเพลงไทยที่สูญหายไปมากมายแล้วเพราะขาดการถ่ายทอดสนับสนุน
.........................บทร้องเพลงสุดอาลัย เถา
ทำนองสามชั้น
ท่อน 1) อันเพลงไทยไพเราะเสนาะล้ำ ชวนดื่มด่ำในอารมณ์สมเป็นศิลป์
ท่อน 2) สำเนียงหวานแว่วไปใครได้ยิน ก็ลืมสิ้นทุกข์ร้อนผ่อนคลายใจ
ทำนองสองชั้น
ท่อน 1) การดนตรีต้องมีผู้รู้คุณค่า จึงรักษาสืบต่อกันไว้ได้
ท่อน 2) หากขาดผู้อุปถัมภ์บำรุงไว้ ย่อมร่วงโรยหายไปเป็นธรรมดา
ทำนองชั้นเดียว
ท่อน 1) สมัยนี้ดนตรียังมีอยู่ ที่สูญไปไม่รู้มากหนักหนา
ท่อน 2) แสนเสียดายเพลงไทยแต่ก่อนมา สุดอาลัยจักค้นหาคืนมาเอย

วีดีโอชุดนี้ถ่ายกันที่อาคารเก่าของชมรมดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯซึ่งเป็นอาคารเปิดดังนั้นจึงอาจมีเสียงภายนอกรบกวนบ้างและวันนี้นำมาให้ชมกันเฉพาะทำนองสามชั้นก่อนลองไปชมกันครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=I-h-i2_MTww
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, ... 14, 15, 16  ถัดไป
หน้า 2 จาก 16

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group