Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

ได้เรียน-ได้รู้ กับ "ครูตั๊ก"
ไปที่หน้า 1, 2, 3 ... 14, 15, 16  ถัดไป
 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Thu Feb 09, 2012 12:58 am    เรื่อง: ได้เรียน-ได้รู้ กับ "ครูตั๊ก" ตอบโดยอ้างข้อความ

สวัสดีครับวันนี้ขอเริ่มหัวข้อกระทู้ใหม่ตามที่ผมได้เคยบอกเอาไว้ ในภาพด้านล่างนั้นท่านจะเห็นสุภาพสตรีชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งกำลังสีซออู้อยู่อย่างขะมักเขม้นเธอผู้นี้ชื่อ "อากิโกะ" เป็นนักดนตรีสตรีชาวญี่ปุ่นอายุอานามยังไม่สูงนักคงเพิ่งจะจบมหาวืทยาลัยได้ไม่นาน เท่าที่ทราบเธอผู้นี้เรียนมาทางด้านดนตรีในสาขาเปียนโนครับแต่ที่น่าแปลกก็คือแล้วเหตุใดเธอผู้นี้ถึงมานั่งฝึกสีซออู้อยู่ที่ชมรมดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯอย่างเอาจังถึงเพียงนี้...ผมจะเล่าให้ฟังครับ



คือเมื่อประมาณ 2 ปีมาแล้วมีอยู่วันหนึ่งพี่มาลินีมาบอกผมว่ามีสตรีชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งเดินทางมาประเทศไทยแล้วติดต่อมาที่มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯโดยแจ้งความจำนงว่าอยากจะเรียนสีซออู้ขอให้ผมช่วยสอนหน่อย ผมก็รับปากและนัดเธอมาพบกันที่มูลนิธิฯ สตรีชาวญี่ปุ่นผู้นี้ชื่ออากิโกะพูดไทยไม่ได้แต่พูดและฟังภาษาอังกฤษได้พอสมควรผมถามเธอว่าเหตุใดจึงอยากเรียนซออู้ทีแรกเธอบอกว่าชอบเสียงของเครื่องดนตรีชนิดนี้ผมก็เลยลองทดสอบการฟังของเธอก่อนเพราะโดยทั่วไปแล้วคนที่จะฝึกเครื่องสีนั้นจะต้องมีประสาทหูที่แม่นยำด้วยมิฉนั้นจะสีซอเพี้ยน ผมพบว่าอากิโกะมีประสาทหูที่แม่นยำว่องไวมากดังนั้นในวันแรกผมจึงเริ่มสอนวิธีจับซอ จับคันชัก การใช้นิ้วไล่เสียง และสอนวิธีอ่านโน้ตเลข 9 ตัวให้กับเธอและให้เธอกลับไปฝึกจนคล่องก่อนแล้วค่อยมาเรียนต่อ ปรากฏว่าเพียงสองวันต่อมาอากิโกะก็มาเรียนอีกและสามารถทำทุกอย่างตามที่ผมสอนไปได้อย่างแคล่วคล่องผมจึงเริ่มให้เธอสีเพลงแขกบรเทศสามชั้น ท่อน ๑ และให้โน้ตท่อน ๒ ไปลองฝึกอ่านด้วยตัวเองก็ปรากฏว่าอากิโกะก็สีเพลงนี้ได้ทั้งสองท่อนภายในอีกสองวันต่อมา ครั้งที่ ๓ ผมสอนให้เธอฝึกใช้คันชักทั้ง 9 แบบเธอก็ทำได้อย่างรวดเร็วจนผมเริ่มแปลกใจในความสามารถทางดนตรีของอากิโกะจึงถามเธอมากขึ้นและพบว่าที่เธออยากสีซออู้นั้นเป็นเพราะได้ดูภาพยนต์เรื่องโหมโรงและประทับในในฉากที่พระเอกสีซออู้เพลงคำหวานขณะชมโฉมนางเอกนั่นเองผมจึงลองต่อเพลงนั้นให้เธอปรากฏว่าเธอดีใจมากและสามารถสีได้ในเวลาอันรวดเร็ว ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่าเพราะเห็นว่าพลังของดนตรีไทยนั้นมีผลแม้กับชาวต่างประเทศซึ่งโดยปกติแล้ววงจรชีวิตของเขาเหล่านั้นไม่น่าจะโคจรเข้ามาอยู่ในแวดวงดนตรีไทยได้ง่ายนัก ผมสอนเพลงให้คุณอากิโกะไปอีกหลายเพลงพร้อมทั้งให้โน้ตซออู้ไปด้วยวันนี้บังเอิญไปเจอคลิปที่เธอกำลังฝึกสีซออู้เพลงลาวเจริญศรี 2 ชั้นจึงนำมาให้ชมกัน เพลงนี้ผมถ่ายเอาไว้ตอนที่เธอเพิ่งเรียนสีซออู้ไปได้เพียงสองสามวันวันเท่านั้นลองไปชมกันที่ลิ้งค์ต่อไปนี้ครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=93wErmyMcHs
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Fri Feb 10, 2012 7:03 am    เรื่อง: อุปมาอุปไมยในธรรมะ บทที่ 38 ตอบโดยอ้างข้อความ

สวัสดีครับใครๆก็ว่าแมลงเม่านั้นเป็นสัตว์ที่ชอบเล่นแสงไฟเป็นที่สุดเห็นแสงไฟที่ไหนเป็นต้องบินไปวนเวียนอยู่ตรงนั้น แต่ในความเห็นของผมแล้วคิดว่าอาจจะเป็นเพราะแมลงเม่านั้นหมกตัวจำศีลอยู่ใต้ตินเป็นเวลานานดังนั้นเมื่อมีปีกงอกออกมาแล้วจึงพยายามที่จะหาทางบินขึ้นไปบนพื้นดินซึ่งก็คือช่องหรือเส้นทางที่มีแสงสว่างมากกว่าใต้ดินนั่นเอง และเนิ่องจากมันบินออกมาตอนกลางคืนจึงเข้าใจผืดคิดว่าตรงที่มีแสงไฟสว่างนั้นคือช่องทางออกจากใต้ดิน อย่างไรก็ดีผมก็นำเอาเรื่องนี้มาเขียนเป็นข้อคิดทางธรรมะเป็นอุปมาอุปไมยบทที่ 38 ที่ตั้งชื่อว่า "อย่าเป็นเช่นแมลงเม่า" จะมีข้อคิดหรือคติธรรมอย่างไรนั้นลองอ่านกันครับ


_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Fri Feb 10, 2012 11:22 pm    เรื่อง: ความเป็นมาของเหรียญฝีมือศรทอง (เล่าเรื่องด้วยภาพ) ตอบโดยอ้างข้อความ



เมื่อมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯเริ่มจัดประกวดบรรเลงดนตรีไทยที่ใช้ชื่อว่า “รางวัลศรทอง” นั้นได้สร้างความตื่นตัวให้กับเยาวชนนักดนตรีไทยเป็นจำนวนมากทั่วประเทศโดยใน ปีแรกที่เริ่มจัดประกวดฯนั้นมีนักเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมทั่วประเทศสมัครเข้าประกวดในเวทีนี้ประมาณ “หนึ่งพันสองร้อยกว่าคน” การประกวดแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือชั้นประถมและมัธยมโดยแต่ละระดับต่างก็แบ่งการประกวดฯออกเป็น 5 เครื่องมือดนตรีเหมือนๆกันคือ ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขิม และ ขลุ่ยเพียงออ รางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภทเครื่องมือดนตรีนั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็น ถ้วยพระราชทานขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รองลงมาคือรางวัลที่ 2 และ 3 นั้นได้รับเป็นโล่เชิดชูเกียรติ นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับ 3 รางวัลดังกล่าวในทุกประเภทเครื่องมือดนตรียังได้รับเงินทุนการศึกษาจากกองการประกวดฯด้วย การประกวดดนตรีไทย “รางวัลศรทอง” นี้เราต้องจัดหาทุนในการประกวดฯเป็นรายปีโดยเปลี่ยนผู้ให้การสนับสนุนไปเรื่อยๆตามแต่จะได้รับการสนับสนุน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่การประกวดดนตรีไทยรางวัลศรทองได้รับการสนับสนุนแบบที่เรียกว่า “ก้าวกระโดดโดยฉับพลันทันที” กล่าวคือผู้ที่ร่วมให้การสนับสนุนในปีหนึ่งมีเจตนาดีจึงได้ประกาศเพิ่มเงินรางวัลที่ 1 2 3 ให้กับผู้ชนะการประกวดฯในทุกประเภทเครื่องมือสูงขึ้นเป็น 2 ในทันทีทันใดโดยมิได้หารือหรือถามความเห็นกับทางมูลนิธิฯก่อน สำหรับความเห็นของมูลนิธิฯนั้นไม่ได้ถือว่า “รางวัลที่เป็นเงิน” เป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในการจัดประกวดฯรางวัลศรทอง หากจะเพิ่มงบประมาณเป็นเงินรางวัลให้กับการประกวดแล้วควร “เพิ่มจำนวนผู้ได้รับรางวัล” ให้มากขึ้นเป็น 5 หรือ 7 รางวัลในแต่ละประเภทเครื่องมือจะดีกว่าการเพิ่มจำนวนเงินให้แต่เฉพาะผู้ได้รางวัลที่ 1 2 และ 3 เท่านั้น แต่เมื่อได้ประกาศข่าวออกไปแล้วเช่นนั้นก็ต้องเลยตามเลย กรรมการของมูลนิธิฯจึงหาทางที่จะเพิ่มรางวัลขึ้นมาอีกเพื่อเฉลี่ยความภาคภูมิใจให้กับเด็กๆที่เข้าประกวดโดยออกเงินทุนเองอีกก้อนหนึ่งโดยจัดทำ “เหรียญฝีมือศรทอง” ขึ้นเพื่อมอบให้กับผู้เข้าประกวดฯที่ติดอันดับ Top Ten ในรอบชิงชนะเลิศคือหมายถึงผู้ที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 – 10 ของการประกวดในรอบชิงชนะเลิศทุกระดับการศึกษาและทุกเครื่องมือดนตรีที่ประกวดฯซึ่งเมื่อรวมแล้วจะมีเด็กๆที่ได้รับรางวัลเป็นเหรียญฝีมือศรทองนี้ถึง 100 คนด้วยกัน เป็นการให้กำลังใจแก่เด็กๆที่เข้าประกวดฯโดยใช้งบประมาณไม่มากนักแต่เฉลี่ยความภาคภูมิใจใด้มากขึ้น ตัวเหรียญฝีมือศรทองนี้ด้านหน้ามีคำว่า “ศร” ซึ่งหมายถึงชื่อของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯพร้อมทั้งคำจารึกเชิดชูความสามารถอยู่โดยรอบ ด้านหลังระบุวันเวลาที่ประกวดฯพร้อมทั้งเว้นที่ว่างไว้ตรงกลางเพื่อให้สามารถไปสลักชื่อนามสกุลเติมลงไปภายหลังได้ หลังจากที่เพิ่มรางวัลเป็นเหรียญฝีมือศรทองนี้แล้วได้ทราบว่าเด็กๆผู้เข้าประกวดฯต่างดีใจและอยากได้เหรียญนี้มากกว่าเงินรางวัลหรือเกียรติบัตรเสียอีกเพราะสามารถนำติดตัวไปแสดงได้ในหลายๆโอกาส



ในปีต่อๆมาจึงมีผู้สนใจสมัครเข้าประกวดรางวัลศรทองกันอย่างคับคั่งเลยครับ เหรียญฝีมือศรทองนี้เรานำเข้าถวายบูชาในพิธีไหว้ครูดนตรีไทยของมูลนิธิฯก่อนที่จะนำมาแจกเป็นรางวัลให้กับเด็กๆที่มีความสามารถดังนั้นจึงมีทั้ง ศักดิ์ และ สิทธิ์ สมบูรณ์อยู่ในเหรียญทุกเหรียญครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Sat Feb 11, 2012 8:07 am    เรื่อง: ขิมจีนลายหนุมาณหักคอช้างเอราวัณ (เล่าเรื่องด้วยภาพ) ตอบโดยอ้างข้อความ



ผมเคยเล่าเรื่องของขิมจากเมืองจีนที่พ่อค้าคนไทยสั่งซื้อมาขายในยุคแรกๆของการนำเอาขิมจีนเข้ามาบรรเลงในวงการดนตรีไทยไปแล้วโดยมีสาระสำคัญว่าช่างดนตรีจีนวาดลายบนฝาขิมผิดไปจากต้นแบบที่ไทยเราส่งไปคือแทนที่จะเป็นรูปหนุมาณหักคอช้างเอราวัณกลับกลายเป็นเสือกำลังตะปบคอช้างแทนจึงมีการซื้อมาเพียง 12 ตัวเท่านั้น (ลองย้อนกลับไปอ่านรายละเอียดของเรื่องนี้ดูครับ) ตอนนี้ คุณพันธ์นุวัฒน์ แป้นวงษ์ ได้ไปพบขิมจีนที่ผมกล่าวถึงแล้วส่งภาพมาให้ดูดังที่เห็นอยู่ในภาพด้านบนนะครับต้องดูดีๆหน่อยเพราะลายภาพจางมากจะเห็นเป็นรูปหนุมาณแบบลายจีนกำลังหักคอช้างเอราวัณอยู่แต่ขิมจีนตัวที่ผมเคยเห็นจริงๆนั้นจำได้ว่าไม่ใช่ในลักษณะนี้เพราะเป็นรูปเสือชัดเจนกำลังเกาะหัวช้างอยู่ทางด้านซ้ายมือไม่ใช่โผล่ขึ้นมาเป็นแนวตรงดังที่เห็นในภาพนี้จึงคิดว่าขิมจีนรุ่นที่เห็นอยู่ในภาพนี้อาจจะเป็นขิมรุ่นที่ทางเมืองจีนวาดแก้ไขใหม่ก็ได้เพราะดูเป็นรูปตัวหนุมาณชัดเจนหากเป็นภาพนี้ตั้งแต่แรกคนไทยคงไม่ต่อว่าไปว่าเป็นรูปเสือแน่ๆ (ขิมรุ่นนี้คงไม่ได้ส่งมาขายทีเมืองไทย) อย่างไรก็ดีต้องขอขอบคุณ คุณพันธ์นุวัฒน์ มากนะครับที่ส่งภาพนี้มาให้ชมกัน


_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Sun Feb 12, 2012 6:05 am    เรื่อง: คอยชมรายการบางบรรเลงเพลงระนาดตอน ระนาดออนไลน์ ครับ ตอบโดยอ้างข้อความ



เมื่อวานนี้รายการบางบรรเลงเพลงระนาดนัดมาขอสัมภาษณ์ผมและทีมงานไทยคิดซอฟต์แวร์กรุ๊ปที่ชมรมดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นลองไปอ่านกันทในกระทู้ที่ชื่อ "บางบรรเลงเพลงระนาด" นะครับ มีซอฟต์แวร์ระนาดเอกบรรเลงเดี่ยวท่อนนำเพลงเชิดนอกให้ชมกันด้วย




_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Sun Feb 12, 2012 8:07 pm    เรื่อง: ทฤษฎีภายในดนตรีไทย - เจตนานั้นสำคัญ ตอบโดยอ้างข้อความ



สวัสดีครับวันนี้ผมนำเอาภาพเรือยนตร์ลำหนึ่งมาให้ชมกันดังในภาพด้านบน ภาพนี้ผมวาดเองด้วยโปรแกรม Macromedia Flash (version 3) ซึ่งเป็นโปรแกรมรุ่นที่เก่ามากแล้วนะครับตอนนี้โปรแกรมนี้ไปถึง version 7 หรือ 8 โน่นแล้วแต่ผมยังชอบใช้ version 3 อยู่ดีเพราะใช้ง่ายไม่มีฟังชั่นจุกจิกมากนักแถมยังถนัดแล้วด้วย ที่วาดภาพเรือยนต์มาให้ดูนั้นไม่ใช่ว่าจะมาแนะนำการออกแบบสร้างเรือยนต์หากแต่เป็นภาพที่ผมใช้ประกอบการบรรยายถึงทฤษฎีภายในดนตรีไทยนี่แหล่ะ มันจะเกี่ยวกันยังไงลองอ่านดูครับ ก่อนอื่นเมื่อพิจารณาถึงชื่อ “ทฤษฎีภายใน ดนตรีไทย” นี้เมื่ออ่านหรือได้ยินแล้วหลายคนคงจะแปลกใจว่า มันเกี่ยวกับอะไร ? อยู่ในหมวดวิชาใด ? และมาเกี่ยวกับดนตรีไทยตรงไหนหรือ ? ต้องลองอ่านก่อนครับถึงจะเข้าใจ แล้วก็อย่าไปหาเลยว่าอยู่ในหมวดวิชาไหนเพราะชื่อนี้ผมเป็นคนตั้งเอง ส่วนเนื้อหานั้นนำมาจากแนวการสอนดนตรีของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯครับ ธรรมดาเรือยนต์นั้นประกอบไปด้วยสิ่งที่สำคัญ 3 ประการคือ ลำเรือ เครื่องยนต์ และ หางเสือเรือ หากขาดไปอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่ใช่เรือยนต์แล้ว ที่ผมนำเอาภาพของเรือยนต์มาอธิบายคำว่าทฤษฎีภายในดนตรีไทยนั้นมีแนวคิดดังนี้ครับ
...ลำเรือนั้นมีประโยชน์คือใช้สำหรับบรรทุกคนโดยส่งหรือสินค้าเพื่อเดินทางไปยังที่หมายโดยทางน้ำ
...เครื่องยนต์และใบพัดนั้นก็คือสิ่งที่ผลักดันลำเรือให้เคลื่อนที่ไปได้ในน้ำส่วนจะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับกำลังของเครื่องยนต์...
สำหรับหางเสือรวมทั้งระบบบังคับให้หันซ้ายหันขวานั้นเปรียบเหมือนเจตนาในการบังคับเรือว่าจะให้ไปทางไหนนั่นเองเมื่อนำมาเปรียบกับการเรียนดนตรีแล้วอาจอุปมาได้ว่า
...ลำเรือก็คือความรู้เชิงทฤษฎี (knowledge) คือถ้าเรียนรู้มามากก็เหมือนลำเรือใหญ่โตกว้างขวางจึงสามารถบรรทุกคนโดยสารหรือสินค้าได้มาก
...เครื่องยนต์ก็คือความสามารถในเชิงปฏิบัติกล่าวคือ เครื่องยนต์แรงมากเรือก็วิ่งไปได้เร็วมากขึ้น ถ้าเป็นดนตรีก็หมายถึงคนที่มีฝีมือดีมาก เก่งมาก ก็บรรเลงเพลงได้รวดเร็วและพิสดารมากขึ้น
...ส่วนหางเสือเรือนั้นก็คือแนวคิดในเชิงปรัชญาหรือเจตนาในการเป็นนักดนตรี จะเป็นคนดีเลวอย่างไร จะสร้างสรรค์ดนตรีในแนวไหนให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นก็คล้ายกับหางเสือเรือที่จะบังคับให้เรือวิ่งไปทางทิศไหนนั่นเอง
เรือที่ดีนั้นก็คือเรือที่มีครบทั้ง 3 ประการดังกล่าวเพราะจะสามารถนำผู้โดยสารไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย เรือที่ เครื่องยนต์แรง วิ่งเร็ว บรรทุกได้มาก แต่ไม่มี หางเสือ นั้นไม่สามารถพาคนโดยสารไปถึงที่หมายได้หมายถึงนักดนตรีที่ มีฝีมือดี มีความรู้มาก แต่นิสัยไม่ดี จึงไม่มีใครชอบหรือให้ความเคารพดังนั้นจึงไม่สามารถประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานได้ดีเท่าที่ควร น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่มักจะเห็นประโยชน์และปรับแต่งเฉพาะลำเรือและเครื่องยนต์โดยไม่ค่อยให้ความสนใจกับหางเสือเรือมากนักทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าหางเสือเรือนั้นมีราคาถูกกว่าเครื่องยนต์หรือลำเรือมากทั้งๆที่มีความสำคัญมากกว่า นอกจากนั้นหางเสือยังอยู่ใต้ผืนผิวน้ำด้วยคนจึงมักจะมองข้ามไปโดยลืมไปว่าหางเสือนั่นเองที่นำเรือไปสู่ที่หมาย นักดนตรีที่มุ่งแต่หาความรู้และฝึกฝีมือโดยละเลยการปฏิบัติวางตนที่ดีและเหมาะสมจึงเหมือนเรือที่ขาดหางเสือและจะไม่เป็นที่นิยมของคนทั่วไป
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Tue Feb 14, 2012 8:22 am    เรื่อง: การตีระนาดเอกเพลงแสนคำนึง (เรียนดนตรีด้วยการ์ตูน) ตอบโดยอ้างข้อความ



สวัสดีครับเด็กๆวันนี้ครูฉิ่งพาคุณระนาดเอกมาบรรเลงเพลงแสนคำนึง 3 ชั้นให้ได้ชมและรับฟังกัน เพลงแสนคำนึงนั้นนับเป็นเพชรเม็ดงามของวงการดนตรีไทยเม็ดหนึ่งที่ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) จงใจและตั้งใจแต่งเต็มที่เพื่อไว้อาลัยเพลงไทยที่กำลังจะสูญหายไปเพราะเรื่องราวทางการเมืองในยุคสมัยหนึ่งของอดีต ใครอยากลองฟังหรืออยากจะฝึกตีระนาดเอกเพลงนี้ก็ลองคลิกที่ลิ้งค์ต่อไปนี้นะครับ...
http://youtu.be/tnSfhk_D87Q
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Tue Feb 14, 2012 8:10 pm    เรื่อง: นักท่องเที่ยวต่างชาติตามหามูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ ตอบโดยอ้างข้อความ



มีเรื่องที่ผมแปลกใจและไม่เคยคิดมาก่อนจะเล่าให้ฟังครับ...คือวันอาทิตย์หนึ่งขณะที่ผมกำลังสอนดนตรีอยู่มีฝรั่งสองสามีภรรยาคู่หนึ่งมาเดินถามหาที่ตั้งของมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯเด็กๆจึงพามาพบผม หลังจากพูดคุยถามไถ่กันแล้วจึงทราบว่าเขาอยากมาเยี่ยมชมสถานที่ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการเรียนการสอนดนตรีของไทย ผมจึงให้เขาชมการสอนดนตรีและถ่ายภาพสถานที่ได้ตามสบายพร้อมกับถามว่าได้ทราบข้อมูลนี้มาจากไหนเขาก็บอกว่าอ่านจากหนังสือคู่มือการนำเที่ยวเมืองไทยชื่อ Time Out ผมจึงขอดูหนังสือดังกล่าวและขออนุญาตเขาถ่ายภาพปกหนังสือและคอลัมน์ที่เขียนแนะนำเอาไว้ดังในภาพที่นำมาลงไว้ให้ชมกัน



ผมเคยทราบว่าหนังสือชื่อ Time Out นี้เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงในการเป็นคู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวแต่ไม่ทราบว่าเขาได้ข้อมูลของเราไปจากไหนหรือด้วยวิธีใดแต่ก็รู้สึกยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์แต่ชาวต่างชาติสมดังที่ "ป้าจิ้น" (คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง) ท่านได้ฝากฝังเอาไว้ครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Wed Feb 15, 2012 9:55 am    เรื่อง: เยาวชนลูกครึ่งนักเผยแพร่ดนตรีไทย (ตีขิม) ตอบโดยอ้างข้อความ



เมื่อพูดถึงงานเผยแพร่ดนตรีไทยให้กับชาวต่างชาติแล้วผมมีอีกตัวอย่างหนึ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังครับ คือวันหนึ่งผมได้รับอีเมล์จากคุณศิริพรซึ่งมีลูกสาววัย 14 ปีเป็นเด็กลูกครึ่ง ไทย-เยอรมัน เขียนมาว่าอยากสั่งซื้อหนังสือและดีวีดีฝึกตีขิมของผมทั้งหมดเท่าที่มีเพื่อนำไปให้ลูกสาวฝึกเรียนที่เยอรมัน ผมก็เลยตอบไปว่าสื่อต่างๆเหล่านั้นผมทำไว้มากมายหลายอย่างขอเวลารวบรวมทำเป็นรายการก่อน หลังจากนั้นไม่นานคุณศิริพรได้มาพบผมถึงที่บ้านโดยบอกว่าพอดีช่วงนั้นมาธุระในเมืองไทยเลยแวะมาซื้อด้วยตนเอง ผมได้พูดคุยกับคุณศิริพรและทราบว่าลูกสาวที่ชื่อ "อาลีน่า" นั้นชอบศิลปวัฒนธรรมของไทยทุกอย่างรวมทั้งชอบตีขิมด้วยเป็นพิเศษ อาลีน่าได้ไปเห็นงานเผยแพร่วิธีฝึกตีขิมของผมในชื่อ krutuckshop ใน youtube เข้าจึงได้ลองฝึกเรียนตีขิมไปตามนั้นและได้ผลดีมากจึงนำไปสอนพวกน้องๆในชมรมฯคนไทยที่เยอรมันด้วย ผมจึงให้คุณศิริพรเลือกซื้อสื่อการสอนขิมแบบต่างๆเท่าที่มีอยู่ซึ่งเธอก็ซื้อไปทั้งหมดเลยครับ


(ภาพบน) วงดนตรีของน้องอาลีน่าขณะแสดงในเยอรมัน

หลังจากนั้นไม่นานนักคุณศิริพรก็อีเมล์มาเล่าว่าน้องอาลีน่าได้ทำโครงการณ์ฝึกสอนดนตรีไทยแล้วส่งไปแข่งขันกับโครงการของกลุ่มเยาวชนอื่นๆเพื่อขอทุนจากธนาคารในประเทศเยอรมันและประสบความสำเร็จได้เงินทุนมาจัดซื้อเครื่องดนตรีไทยและอุปกรณ์การฝึกเรียนจนครบถ้วนทั้งยังได้นำวงดนตรีไทยของเธอไปแสดงในโอกาสต่างๆในปะเทศเยอรมันด้วยหลายครั้งดังข้อความในอีเมล์ต่อไปนี้ครับ

สวัสดีค่ะ
น้องอาลีน่าได้ขอทุนจากธนาคารที่เยอรมัน เพื่อนำมาสอนขิมให้กับเด็กๆค่ะ ลองเข้าไปดูได้นะค่ะ น้อง
อาลีน่าได้ 1 ใน 20 กลุ่ม ที่ได้รับคัดเลือกค่ะ มีคนสมัครทั่วประเทศเยอรมันค่ะ กลุ่มของน้องอาลีน่าได้รับคะ
แนนเสียงเป็นอันดับที่ 1 เลยค่ะ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ประเทศเยอรมันได้ให้โอกาสดนตรีไทยมาเผยแพร่ในต่าง
แดนอีกครั้ง และทำให้น้องอาลีน่าได้รับโอกาสที่จะแสดงความสามารถอีกด้วยค่ะ
http://www.alina.webthai.de/
และวันที่ 5-6 กุมภานี้ ทางทีวีของเยอรมัน ต้องการพิธีกร คัดเลือกทั้งหมดที่สมัครทั่วประเทศ
เพียง 20 คน เท่านั้นเพื่อทำรายการเกี่ยวกับรายการ ฉายหนังและแนะนำหนังที่นำมาฉายของทั่วโลก เพื่อ
ให้ไปดูแล้วก็นำมาวิเคราะห์กันว่าเป็นอย่างไรค่ะ และต้องพาดาราที่ได้รับคัดเลือกจากประเทศที่ชนะนั้นไปดู
พวกประเภทสือต่างๆของเยอรมันด้วยค่ะ
น้องอาลีน่าได้ไปสมัครแล้วค่ะ แต่ไม่ทราบว่าจะได้รับคัดเลือกหรือไม่ค่ะ หากอย่างไรก็ขอให้ทุกๆท่านเป็น
กำลังใจให้น้องอาลีน่าด้วยนะคะ
นับถือ
ศิริพร น้องอาลีน่า



(บน) ภาพน้องอาลีน่า

ผมจึงเขียนอีเมล์แสดงความชื่นชมอาลีน่าไปแล้วบอกว่าหากมีอะไรจะให้ช่วยหรือขอคำแนะนำจากผมก็ยินดรเสมอ คุณศิริพรตอบกลับมาดังในข้อความต่อไปนี้

กราบเรียนอาจารย์ตั๊กที่นับถือ
อาจารย์คะไม่ทราบว่าปีนี้จะมีพิธีไหว้ครูวันที่เท่าไรคะเพราะว่าติ๋ม
และน้องอาลีน่าจะเดินทางไปประเทศไทยค่ะ วันที่ 23มิถุนายน-5 สิงหาคม 2555 ค่ะ หากตรงกับช่วงที่อยู่ประเทศไทยยินดีไปร่วมพิธีด้วยค่ะ เพื่อน้องอาลีน่าจะได้เห็นพิธีกรรมด้วยค่ะ อาจารย์คะ ปีนี้น้องอาลีน่าได้รับเชิญจาก ททท. ก็มีคนแข่งกันหลายคนค่ะแต่ทาง ททท.เลือกน้องอาลีน่าเข้าร่วมงาน ITB Berlina 2012
http://www.itb-congress.de/PartnerUndSponsoren/Sponsoring-Moeglichkeiten/ แ ล้วกด ITB 2011-2012 มุมขวามือค่ะที่มีรูปคน ชาย หญิง ที่บนหัวมีเป็นรูปปั้นด้วยค่ะ ให้ไปแสดงขิมโชว์ วันที่ 7-11 มีนานี้ค่ะ และคงจะช่วยเป็นล่ามแปลให้กับคนเยอรมันด้วยค่ะ วันแรกทราบว่าฟ้าหญิงอุบลรัตน์เสด็จมาร่วมงานด้วยค่ะ
ก็ได้บอกกับน้องอาลีน่าว่าถือว่าหนูเป็นตัวแทนของประเทศไทยเลยนะคะ ต้อง
ทำให้ดีที่สุด เพราะว่าเป็นชื่อเสียงของประเทศเราค่ะ ตอนนี้น้องอาลีน่าเลย
ซ้อมใหญ่เลยค่ะ คาดว่ามาครั้งนี้คงต้องฝากน้องอาลีน่าให้อาจารย์ช่วยแนะนำในส่วนที่น้องอาลีน่ายังขาดอยู่ ติ๋มทราบดีค่ะ ว่าน้องต้องปรับปรุงอีกหลายๆอย่างค่ะเพราะว่าติ๋มเองก็ไม่มีความรู้ด้านดนตรีเลย แต่ก็ต้องช่วยน้อง
เพราะว่าน้องอาลีน่าต้องการจะเรียนค่ะ ถือว่าเป็นบุญของน้องอาลีน่าคะ ที่
ได้ทำหน้าทีในส่วนนี้ค่ะ แล้วน้ำท่วมที่บ้านอาจารย์และชมรมไหมคะขอให้อาจารย์ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
นับถือ
ศิริพร น้องอาลีน่า ยรูเก้น-เบอร์ลิน


ผมยังไม่ได้ตอบคุณศิริพรไปว่าปีนี้มูลนิธิฯจะไหว้ครูวันไหนแต่ก็ตอบไปว่าแล้วจะแจ้งให้ทราบ...เรื่องของอาลีน่าที่นำมาเล่านี้แสดงว่าเด็กไทยในต่างประเทศนั้นสนใจในวัฒนธรรมดั้งเดิมของเรามากแค่ไหนน่าเสียดายที่เด็กไทยในประเทศเราส่วนใหญ่กลับไม่สนใจ ผมรู้สึกอายแทนจริงๆครับ.....ไปชมวีดีโอคลิปที่อาลีน่าสอนน้องๆตีขิมกระดาษกันที่นี่เลยครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=IC1e2jNwnwA
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Wed Feb 15, 2012 10:05 pm    เรื่อง: ความหมายของเสียงดนตรี (เรียนดนตรีด้วยการ์ตูน) ตอบโดยอ้างข้อความ



สวัสดีครับเด็กๆวันนี้ครูฉิ่งมีปัญหามาถามพวกเธอกันหน่อยพวกหนูทราบไหมว่า "เสียงดนตรีคืออะไร" คำตอบนี้มีหลายแง่มุมที่น่าสนใจหากไม่ทราบหรือคิดไม่ออกครูฉิ่งจะเฉลยให้ฟังสักแง่มุมนึงตามภาพและข้อความที่เขียนไว้ด้านล่างนะครับ...ถูกใจหรือไม่ถูกใจลองไปอ่านดูแล้วพิจารณากันเอาเองนะครับ



ก่อนที่จะเรียนรู้เรื่องดนตรีเราควรเข้าใจความหมายของเสียงดนตรีให้ดีเสียก่อนว่าเสียงดนตรีคืออะไร? แนวคิดในเรื่องความหมายของเสียงดนตรีนั้นยังมีความแตกต่างคลาดเคลื่อนกันอยู่บ้างในมุมมองของชนชาติทางตะวันตกและตะวันออก ชาวตะวันตกหรือฝ่ายดนตรีสากลนั้นมีแนวคิดในเรื่องของเสียงดนตรีว่าหมายถึงเสียงในระดับคลื่นความถี่ของตัวโน้ตตามที่ได้กำหนดหมายไว้จึงเห็นว่าอุปกรณ์ใดก็ตามที่ทำเสียงได้ตามความถี่ดังกล่าวถือว่าอยู่ในกลุ่ม “เครื่องดนตรี” ส่วนอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆในวงดนตรีเช่น ฉิ่ง, กรับ หรือ กลอง ไม่จัดให้อยู่ในกลุ่มของเครื่องดนตรีโดยตรงเนื่องจากไม่สามารถทำเสียงคลื่นความถี่ให้ออกมาตามตัวโน้ตที่กำหนดได้และจัดให้อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “เครื่องทำจังหวะ” (percussion) สำหรับชาวเอเซียเช่นคนไทยหรือคนในอีกหลายประเทศในภูมิภาคแถบนี้มีแนวคิดในเรื่องความหมายของเสียงดนตรีต่างออกไปคือเห็นว่า “เสียงดนตรี” นั้นหมายถึงเสียงใดๆก็ตามที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ามีความ “ไพเราะ” และ “ประทับใจ” ถือว่าเป็นเสียงดนตรีทั้งสิ้น ดังนั้นเราจึงถือว่า ฉิ่ง ฉาบ กรับ หรือ กลอง ต่างก็เป็นเครื่องดนตรีด้วยเช่นกันเพราะเมื่อฟังเสียงการบรรเลงของสิ่งเหล่านี้คละเคล้าไปกับเสียงของเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆแล้วจะรู้สึกว่ามีความไพเราะน่าฟังและมีความคึกคักสนุกสนานมากขึ้นดังนั้นคนไทยจึงถือว่าเครื่องทำจังหวะเหล่านี้เป็นเครื่องดนตรีด้วย



สรุปแล้วความหมายของเสียงดนตรีจึงยังคงไม่มีคำจำกัดความที่แน่นอนตรงกันสำหรับนักดนตรีตะวันออกและตะวันตกครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Thu Feb 16, 2012 9:56 am    เรื่อง: เพลงลาวแพนทางของหลวงประดิษฐไพเราะฯ ตอบโดยอ้างข้อความ



ทำนองเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนทางของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นั้นนับเป็นตำนานซึ่งเป็นที่รู้จักและเล่าขานกันในวงการดนตรีไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับ โน้ตเพลง ทำนองเพลง หรือ การแสดงเพลงลาวแพนโดยนักดนตรีแทบทั้งนั้น แต่ในวันนี้ผมจะขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเพลงนี้ที่แปลกออกไปจากที่เคยเป็นมาและเป็นข้อมูลที่ยังไม่เคยได้รับทราบหรือมีการนำเสนอกันมาก่อนดังปรากฏในภาพด้านล่างครับ



ภาพด้านบนนั้นเป็นลำดับรายชื่อของผู้ที่ได้เคยต่อทำนองเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนทางของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯไปแล้วในอดีต ผมแสกนภาพนี้มาจากโปรแกรมที่ชื่อ My Manager หรือ My Maps ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับเขียนลำดับรายการต่างๆที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันในรูปแบบของ Family Tree ในภาพแรกนี้เป็นต้นกำเนิดหรือรากฐานข้อมูลแรกเกี่ยวกับเพลงลาวแพนทางนี้โดยเฉพาะ จะเห็นว่ามีผู้ที่ได้ต่อ "ทำนองเดี่ยวขิม" เพลงลาวทางนี้จากท่านครูฯอยู่เพียงรุ่นละหนึ่งคนเท่านั้นคือ ศิษย์รุ่นที่ 1 ก็คือคุณแม่ของผม (อ.บรรเลงสาคริก) ศิษย์รุ่นที่ 2 คือตัวผม ศิษย์รุ่นแรกที่มีคุณแม่ของผมเพียงคนเดียวนั้นเนื่องจากบ้านบาตรในยุคนั้นไม่มีนักดนตรีคนไหนสนใจอยากตีขิมครับเพราะส่วนใหญ่จะฝึกกันแต่ปี่พาทย์ทั้งนั้นหากจะมีตีขิมบ้างก็เป็นการฝึกกันเอาเองไม่ได้ต่อจากท่านครูฯ เรื่องของเรื่องก็คือบังเอิญคุณตาผมท่านได้ทราบว่าคุณแม่ผมแอบไปเรียนตีขิมกับครูดนตรีในยุคนั้นคนหนึ่งแต่ครูคนนั้นไม้กล้าสอนเพราะทราบว่าเป็นลูกของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯคุณตาจึงบอกกับคุณแม่ผมว่า...บรรเลงพ่อจะสอนให้...คุณแม่ผมจึงได้ต่อขิมจากท่านครูฯหลายเพลงรวมทั้งทำนองเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนด้วย ส่วนผู้สืบทอดเพลงลาวแพนรุ่นที่ 2 คือผมนั้นได้ต่อเพลงนี้เพราะคุณแม่อยากให้ผมได้ทางเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนเอาไว้เนื่องจากผมหันมาสนใจฝึกตีขิมและยังเป็นหลานโดยตรงด้วยและก็บังเอิญอีกเช่นกันที่คุณแม่ไม่เคยต่อเพลงเดี่ยวขิมลาวแพนทางนี้ให้กับลูกศิษย์ดนตรีคนไหนเลยนอกจากผม ดังนั้นผู้สืบทอดในรุ่นที่ 2 นี้จึงมีผมเพียงคนเดียวอีกเช่นกัน สำหรับผู้สืบทอดรุ่นที่ 3 ก็คือกลุ่มบุคคลที่ได้ต่อเพลงนี้ไปจากผมโดยตรงมีเป็นจำนวนมากมายทีเดียวเท่าที่ผมจดบันทึกเอาไว้จากความทรงจำพอจะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกันคือ
- กลุ่มที่ต่อเพลงนี้ไปจากผมก่อนปี พ.ศ.2524
- กลุ่มที่ต่อเพลงนี้เพื่อร่วมบรรเลงในงานฉลอง 100 ปีของท่านครูฯ
- กลุ่มที่ต่อเพลงนี้ภายหลังจากปี พ.ศ.2524
ซึ่งแต่ละกลุ่มดังกล่าวนั้นผมจดบันทึกรายชื่อเอาไว้ทั้งหมด (เท่าที่ค้นได้) จึงจะนำมาเล่าให้ฟังกันในกระทู้นี้ต่อไปนะครับ ท่านใดที่สนใจอยากทราบว่ามีใครได้ต่อเพลงลาวแพนทางนี้ไปจากผมบ้างก็ลองติดตามอ่านกัน ข้อมูลที่บันทึกนี้ยังไม่ได้รวมผู้ที่ได้ต่อเพลงนี้ไปจากบรรดาลูกศิษย์ของผมนะครับและหากลูกศิษย์คนไหนที่เคยต่อทำนองเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนทางนี้ไปจากผมและไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในบันทึกนี้กรุณาแจ้งให้ทราบด้วยครับเพราะผมคงจำได้ไม่หมด สำหรับผู้ที่เคยร่วมแสดงในงานฉลอง 100 ปีที่โรงละครแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.2524 ผมมีรายชื่อในบันทึกหมดแล้วนะครับเพราะค้นดูได้จากสูจิบัตรของงานในครั้งนั้น วันนี้ขอเล่าไว้แค่นี้ก่อนนะครับคราวหน้าจะนำรายชื่อของแต่ละกลุ่มมาให้อ่านกันทีละกลุ่มเลย
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Thu Feb 16, 2012 9:27 pm    เรื่อง: เพลงลาวแพนทางของหลวงประดิษฐไพเราะฯ (ต่อ) ตอบโดยอ้างข้อความ



คราวนี้จะมาเล่าให้ฟังถึงกลุ่มของลูกศิษย์รุ่นแรกที่ได้ต่อทำนองเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนไปจากผม กลุ่มนี้เป็นนักเรียนโรงเรียนราชินีบนซึ่งเป็นโรงเรียนที่ผมเริ่มไปสอนดนตรีเป็นครั้งแรกโดยคุณแม่ท่านให้ไปช่วยสอน สาเหตุก็คือเมื่อผมเรียนตีขิมไปได้ไม่นานนักก็ทำท่าจะเลิกฝึกเสียแล้วเหมือนๆกับเด็กๆทั่วไปคุณแม่จึงบอกให้ผมไปช่วยสอนขิมตามโรงเรียนที่ท่านและคุณหญิงชิ้นฯไปสอนอยู่เป็นประจำเช่น รร.ราชินี รร.บวรนิเวศน์ และ รร.สตรีศรีอยุธยา เป็นต้น เมื่อผมต้องไปสอนผู้อื่นก็จำเป็นอยู่เองที่จะต้องฝึกตีขิมต่อไปและต้องได้เพลงมากๆเท่ากับเป็นการบังคับให้ผมเรียนตีขิมต่อไปนั่นเองที่แปลกก็คือดูเหมือนว่าเมื่อผมไปสอนที่ใดก็ตามเด็กนักเรียนที่นั่นจะสามารถเรียนรู้ดนตรีได้เร็วขึ้นอาจจะเป็นเพราะพวกเด็กๆไม่กลัวผมเหมือนกลัวคุณแม่กับคุณป้าจิ้นซึ่งเป็นผู้ใหญ่มากกว่าผมก็ได้หรืออาจจะเป็นเพราะวิธีการสอนที่แตกต่างกันก็ไม่ทราบได้ จำได้ว่าตอนที่ผมเริ่มสอนดนตรีนั้นอายุเพียง 17 ปี ตอนนี้อายุ 65 แล้วไม่เคยหยุดสอนเลยครับ...
ขอวกกลับมาพูดถึงเด็กรุ่นแรกที่ต่อเพลงลาวแพนไปจากผมกันใหม่นะครับเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต่อเพลงลาวแพนไปจากผมก่อนปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มคือ
- ลูกศิษย์ขิมที่เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนราชินี
- ลูกศิษย์ขิมที่มาเรียนกับผมที่บ้าน
ทั้งสองกลุ่มนี้คือกลุ่ม 3.1 ในโปรแกรม Mind Manager ขอพูดถึงกลุ่ม นร.ราชินีก่อนนะครับ
เด็กนักเรียนราชินีที่ผมสอนนั้นมีอยู่จำนวนหนึ่งที่เรียนรู้ดนตรีได้เร็วมากอาจจะเป็นเพราะความสามารถส่วนตัวด้วยก็ได้จึงตีขิมได้ดีผมจึงลองต่อเพลงลาวแพนให้ก็ปรากฏว่ามีอยู่หลายคนที่สามารถตีเพลงนี้ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเท่าที่ผมจำได้ก็มีอยู่ 5 คนดังรายชื่อที่เขียนไว้ในโปรแกรม Mind Manager ในภาพด้านล่าง



ส่วนผู้สืบทอดเพลงลาวแพนกลุ่ม 3.1 ชุดที่ 2 ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่มาเรียนตีขิมกับผมที่บ้านมีอยู่ 8 คนดังรายชื่อในภาพต่อไปครับ



ผู้สืบทอดทำนองเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนในรหัสกลุ่ม 3.1 ทั้งสองกลุ่มก็มีรายนามดังที่บันทึกเอาไว้หากตกหล่นชื่อใครในรุ่นนี้ไปบ้างช่วยแจ้งมาให้ครูทราบด้วยแล้วกันนะเพราะบันทึกไปเท่าที่จำได้เท่านั้น
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Fri Feb 17, 2012 9:50 am    เรื่อง: ตีระนาดบนไอแพด (เรียนดนตรีกับซอฟต์แวร์) ตอบโดยอ้างข้อความ



ในที่สุดก็มีขึ้นจนได้ครับ...โปรแกรมตีระนาดบนไอแพด คิดโดยคนไทยเสียด้วยคือ อาจารย์ กษิดิ์กฤษณ์ จากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่น่ายินดีจริงๆจะได้ให้ชาวต่างประเทศได้ฝึกตีระนาดเอกของไทยกันบ้าง เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อเช้านี้ผมได้รับอีเมล์จาก "อาจารย์กษิดิ์กฤษณ์" ส่งลิ้งค์การประดิษฐ์โปรแกรมตีระนาดด้วยนิ้วบนเครื่องไอแพดมาให้ชม ดูดีและน่าสนใจมากครับ อาจารย์บอกว่าเคยเป็นลูกศิษย์ที่เรียนขิมกับผมนานมาแล้วเลยยิ่งดีใจใหญ่ที่มีคนมาช่วยกันเผยแพร่ดนตรีไทยของเราจึงขอนุญาตนำข่าวนี้มาเล่าให้แฟนๆในเว็บไทยคิดฯได้รับทราบกันอาจารย์บอกว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมการเผยแพร่ซอฟต์แวร์ตัวนี้ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ...ท่านที่สนใจอยากจะชมรูปร่างหน้าตาและฟังเสียงของแอพลิเคชั่นตัวนี้ก็คลิกที่ลิ้งค์ซึ่งอาจารย์ส่งตัวอย่างมาให้ดูเป็นตัวอย่างได้ที่นี่เลยครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=ch1JBNv4K3Y
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Sun Feb 19, 2012 8:03 am    เรื่อง: "ผิวแคน" บนไอแพด (เรียนดนตรีกับซอฟต์แวร์) ตอบโดยอ้างข้อความ



สวัสดีครับวันนี้ผมเอาเครื่องดนตรีใหม่ในไอแพดมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน...รูปร่างหน้าตาของเครื่องดนตรีนี้คล้ายกับ "แคน" ที่เรารู้จักกันนี่แหล่ะครับสามารถเป่าบรรเลงได้ด้วยนิ้วแทนปากไพเราะและน่าสนใจเหมือนกันที่แปลกคือรูปร่างหน้าตาคล้าย "แคน" แต่เสียงเหมือน "โหวต"ซึ่งเป็น เครื่องดนตรีทางภาคอิสานของเราดังนั้นผมจึงตั้งชื่อกระทู้นี้ว่า "ผิวแคน" ไงครับ ลองไปชมกันดูที่ลิ้งค์นี้เลย...
http://www.youtube.com/watch?v=akqfaUgvDDw
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 795

ตอบตอบเมื่อ: Sun Feb 19, 2012 10:55 pm    เรื่อง: เพลงญี่ปุ่นฉะอ้อนเถา (ฝึกตีขิมกับครูตั๊ก) ตอบโดยอ้างข้อความ

สวัสดีครับ...วันนี้จะมาแนะนำการตีขิมในเพลง "ญี่ปุ่นฉะอ้อน" ให้ชมกันนะครับ...เพลงนี้เป็นเพลงไทยสำเนียงญี่ปุ่นในอัตรา 2 ชั้นที่มีอยู่ไม่มากนักเท่าที่ผมทราบก็มีอยู่ด้วยกัน 3 เพลงคือ

๑ ญี่ปุ่นฉะอ้อน 2 ชั้น
- เพลงนี้มีเพียงท่อนเดียวท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯนำมาแต่งขยายขึ้นเฉพาะทำนองอัตรา 3 ชั้นส่วนทำนองชั้นเดียวแต่งโดย คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง ต่อมาในงานฉลองวาระครบรอบ 120 ปีเกิดของท่านครูฯผมได้แต่งทำนองทางเปลี่ยนขึ้นทุกอัตราชั้นแล้วนำไปร่วมบรรเลงในงานครั้งนั้นโดยวงเครื่องสายผสมพิณกู่เจิงวงใหญ่ซึ่งใช้โคมญี่ปุ่นจำนวนมากเล่นแสงสีในขณะที่บรรเลงด้วย

๒ ญี่ปุ่นรำพึง 2 ชั้น
- เพลงนี้มีสองท่อนผมนำมาแต่งขยายขึ้นเป็นอัตรา 3 ชั้นและตัดลงเป็นชั้นเดียวจนครบเป็นเพลงเถาพร้อมทั้งแต่งคำร้องและทางร้องใหม่ทั้งหมดแล้วตั้งชื่อว่า "ญี่ปุ่นรัญจวน"
๓ ญี่ปุ่นสำเริง มีเพียงท่อนเดียว (เท่าที่ทราบยังไม่มีการทำเป็นเพลงเถา)

ในวีดีโอคลิปที่จะได้ชมกันวันนี้ผมจะตีขิมเพลงญี่ปุ่นฉะอ้อนเฉพาะ ท่อน๑ ของทำนองสามชั้นให้ฟังกันก่อนนะครับ...ขิมตัวที่ใช้บรรเลงอาจจะดูเก่าคร่ำคร่าไปสักหน่อยเพราะนั่นคือขิม 9 หย่องตัวแรกที่ คุณหมอสมชาย กาญจนสุต ท่านนำมาให้ผมเป็นของขวัญปีใหม่เมื่อนานมาแล้วแต่เสียงยังพอใช้ได้อยู่ส่วนภาพก็อาจจะไม่สดใสสวยงามมากนักเพราะผมถ่ายด้วยเครื่องไอแพดในห้องทำงานของชมรมฯนี่เองเพราะสะดวกดีลองไปชมกันที่คลิปนี้ครับ
...
http://www.youtube.com/watch?v=kUuuSj9lH30



สำหรับท่อนอื่นๆต้องติดตามชมกันโดยจะทยอยนำมาบรรเลงให้ชมกันจนครบเถาเลยครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3 ... 14, 15, 16  ถัดไป
หน้า 1 จาก 16

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group