Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

วันที่เหลือ 25 "เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 8"

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
นายยางสน..คนบางขวาง



เข้าร่วม: 28 Feb 2005
ตอบ: 210

ตอบตอบเมื่อ: Sat Jun 25, 2005 1:17 am    เรื่อง: วันที่เหลือ 25 "เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 8" ตอบโดยอ้างข้อความ

วันที่เหลือ 25




เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 8

นายยางสน..คนบางขวาง
18 มิถุนายน 2548




2 มิถุนายน 2548


ตื่นเช้าเพื่อรับข่าวสารความเป็นไปของเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเคราะห์ซ้ำกรรมซัด วิบัติด้วยอัตตาจากใครบางคนที่มืดมิดไร้จิตใจวิสัยทัศน์ ที่ฝากคำข้ามฟ้ามาทางโทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋ว

.....ทางลัดสู่ความสำเร็จที่แท้จริงนั้นไม่มี วันคืนที่ผ่านพ้นทำให้คนกล้าแกร่ง ...........ช่าง มารดาเธอนะเพื่อน..!!!!

เรารีบลุกขึ้นอาบน้ำด้วยความระมัดระวัง เหตุเพราะกระบะรองตีนที่ทำหน้าที่รับน้ำอาบจากฝักบัวเกิดเจิ่งนองปริ่มเปี่ยมชวนกระฉอกระลอกสู่พื้นห้องอันคับแคบ แทบไม่ต้องสงสัยในราคา 30 ยูโร โอ้...ท่อตันครับท่าน......

...............................................

เช้านี้เรามีนัดกับสาวอาทิตย์อุทัยที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่สก๊อตแลนด์แต่ยังเยาว์ เธอศึกษาเล่าเรียนดนตรีที่นั่น กระทั่งถึงวันที่ต้องตัดสินใจในเส้นทางการศึกษาอีกครั้ง จึงนั่งเครื่องมาหาเรื่องปรึกษากัน

เรารู้จักกับ “ชิโอริ” ในคราวที่ชาวกอไผ่ไปตระเวนทัวร์ออสเตรียโดยมี “มาเรีย” เพื่อนรักนักดนตรีผมทองที่เกิดมาต้องใจวงดนตรีไทยเรื่องมาก บากบั่นนำเราไปร่วมงานด้วยกว่าสิบชีวิต ก่อนที่จะไปปิดท้ายการเดินทางกันที่เมืองผู้ดี ซึ่งเป็นที่ๆได้พบกับซากุระพลัดถิ่นดอกนี้....
.......................................................

แม้มิใช่ทางช้างเผือกที่หนุ่มสยามและสาวอาทิตยอุทัยใช้เป็นสถานที่นัดหมาย หน้าโบสถ์มหาวิหาร Notre Dame ก็ดูจะเหมาะสมสะดวกดีที่จะพบกัน

บนลานหน้าสิ่งก่อสร้างยอดแหลมเสียดฟ้าสไตล์โกธิคที่ตระหง่านผ่านกาลเวลามากว่า 7 –8 ร้อยปี ท่ามกลางฝูงชนหลากวัยขวักไขว่เข้าชมภายใน ใครคนหนึ่งยิ้มกว้างกางเขี้ยวเข้ามาทักทาย แล้วความหลังอีกความหวังทั้งหลายก็พรั่งพรู.....

ทิ้งเวลาให้ใครสองคนบ่นบอกสัพยอกสักครู่หนึ่ง จึงฉวยโอกาสเร่งเท้าเก้าเข้าสู่มหาวิหารใหญ่ตามใครและใครอีกมากมายเพื่อสัมผัสบรรยากาศภายใน.....

จากเท้าที่ก้าวเดินมิเพลินหยุดฉุดชะงักอยู่กับสิ่งใดที่น่าสนใจได้ เพียงชั่วใบไม้ร่วงหล่น ใครคนนี้ก็พาตัวเองออกมายืนอยู่ที่ข้างนอก พลางบอกตัวเองในใจว่าหาความสงบพบเจอไม่ ในวัฒนธรรมเสพรูปจูบไม่ฝังรอย ถ้าปล่อยให้เป็นวงจรคริสตพานิชย์เช่นนี้...
....................................................

ระหว่างเส้นทางการเดินเท้าเพื่อเข้าคารวะศิลปินใหญ่ที่ตั้งใจไว้ เราได้แวะเข้าชม Canavalet Musee ที่ซุกซ่อนอยู่ข้างตรอกเล็กๆในเมืองใหญ่ ที่ได้จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์รากเหง้าชาวน้ำหอมแต่ครั้งนโปเลียนที่ 1 ถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส

เวลาไม่หยุดรอให้เราได้ชื่นชมเรื่องราวภายในได้ดังใจปรารถนา มากไปกว่าการเยี่ยมชมใช้บริการห้องน้ำแสนสวยในชั้นใต้ดินแห่งนั้น....
....................................................

เพียงหนึ่งเพลินเราก็เดินมาถึงตึกเก่าสร้างขึ้นราว ค.ศ.1800 ที่ได้ใช้สอยให้เป็นที่จัดแสดงผลงานของศิลปินผู้กล้า นามว่า Picasso

Musee National Picasso ตึกใหญ่รูปตัวแอล ตกแต่งจัดแบ่งเป็นหลืบห้องซับซ้อน ซ่อนงานศิลปะสุดมันส์ในความคิดสร้างสรรค์ ขั้นตอนกระบวนการของการพัฒนาค้นหาตัวตนบนผืนผ้าใบเปื้อนสี อีกสิ่งประติมากรรมนำสมัย ซึ่งได้เป็นต้นแบบแนวทางให้ใครข้างหลังได้นั่งทับนับเงินเจริญใจ

เบื้องหน้าผลงานของผู้มาก่อน เด็กเล็กๆชายหญิงยังคงนั่งนิ่งฟังคุณครูตาคมผมเข้มคนนั้น บอกเล่าเร้าจินตนาการให้กับชีวิตน้อยๆได้รู้จัก สัมผัส เรียนรู้ และสร้างสรรค์ อะไรก็ตามดังที่ใจอยากให้เป็น

คนสร้างพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์สร้างคน
..........................................................

Cite de la Musique สถานที่สำคัญ (สำหรับเรา) ที่ไม่มีแม้เงาบนแผนที่นำเที่ยวปารีส

บนพื้นราบคะเนว่าใหญ่กว่าสนามหลวง กลุ่มอาคารแปลกตาผุดโผล่โชว์กึ๋นประสานการใช้สอยกับความจำเริญก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรม

เสียงเปียโน ปี่ กลอง ลอดช่องครางขรมพาเราก้าวเท้าเข้าชมด้วยความสนใจ หนุ่มสวยนวยนารถวาดวงสะดุ้งเท้าเบาหวิวซักซ้อมเต้นเล่นสนุกบนลานกว้างหน้าปากประตูโรงเรียนดนตรี ที่ๆคนแปลกหน้าสามคนห่อเหี่ยวมิอาจเอี่ยวเกี่ยวก้อยเข้าสำรวจภายในได้......

เราเดินผ่านร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ตั้งโต๊ะเลียแดดอุ่น ขนัดด้วยชายหญิงที่รู้สึกได้ถึงความเป็นคนดนตรีที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ทราบ

ในตึก(โคตร)ใหญ่ ที่ส่วนหนึ่งออกแบบให้ใช้เป็นคอนเสิร์ตฮอลล์จัดการแสดง ในช่วงเพลานี้บริเวณชั้นล่างที่นอกเหนือไปจากร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก เทป ซีดี โปสเตอร์ หนังสือ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับดนตรีทั่วโลกที่ส่วนใหญ่จัดพิมพ์ไว้เป็นภาษาฝรั่งเศสแล้ว นิทรรศการ MPB Musiqe Populaire Bresilienne ที่จัดแสดงอยู่ก็ทำให้เราต้องพุ่งเข้าเยี่ยมชมไปโดยมิต้องเชิญชวน

ภายในห้องจัดแสดงภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว แสง เสียง เรียงร้อยวิถีชีวิตความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีและชีวิตของชาวแซมบ้าบราซิล....

ด้วยเทคโนโลยีที่ปรับประยุกต์ใช้ในการนำเสนอ อีกแนวคิดมุมมองที่แหลมคม ทำให้เรื่องราวรอบตัวมีคุณค่าอย่างที่ควรจะเป็น....

....แว่บเห็นสุมกองเครื่องดนตรีโบราณที่วังหน้าขึ้นในสมอง แล้วก็ต้องถอนใจ...

เรื่อยลึกเข้าไปในอาคาร ผ่าผ่านรานค้าสู่บันไดเวียนเบื้องหน้าสู่เบื้องบน ห้องโถงโล่งสบายจำนวน 9 ห้อง ทำให้เราต้องจับจ้องน้ำลายไหล...

เครื่องดนตรีมากมายจากมั่วทุกมุมโลก ถูกจัดหมวดอวดแสดงใต้แสงสลัว เสียงบรรยายอีกเสียงสวรรค์อันเกิดจากสิ่งที่เห็นตรงหน้าดังขึ้นในหูฟังยามที่เดินผ่านเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น

ที่มุมหนึ่ง สาวสวยกรีดนิ้วพลิ้วลงบนฮาร์พตัวใหญ่ในอ้อมกอด ก่อนที่จะอรรถาธิบายให้ยายย่าป้าลุง ที่เอกเขนกพักขานั่งฟังยิ้มร่าสุขใจ

อีกมุมหนึ่งเด็กน้อยรุมล้อมนายหนวดนั่งพื้นตื่นเต้นติดตามเรื่องราวของเสียงดนตรีที่เปิดให้ฟัง ที่เบื้องหลังยังคงสงบนิ่งสง่างาม...

....สุดท้าย จึงลากเท้าจากมาด้วยรู้สึกที่ “ยังหวัง” และ “สิ้นหวัง” ระคนกัน....
............................................................

ถัดไปเพียงหนึ่งเพลิน เดินตามเด็กน้อยนับร้อยไปยังสิ่งก่อสร้างขาดใหญ่กว่า(โคตร)ใหญ่ในย่อหน้าที่แล้ว

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เชโอด (Geode) จัดแสดงเรื่องราวสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยการอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ โดยใช้วิธีสื่อสารที่ง่ายต่อความเข้าใจ เร้าความรู้สึกสนุกสนาน ทั้งในเรื่อง ของ แสง สี เสียง การมอง การฟัง สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ทั้งเก่าใหม่ให้ได้รับรู้สัมผัสและพิสูจน์ทดลองได้

ภายนอกจัดเป็นอุทยานสัตว์น้ำและโรงภาพยนตร์สามมิติขนาดใหญ่ในอาคารทรงกลมวับแสง ที่ได้แจ้งจำนงไว้ในใจว่าคราวหน้าคงได้เจอกัน.....
..........................................................

เราเลือกใช้การเดินทางบนดิน นั่งรถกินลมชมเมืองด้วยความรวดเร็ว สื่อประชาสัมพันธ์ป้ายสนับสนุน PARIS 2012 เพื่อการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค มีให้เห็นเกลื่อนตาเคียงข้างสิ่งก่อสร้างโบราณเป็นฉากหลังที่นักท่องเที่ยวมิสามารถหลบกล้องเลนส์ตาไปทางอื่นใดได้

Pompidou Centre พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย ที่ตั้งเด่นเป็นความแปลกแยกทางสถาปัตยกรรม ทำพิเรนท์เล่นโครงสร้างดึงถ่างสิ่งที่อยู่ข้างในมาไว้ข้างนอก แปะปะกระจกโปร่งโก่งเหล็ก ป้ายเหลือง แดง ฟ้า ท้าสายตาทุกมุมมอง

ภายในอาคารจัดนิทรรศการฝีแปรงแรงสมองของศิลปินร่วมสมัย ทั้งในระบบอีกหลุดโลกหมุนเวียนให้เสพสมอารมณ์ศิลป์วิพากย์วิจารย์กัน....

บนลานเพลินหน้าอาคาร ท่านศิลปินท้องถิ่นและที่บินมาจากแดนไกล ได้เปิดการแสดงหลากหลาย ใครใคร่ชมก็ชม ไม่ชมไม่ว่ากัน

ในวันนั้นนอกจากจิตรกรเร่ อีกชายศีรษะล้านนุ่งห่มเหลืองคุ้นตาที่เลือกซื้อหาสินค้าที่ระลึกแล้ว การแสดงจากชนชาวแดนโสมก็ทำให้เราต้องหย่อนก้นบนพื้นชื่นชมกัน

หนึ่งหนุ่มที่กระหน่ำนำเรื่องในภาคภาษาเกาหลีล้วนไม่มีซับไตเติ้ลแปลเป็นอะไรใดๆทั้งสิ้น โชว์เสียงร้องเล่นเต้นรำสลับรับฟังพลังนิ้วปลิวสายของสองสาวที่กราวกรีดคายาคุ่ม ชุ่มชื่นอารมณ์ยิ่งนัก อีกสีชมพูเรื่อที่แก้มของสาวน้อยอีกสองคนที่พ่นคำทำเสียงร้องเสนาะสนั่นทำให้ขาที่เมื่อยล้ากระชุ่มกระชวยขึ้นอีกครั้ง.....

พลันนึกถึงสาวญี่ปุ่นที่นั่งข้างๆ ที่ห่างบ้านดั้นด้นมาค้นหาอะไรที่ไกลตัวเสียเหลือเกิน....
..........................................................................

สี่ทุ่มตรง ไฟระยับที่ประดับโครงเหล็กสูงที่เรียกว่า “ไอเฟล” ตื่นขึ้นอีกครั้ง ชายผิวสีร่างใหญ่ยังคงปูผ้าขาววางอวดสินค้าที่ระลึกแลกยูโร “ไอเฟลน้อย” ปล่อยไฟ แดงเหลือง เรืองสลับ อย่างน้อยก็จนกว่าแบตเตอร์รี่จะหมด

สาว หนุ่ม เท้าไฟ เปิดเทปแผดเสียงดีดดิ้นถูพื้น ใครบางคนยังยืนดายในบรรยากาศอบอวลชวนโรแมนติค....
........................................................................

ห้าทุ่มกว่า เราไปส่งชิโอริที่โรงแรมในย่าน Siant Micael ก่อนที่จะกลับมาฝากท้องที่ร้านจีนในย่านถนนโลกีย์ที่พัก....

กังหันลมเรืองแสงด้วยไฟสีชมพูสว่างของ Moulin Rougeยังคงหมุนดึงดูดให้แมงเม่ากระเป๋าหนักได้เข้าไปพักใจคลายอารมณ์อย่างซื่อสัตย์ พลันนึกถึงชีวิตและความรักของใครบางคนที่บ่นเล่าบอกผ่านการแสดงของ นิโคล คิดแมน ในภาพยนตร์เรื่องโปรดของใครที่สำคัญคนหนึ่ง.....

ฉับพลัน...อารมณ์ฝันก็ถูกกระตุก ด้วยมัดกล้ามแน่นเนื้อที่ยัดเยียดอยู่ในกระโปรงรัดรูปตัวจิ๋วของชายอยากสวยที่ถือกล้วยหอมไว้ในมือตรงมุมมืดของถนนนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจได้ในทันทีว่าสมควรจะเร่งสปีดปั่นเท้าเข้าที่พักเพื่อตักน้ำตันท่อกันต่อดีกว่าจะมาเสี่ยงเปลืองตัวสลัวใจก่อนวัยวันอันควรโดยมิเจตนา....
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email Yahoo Messenger
พระอาทิตย์ชิงดวง



เข้าร่วม: 13 Mar 2005
ตอบ: 127

ตอบตอบเมื่อ: Sun Jun 26, 2005 9:07 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

Bonsoir M.Yangson
Comment allez-vous
merci.[/img]
_________________
ยามกินก็จะกิน
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email MSN Messenger
การะเกด



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 139

ตอบตอบเมื่อ: Mon Jun 27, 2005 1:23 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ชอบพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัย Pompidou Centre สวยแปลกตาดีค่ะ



ส่วนรูปด้านล่าง

ซ้าย คือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เชโอด (Geode) อาคารทรงกลมวับแสง
ขวา คือ Musee De Louvre ที่คุณยางสนเล่าไว้ในตอนที่ ๙


_________________
~การะเกด~
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว Yahoo Messenger
Jinnies



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 270

ตอบตอบเมื่อ: Mon Jun 27, 2005 7:29 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

สวยจังเลยยยย
อยากไปอ่ะ Razz
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group