Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

เพลงนกเขาแขมร์

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
ไปตามตะวัน...



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 686

ตอบตอบเมื่อ: Sat May 14, 2005 10:33 pm    เรื่อง: เพลงนกเขาแขมร์ ตอบโดยอ้างข้อความ

เพลงที่คนไทยต้องฟัง(9) : นกเขาแขมร์

เขียนโดย

ต่อพงษ์ เศวตามร์


คนไทยสมัยก่อนชอบเอาเรื่องของสัตว์หรือสำเนียงของสัตว์ประเภทนั้นๆมาเขียนเป็นเพลง ซึ่งก็เป็นความสามารถที่น่าทึ่ง เพราะฝรั่งหรือชาวต่างชาติมีอยู่ไม่เท่าไหร่นะครับที่ฟังเสียงสำเนียงสัตว์แล้วเอามาร้องเป็นเพลงได้อย่างไพเราะแบบนี้

ขนาด ไลอ้อน คิง ที่ว่าด้วยเรื่องของสัตว์ในแอฟริกาแท้ๆ ยังได้แค่ ฮาคูน่า มาตาต้า เลย

ที่สำคัญคนไทยเองก็ถูกฝังอยู่ในหัวเสียด้วยว่า เสียงแบบนี้มันต้องเป็นสัตว์แบบนี้ ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราพูดถึงนกเอี้ยง ...เสียงของนกเอี้ยงก็ต้องเป็น อ้อยอี๋เอียงๆๆๆ ซึ่งก็ตลกดี เพราะผมเคยไปฟังนกเอี้ยงซึ่งชอบบินมาแย่งข้าวไก่ที่บ้านพ่ออยู่หลายรอบ มันก็ร้องจี๊กๆๆๆๆ แบบนั้นมากกว่า...ย้ำว่าฟังที่เล้าไก่ ไม่ได้ฟังที่มันไปเกาะบนหลังใครๆ นะครับ

เช่นเดียวกับนกยูงก็ต้องร้องกระต๊งโฮ่งๆๆๆๆ จะไปร้องเป็นอย่างอื่นไม่ได้
นกโพระดกก็ต้องร้องโฮกป๊กๆๆๆๆ อีกเหมือนกัน เพลงนี้ถ้าเผื่อว่ามีผู้จัดละครเอาเรื่องนางสาวโพระดกมาสร้างใหม่ก็คงได้ยินกันอีก

แต่หนึ่งในเสียงที่มีความสำคัญมากกลับเป็นเสียงของนกเขา...นกเขาที่คนมุสลิมชอบเลี้ยงเอาไว้ฟังเสียงร้องของมันนี่แหล่ะครับ เขาว่าเสียงของนกเขานั้นจับใจเหลือเกิน ผมเองเคยได้ยินมาที่เขาเลี้ยงประกวด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันไพเราะเท่านกกางเขนหรือนกอะไรไม่ทราบตัวเล็กๆ สีเหลืองนวลๆ ที่ชอบร้องอยู่ข้างหน้าต่าง

อย่างไรก็ตามเป็นที่ยอมรับกันแหล่ะครับว่า นกเขานั้นเป็นนกชนิดหนึ่งที่ร้องกันไพเราะจริงๆ แล้วก็มีเสน่ห์มาก เป็นชื่อนกที่กลายเป็น ‘สัญลักษณ์ทางเพศของชายไทย’ ที่เป็นที่เรายอมรับกันเสียด้วย ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมนกเขาถึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์อันนี้ จะเป็นเพราะนกเขานั้นต้องโก่งคอร้องหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ถึงเป็นอย่างงั้น ผมว่าไก่แจ้ก็ยังดูโก่งคอจนตึงมากกว่านกเขา

หรือจะเป็นเพราะนกเขามันต้องร้องกันเป็นคู่ๆ คือคู่ผัวตัวเมียถึงจะขันกันดัง...ไอ้นี่ก็ไม่แน่ใจอีก เพราะสัตว์หลายชนิดเวลาอยู่กันเป็นคู่หรือถึงฤดูของมัน ผมว่ามันทั้งร้องดัง แสดงความเป็นชายกันได้ใหญ่โตโอฬารกว่านกเขาเยอะเลย

เคยเห็นแกะ หรือแพะเวลามันจะติดสัตว์หรือเปล่า...ไอ้นั่นน่ะสุดยอดเลยแหล่ะครับ หรือไม่ต้องไปดูไกลๆ สุนัขก็ใช่ เวลาใกล้เดือนสิบสอง ใครที่เลี้ยงทั้งตัวผู้ตัวเมียจะต้องออกอาการเซ็งเหมือนกัน เพราะถ้าเลี้ยงตัวเมียแล้วดันเป็นที่หมายปองของไอ้ด่างนอกรั้วก็ต้องระวังให้ดี เพราะมันจะหาทางทะลวงเข้ามาที่บ้านเราจนได้ โดยที่นังตัวเมียของเรานี่แหล่ะที่เป็นฝ่ายเปิดทางและดูต้นทางให้อย่างดี

ส่วนตัวผมเชื่อว่านกเขาอาจจะถูกจับไปเป็นนัยยะแห่งการคู่เคียงเนื่องจากเพลงบางเพลงที่คนไทยสมัยก่อนเคยแต่งเอาไว้ นั่นคือเพลง ‘นกเขาแขมร์เถา’ ซึ่งเป็นเพลงไทยเดิมที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ถามว่านิยมขนาดไหนก็ต้องบอกว่ามากๆ เพราะท่วงทำนองนี้กลายมาเป็นเนื้อเพลงอีกหลายเพลง อาทิ ‘นกเขาเคียงรัก’ หรือ ถ้าเอามาบรรเลงในแบบสากล ก็เป็น ‘นกเขาคูรัก’ ของสุนทราภรณ์ไงครับ

ต้นเรื่องของนกเขาแขมร์นั้น แม้ชื่อจะเป็นเขมร...เพราะแขมร์ก็คือเขมรนั่นเอง แต่ที่มาและแรงบันดาลใจกลับอยู่ที่อินโดนีเซียโน่น ซึ่งอินโดนั้นเป็นมุสลิมแล้วก็นิยมเลี้ยงนกเขาอย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่

จุดเริ่มของเพลงนี้มีไม่นานครับ เริ่มต้นก็คือ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาศอินโดจีน เมื่อปี 2473 โดยมีหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ตามเสด็จไปได้วย จากการสนทนาถูกคอกันระหว่างหลวงประดิษฐ์ และ ขุนสำเนียงไพเราะ ซึ่งเป็นเจ้ากรมปี่พาทย์หลวงในราชสำนักของเจ้ามณีวงศ์แห่งประเทศเขมร ว่ากันว่าขุนสำเนียงนั้นไปได้ไอเดียมาจากนกเขาอินโดนั่นแหล่ะที่ร้องเสียงไพเราะ ก็เลยนำมาเขียนเป็นเพลงเขมรแท้ๆ ผลก็คือ ขุนสำเนียงไพเราะท่านก็เลยเล่นให้หลวงประดิษฐ์ฟัง หลวงประดิษฐ์ชอบมากครับกับทำนองเพลงนี้

พอกลับบ้านได้ท่านก็เริ่มเอาเพลงเขมรเพลงนี้มาปรับปรุงใหม่ คือ จับย่อ และ ขยาย ให้เป็นเพลงเถาเสีย จากนั้นหลวงประดิษฐ์ ซึ่งท่านเป็นหัวหน้าแผนกดุริยางค์ไทยของกรมศิลปากร ก็ส่งต่อให้ ‘นางเจริญใจ สุนทรวาทิน’ ร้องออกทางวิทยุกระจายเสียงที่วังพญาไท ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นกเขาแขมร์ออกอากาศ
แต่กระนั้นเพลงแรกนี้ เนื้อร้องก็ยังไม่ใช่แบบที่เราคุ้นเคยนะครับ เนื้อของเพลงยังเป็นลักษณะที่เรียกว่าชมธรรมชาติและชมนกกันค่อนข้างบริสุทธิ์ดีอยู่


“พิศดูหมู่วิหกผกโผผิน โบกบินร่อนร้องก้องขรม
นกแก้ว สาลิกาน่าชม เสียงระงมพลอดเพรียกเรียกกัน
นกเขาเคล้าคู่ชูคอ จับตอต้นตาลขานขัน
เรียกคู่กู่ร้องก้องอรัญ ผลัดกันไซร้ขนต้นคอ”


คือบทร้องยังเป็นบทชมความกระจุ๋มกระจิ๋มของนกอยู่ มิใช่อุปมาอุปไมยเอานกจู๋จี๋ แล้วจับมาเป็นคน ‘จี๋จู๋’ ชมความกระจุ๋มกระจิ๋มของคน

ต่อมาเพลงๆ นี้ก็พัฒนาไปต่อ โดยตัดคำว่าเถาออก แล้วก็เขียนเนื้อร้องลงไปใหม่ ซึ่งค่อนข้างจะใกล้เคียงกับเนื้อเพลงที่เราคุ้นเคย เพลงนี้คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง ท่านเป็นคนแต่งเองเสียด้วย เนื้อหาก็เริ่มอุปมาอุปไมยเอานกมาเทียบกับคนละครับ


“นั่งฟังนกเขาคูจุ๊ก จุ๊กกรู่ เรียกกู่หากัน
เหมือนดังเธอกับฉัน กู่เรียกหากัน ฉันนั่งคอยอยู่ที่นี่
เฝ้าแต่รอหลงรอ ฉันเฝ้ารอก็ไม่มาเสียที ใจหนอใจนะ
เธอช่างไม่ใยดี ปล่อยให้ฉันนี้หลงละเมอเพ้อพร่ำ....”


แต่เวอร์ชั่นที่มีคนรู้จักกันมากที่สุด เป็นฝีมือการเขียนคำร้อง "สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์" และทำนองกับการเรียบเรียงดนตรีให้เป็นไทยสากลนั้นเป็นฝีมือของ "ครูสมาน กาญจนะผลิน" ในชื่อ ‘นกเขาคูรัก’ ไงครับ เพลงนี้ก็อัดกันหลายต่อหลายรอบ ถ้าเผื่อรุ่นผมนี่จะได้ยินความไพเราะของมันจากอัลบั้ม ‘รวมดาว’ สมัยก่อนโน่นแน่ะ ร้องโดย "จุ๋ม จุฑามาศ" และ "สุทธิพงศ์ วัฒนจัง" ก็คุณชมพู ฟรุ้ตตี้ไงครับ

แต่เขาว่ากันว่าเสียงดีๆ ฟังแล้วเห็นสวรรค์นั้นจะต้องเป็นเวอร์ชั่นของ "เพ็ญศรี พุ่มชูศรี" กับ "คุณชรินทร์ นันทนาคร" ซึ่งร้องคู่กันเมื่อปี พ.ศ.2498 ที่ขึ้นต้นว่า


ช.โน่นแนะนกเขาคู จุ๊ก จุ๊กกรู นกมันเฝ้าคูหาชู้มัน
ญ.โถโก่งคอทำเสียงหวาน ช่างน่าสงสารนกกระไรใจข้า
ช.ก็พี่ปักใจใฝ่รัก รัก เจ้าใยมิเห็นใจเมตตา
ญ.นกมันรักกัน รักมันก็มีแต่จ๊ะจ๋า ไม่มีมารยาเสมือนร้อยลิ้นคนพร่ำ
ช.ดวงใจเอ๋ย นกมันเหมือนพี่เฉลยเอ่ยคำ ญ. พูดไปแล้วต้องจำ
ช. พูดไปแล้วพี่จำ มิต้องพูดซ้ำดวงใจ

** ญ. พี่อย่าเป็นเหมือนเช่นนกแก้ว
ช. พี่ไม่เป็นเหมือนเช่นนกแก้ว ญ. พูดแจ้วๆ เรื่อยไป
ช. ออกจากปากพี่ไป ญ. ขอให้ออกจากใจ
ช. พี่ปากกับใจตรงกัน

ญ. นั่นใคร
ช. ไหนใคร ญ.โน่นไง แฝงตัวร่มเงาไม้ใหญ่
ช. ใช่ใครนกเคล้าคู่มัน
ญ. เสียงใคร
ช. ไหนกัน ญ.เสียงนั่น
ช. อ๋อ นกมันพรอดคำรำพันฝากชีวันรักกันไงเล่า
ญ.ใยรู้
ช. ดูเอา พี่เห็นมันเฝ้าหยอกเย้าต่อกัน
ญ.พี่ต้องเอาอย่างมัน
ช. พี่จะเอาอย่างมัน มิเปลี่ยนแปรผันเลยเอย


เพลงน่ารักๆ แบบนี้คงไม่ได้ช่วยให้นกเขาของใครขันดัง แต่เชื่อว่าน่าจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นไม่มากก็น้อย


เก็บมาฝากจากผู้จัดการออนไลน์

Arrow http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9480000063404


Smile Smile Smile
_________________
ไปตามตะวัน...
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
xxa



เข้าร่วม: 25 Feb 2005
ตอบ: 526

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 15, 2005 12:41 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

Very Happy ขอบคุณครับ Very Happy
_________________
แตกต่างแต่ไม่แตกแยก
ฝากเว็บดนตรีไทยไว้
http://www.thailifemusic.com
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
Jinnies



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 270

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 15, 2005 2:47 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณค่ะ Very Happy
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
พระอาทิตย์ชิงดวง



เข้าร่วม: 13 Mar 2005
ตอบ: 127

ตอบตอบเมื่อ: Sun Jun 26, 2005 8:37 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณคร้าบ
_________________
ยามกินก็จะกิน
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email MSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group