Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

เบื้องหลังภาพยนต์เรื่องโหมโรง
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3  ถัดไป
 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Fri Mar 11, 2011 5:14 am    เรื่อง: พิธีเปิดกล้องการถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง"โหมโรง" ตอบโดยอ้างข้อความ


(ภาพบน)

...ครั้นถึงฤกษ์ยามงามดีตามที่กำหนดไว้พราหมณ์ผู้ทำพิธีจึงให้คุณอิทธิสุนทรเป็นผู้จุดธูปเทียนบูชาบวงสรวงแด่ดวงวิญญานของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯและสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายเพื่อขอความเป็นสิริมงคลแก่คณะผู้สร้างภาพยนต์เรื่อง"โหมโรง"

(ภาพล่าง)

อาจารย์มาลินีเลขาธิการและคณะกรรมการของมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯรวมทั้งแขกผู้มีเกียรติที่ไปร่วมพิธีต่างก็จุดธูปเทียนบูชาน้อมรำลึกถึงบูรพาจารย์ดนตรีไทยอันเป็นที่รักและเคารพโดยพร้อมเพรียงกัน


_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Sat Mar 12, 2011 9:14 pm    เรื่อง: ฉากสวนมะพร้าวที่อัมพวา ตอบโดยอ้างข้อความ



งานสร้างฉากให้กับภาพยนต์เรื่องโหมโรงต้องสัญจรไปหาทำเลสำหรับถ่ายทำในหลายพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับท้องเรื่อง ภาพด้านบนนั้นเป็นฉากย้อนยุคของภาพบ้านครูสินซึ่งอยู่ในสวนมะพร้าวที่อำเภออัมพวาจังหวัดสมุทรสงคราม เล่ากันว่าคุณอิทธิสุนทรไปเดินท่อมๆทั่วสวนอยู่เป็นเวลานานโดยมองทางโน้นมองทางนี้ราวกับนักสำรวจและไม่พูดไม่จา..มารู้กันภายหลังว่าผู้กำกับท่านนี้เดินไปสำรวจดูว่ามีบริเวณไหนบ้างที่เมื่อเข้ามาในมุมกล้องแล้วจะไม่สอดคล้องกับสภาพสถานที่ตามท้องเรื่องเช่นอาจจะไปติดเอาเสาไฟฟ้าเข้าสักต้นหนึ่งเป็นต้นเนื่องจากในยุคนั้นบ้านครูสินยังไม่มีไฟฟ้าใช้แสดงถึงความละเอียดละออในการถ่ายทำนะครับ



(บน) ภาพครูสินกำลังดูลูกชายคนเล็กที่แอบขึ้นมาเล่นเครื่องดนตรีบนเรือนในบ้านสวนมะพร้าวที่อัมพวา
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Wed Mar 16, 2011 7:41 am    เรื่อง: ลักษณะของการประชันวงปี่พาทย์ ตอบโดยอ้างข้อความ



ภาพด้านบนนั้นเป็นฉากการประชันวงปี่พาทย์ครั้งแรกในภาพยนต์เรื่องโหมโรงคือวงปี่พาทย์ของครูสินได้รับเชิญไปบรรเลงประชันกับปี่พาทย์อีกวงหนึ่งแต่นายศรซึ่งตามปกติจะเป็นคนระนาดเอกประจำวงกลับถูกครูสินลงโทษโดยให้ไปตีฆ้องวงใหญ่และให้ลูกศิษย์คนอื่นมาตีระนาดแทนเนื่องจากนายศรแอบไปเล่นพนันทายเสียงระนาดกับพวกนักเลงพนันและไม่มาซ้อมดนตรีให้ตรงตามเวลา ครั้นพอบรรเลงไปได้หน่อยหนึ่งฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าคนระนาดวงครูสินไม่ใช่นายศรที่มีชื่อเสียงโด่งดังซึ่งต้องการจะให้มาประชันฝีมือกับคนระนาดเอกของตนจึงทักท้วงขึ้นจนครูสินต้องยอมให้นายศรมาตีระนาดใหม่..ที่เล่ามานี้เพื่อให้เห็นว่าการ"ประชัน"วงปี่พาทย์นั้นจุดเด่นหรือจุดสนใจของผู้ชมหรือนักดนตรีส่วนใหญ่จะอยู่คนตีระนาดเอกและการประชันนั้นต้องมีตั้งแต่ 2 วงขึ้นไปโดยอาจจะประชันกันในแบบ วงต่อวง เพลงต่อเพลง หรือ เครื่องดนตรีต่อเครื่องดนตรี ก็ได้ทั้งสิ้น..หากมีการประชันเพียง 2 วงจะมีชื่อเรียกกันสองชื่อคือ "วงตั้ง" และ "วงประชัน" เท่าที่เคยได้ฟังท่านผู้ใหญ่เล่าให้ฟังนั้นทั้งสองคำมีความหมายเป็น 2 กรณีคือ

๑. กรณีที่มี ผู้เหย้า-ผู้เยือน หมายถึงอีกวงหนึ่งไปบรรเลงที่บ้านของอีกวงหนึ่งกรณีนี้ "วงตั้ง" หมายถึงวงของเจ้าของบ้านส่วนวงที่มาเยือนถือว่าเป็น "วงประชัน"

๒. กรณีที่ทั้งสองวงต่างไปประชันกันในที่สาธารณะวงที่บรรเลงก่อนคือ "วงตั้ง" ส่วนวงที่บรรเลงทีหลังถือเป็น "วงประชัน"

ดังนั้นในฉากของภาพยนต์เรื่องโหมโรงตามภาพที่แสดงไว้ข้างบนนั้นเป็นเรือนรับรองใหญ่ของศาลากลางจังหวัดซึ่งเป็นสถานที่สาธารณะเมื่อวงครูสินบรรเลงทีหลังจึงน่าจะอยู่ในฐานะของ"วงประชัน"
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Fri Mar 25, 2011 10:53 pm    เรื่อง: ครูเทียนผู้ฝึกนายศรในวังบูรพาฯ ตอบโดยอ้างข้อความ



ในภาพยนต์เรื่องโหมโรงนั้นเมื่อนายศรตามเสด็จวังบูรพาฯเข้ามาเป็นนักดนตรีในวังบูรพาภิรมย์ฯแล้วสมเด็จวังบูรพาฯได้หาครูดนตรีชื่อ "ครูเทียน" มาช่วยฝึกอบรมนายศรให้มีฝีมือกล้าแกร่งมากยิ่งขึ้นครูดนตรีท่านนี้ตามเรื่องราวจริงๆแล้วก็คือ "พระยาประสานดุริยศัพท์" นามเดิมว่า "แปลก ประสานศัพท์" (ภาพเล็กตรงมุมขวาด้านล่างของภาพใหญ่) ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่ทรงความรู้และมีฝีมือทางดนตรีเป็นยอดในยุคนั้นทั้งยังมีความสัมพันธุ์เกี่ยวข้องเป็นศิษย์ครูเดียวกันกับ "คู่ประชัน" ของนายศร (ขุนอินในเรื่อง) ด้วย..โดยพระยาประสานฯนั้นเป็นศิษย์ของ ครูช้อยสุนทรวาทิน บิดาของพระยาเสนาะ ดุริยางค์ ซึ่งในภาพยนต์เรื่องโหมโรงใช้ชื่อว่า ขุนอิน แต่ในความเป็นจริงแล้วพระยาเสนาะดุริยางค์ท่านมิได้มีลักษณะอุปนิสัยเช่นเดียวกับขุนอินดังในภาพยนต์โหมโรงเลยแม้แต่น้อยเป็นเพียงการเสริมแต่งเพื่อเพิ่มรสชาติในการชมภาพยนต์เท่านั้น..ต่อมาภายหลังคุณแม่ผมเล่าว่าในสมัยที่ท่านยังเด็กๆอาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทินบุตรสาวของพระยาเสนาะดุริยางค์ฯยังมาวิ่งเล่นกับท่านและคุณหญิงชิ้นที่บ้านหน้าวังฯอยู่บ่อยๆแสดงถึงความมีสัมพันธ์อันดีต่อกันนั่นเอง
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Mon Mar 28, 2011 11:26 am    เรื่อง: นักข่าวจาก CNN มาทำข่าวภาพยนต์เรื่องโหมโรง ตอบโดยอ้างข้อความ



เมื่อเอ่ยชื่อสำนักข่าว CNN คงจะเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกเพราะเป็นสำนักข่าวใหญ่ที่มีข่ายใยและระบบการทำงานที่ซับซ้อนรวดเร็วทันเหตุการณ์..ข่าวที่ CNN รายงานนั้นโดยมากจะเป็นข่าวใหญ่ซึ่งประชาชนทั่วโลกกำลังให้สนใจ...น่าแปลกที่มีทีมงานจาก CNN กลุ่มหนึ่งเดินทางเข้ามาติดต่อขอถ่ายทำข่าวเกี่ยวกับเบื้องหลังการสร้างภาพยนต์เรื่องโหมโรงในช่วงที่ภาพยนต์เรื่องนี้กำลังเป็นที่สนใจกันอย่างมากในเมืองไทย ภาพด้านบนนั้นนักข่าว CNNกำลังสัมภาษณ์คุณอิทธิสุนทรซึ่งเป็นผู้กำกับภาพยนต์ดังเรื่องนี้
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Tue Apr 12, 2011 9:37 pm    เรื่อง: CNN ทำข่างเรื่องภาพยนต์โหมโรง ตอบโดยอ้างข้อความ



ในภาพข้างบนนั้นช่างกล้องจาก CNN กำลังถ่ายทำการดวลระนาดเอกระหว่างสองดาราดังในภาพยนต์เรื่องโหมโรงคือ "ขุนอิน" (ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า) และ "นายศร" (อนุชิต สพันธุ์พงษ์)
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Fri Apr 15, 2011 5:29 am    เรื่อง: การตีระนาดแบบ"หมาสะบัดน้ำร้อน" ตอบโดยอ้างข้อความ



ในภาพด้านบนนั้นเป็นเหตุการณ์ในภาพยนต์เรื่องโหมโรงตอนที่นายศรเพิ่งจะเข้าไปอยู่ในวังบูรพาใหม่ๆโดยเหตุที่เป็นคนช่างคิดช่างประดิษฐ์วิธีการตีระนาดแบบใหม่ๆนายศรจึงคิดวิธีตีระนาดด้วยวิธี"ตีสะบัด"อย่างโลดโผนพิศดารแปลกแหวกแนวไปจากที่คนปี่พาทย์ในยุคนั้นเคยได้ยิน กลอนระนาดในสมัยก่อหน้านั้นโดยเฉพาะการบรรเลงในวังจะดำเนินกลอนไปอย่างค่อนข้างเรียบร้อยไม่โลดโผนพิศดารมากนั้นยกเว้นการบรรเลง""เพลงเดี่ยว"เพื่ออวดฝีมือกัน เมื่อนายศรตีระนาดเพลงรับร้องหรือการบรรเลงเพลงธรรมดาด้วยวิธีตีสะบัดอย่างโลดโผนพิศดารจึงเป็นที่แปลกหูของนักดนตรีชาววังจนมีผู้ที่ไม่พอใจนำเอาเรื่องนี้ไปกล่าวว่าร้ายนายศรลับหลังว่าตีระนาดเหมือน "หมาสะบัดน้ำร้อน" คือปลายไม่้ระนาดไม่ดำเนินไปมาเรียบๆแต่ขยับกวัดแหว่งยุกยิกไปมาอยู่บ่อยๆคล้ายกับสุนัขเวลาที่โดนน้ำร้อนสาดเอานั่นเอง...คำกล่าวว่าร้ายนี้เป็นเรื่องจริงที่ท่านผู้ใหญ่ในสายตระกูลศิลปบรรเลงเล่าให้ลูกหลานและบรรดาศิษย์ฟังอยู่บ่อยๆและคุณอิทธิสุนทรได้นำเอาเกร็ดเรื่องราวที่เล่านี้ไปบรรจุไว้ในภาพยนต์เรื่องโหมโรงในตอนดังกล่าว...แม้ว่าการตีระนาดของท่านครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะฯจะดูแปลกและไม่เป็นที่ชื่นชอบของนักดนตรีชาววังในยุคนั้นแต่ต่อมาในภายหลังวิธีการตีระนาดแบบที่เรียกว่า"หมาสะบัดน้ำร้อน"นี้กลับเป็นที่นิยมใช้บรรเลงกันแพร่หมายในวงปี่พาทย์ทั่วไปในปัจจุบันและบางทีอาจจะโลดโผนพิศดารมากกว่าเสียด้วยซ้ำนี่ก็แสดงให้เห็นถึงลักษณะของ"ความเป็นผู้มีความคิดริเริ่มใหม่ๆ"ในตัวของท่านครูฯได้อีกกรณีหนึ่ง...
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Fri Apr 22, 2011 10:41 pm    เรื่อง: ในยุคที่นักดนตรีไทยตกงาน ตอบโดยอ้างข้อความ



ภาพยนต์เรื่องโหมโรงได้นำเสนอเหตุการณ์ในยุคที่ดนตรีไทยถูกห้ามบรรเลงโดยอิสระหรือบรรเลงตามที่สาธารณะเพราะอ้างว่าล้าสมัยและไม่เทียมทันอารยะประเทศทางตะวันตก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆและได้ทำความชอกช้ำใจให้แก่นักดนตรีหรือผู้ที่ชื่นชอบดนตรีไทยเป็นส่วนใหญ่ คุณแม่ผมเล่าว่าเรื่องนี้ทำให้นักดนตรีไทยเป็นจำนวนมากต้องตกงานและเปลี่ยนไปทำอาชึพอื่นๆกัน ในภาพด้านบนนั้นภาพยนต์เรื่องโหมโรงกำลังแสดงให้เห็นถึง"นายเปี๊ยก"ศิษย์นักดนตรีของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯคนหนึ่งต้องไปทำงานเป็นขนแบกข้าวให้กับโรงสีแล้วเกิดหกล้มจนแขนหักและกลายเป็นคนพิการไม่สามารถจะตีระนาดได้อีก นายเปี๊ยกเสียใจและหมดกำลังใจที่จะสู้ชีวิตต่อไปจึงตัดสินใจผูกคอตายในบ้านของตนเองดังในภาพด้านล่าง



ฉากที่นายเปี๊ยกผูกคอตายนั้นตามท้องเรื่องนายเปี๊ยกพยายามจะตักข้าวที่เหลือในหม้อใส่จานให้แมวกินแต่ทำหกเสียหลายครั้งจึงท้อใจและตัดสินใจผูกคอตาย เบื้องหลังฉากตอนที่นายเปี๊ยกกำลังผูกคอตายนี้เท่าที่ทราบต้องถ่ายกันอยู่หลายเทคทีเดียวเพราะผู้กำกับต้องการถ่ายโคลสใบหน้าของแมวที่กำลังทำท่าตกใจแต่แมวไม่ยอมเล่นตามบทโดยก้มหน้าก้มตาทานอาหารในจานท่าเดียวและบางทีก็วิ่งออกไปจากฉากเอาดื้อๆเล่ากันว่าคุณอิทธิสุนทรต้องให้ทีมงานไปหาแมวมาแสดงในฉากนี้เกือบ 10 ตัวจึงจะได้ภาพแมวตกใจตามที่ต้องการดังในภาพที่แสดงไว้ข้างล่าง



ภาพที่เราดูบนจอเงินใช้เวลาเพียงแวบเดี่ยวแต่เบิ้องหลังการถ่ายทำนั้นยากลำบากดังนี้แหล่ะครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Thu Apr 28, 2011 6:53 am    เรื่อง: เมื่อนายศรได้เข้าวังบูรพาฯ ตอบโดยอ้างข้อความ



ภาพด้านบนนั้นเป็นเหตุการณ์ในภาพยนต์เรื่องโหมโรงตอนที่นายศรเข้าไปตีระนาดถวายให้สมเด็จวังบูรพาฯทอดพระเนตรและทรงพอพระราชหฤทัยจึงขอตัวนายศรจากครูสินให้เข้าไปเป็นนักดนตรีประจำอยู่ในวังบูรพาภิรมย์ แต่จากเรื่องจริงที่ท่านผู้ใหญ่เล่าให้ฟังนั้นเรื่องราวตอนนี้มีความเป็นมาดังนี้คือ เดิมนั้นวงดนตรีของครูสินมีคนระนาดเอกชื่อ "สุวรรณ" เป็นบุตรชายคนโตของครูสินจากภรรยาคนแรก (เรียกกันว่าปลัดกรมสุวรรณ) ต่อมาบุตรชายคนนี้เสียชีวิตลงทำให้วงดนตรีของครูสินขาดนักระนาดเอกฝีมือดีไป ต่อมาปรากฏว่าเมื่อนายศรบุตรชายคนเล็กเริ่มเรียนดนตรีตอนอายุ 12 จนเมื่ออายุ 17 ปีก็มีฝีมือในการตีระนาดเอกเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเมืองแม่กลองและจังหวัดใกล้เคียงและได้กลายเป็นคนระนาดเอกประจำวงของครูสินแทนพี่ชาย จนกระทั่งนายศรอายุได้ 19 ปีสมเด็จกรมพระยาภาณุพันธุวงวรเดช(สมเด็จวังบูรพาฯ) ได้ไปเตรียมการรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 5 ที่จะประพาสถ้ำเขางูที่จังหวัดเพชรบุรี เจ้าพระยาสุรพันธ์เจ้าเมืองเพชรบุรีในขณะนั้นจึงจัดวงปี่พาทย์ที่มีชื่อเสียงเด่นดังในแถบจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งวงปี่พาทย์ของครูสินมาบรรเลประชันถวายให้สมเด็จวังบูรพาฯทรงทอดพระเนตร ในงานครั้งนั้นสมเด็จวังบูรพาฯทรงพอพระราชหฤทัยในฝีมือการตีระนาดเอกของนายศรมากจึงรับสั่งถามเจ้าพระยาสุรพันธ์ว่า "เด็กคนนี้เป็นลูกใคร" เมื่อเจ้าพระยาสุรพันธ์ถวายรายงานแล้วจึงมีรับสั่งให้ครูสินเข้าเฝ้าแล้วทรงขอตัวนายศรไปเป็นนักดนตรีในสังกัดของวังบูรพาภิรมย์โดยโปรดให้ติดตามไปเข้าวังในปีนั้นเลย นายศรจึงเริ่มเข้าสู่วังบูราพาภิรมย์เมื่อตอนที่อายุ 19 ปีพอดี
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Thu May 26, 2011 10:28 am    เรื่อง: การพบรักครั้งแรกของ "นายศร" ตอบโดยอ้างข้อความ



ฉากภาพยนตร์เรื่องโหมโรงตอนที่นายศรพบรักกับนางเอกนั้นเป็นฉาก “Love Sean” เพียงฉากเดียวที่ปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์และดูเหมือนว่าผู้ชมส่วนใหญ่จะประทับใจในฉากนี้มากเพราะมีความงดงามทั้ง มุมกล้อง แสงเงา และ ความไพเราะของเสียงเพลงประกอบ (เสียงซออู้เพลงคำหวาน) ความจริงนั้นยังมีฉากของพระเอกกับนางเอกมากกว่านี้แต่โดนตัดทิ้งไปเพราะข้อจำกัดทางด้านเวลาคือต้องให้ความยาวของหนังเรื่องนี้เป็นไปตามที่ทางโรงภาพยนตร์กำหนดไว้ซึ่งในช่วงก่อนที่จะออกฉายนั้นยังไม่มีใครนึกว่าภาพยนตร์เรื้องนี้จะเป็นที่นิยมหรือทำเงินได้และอาจจะนึกว่าเนื้อเรื่องคงน่าเบื่อหรือไม่น่าสนใจนักเนื่องจากเป็นภาพยนตร์ที่จืดชืดไม่มี บท ตลก บทบู๊ หรือ รักหวานจ๋อย แบบที่คนทั่วไปในสมัยนั้นชื่นชอบดูกัน ฉากรักแรกพบในภาพยนตร์เกิดขึ้นในวังตอนที่นายศรแอบไปนั่งสีซออู้อยู่คนเดียวตามลำพังในห้องดนตรีแล้วมองออกไปเห็นนางเอกกำลังเดินเก็บดอกไม้อยู่ในสวนจึงเกิดรักแรกพบขึ้นในใจทันที...นั่นคือจินตนาการในการนำเสนอตามบทภาพยนตร์ แต่ตามที่ท่านผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังนั้นเท่าที่ผมจำได้ช่วงนั้นนายศรอาศัยอยู่ตรงบริเวณ “บ้านหน้าวัง” คืออยู่นอกกำแพงวังบูรพาฯออกมาตรงแถวๆบริเวณริมคลองโอ่งอ่าง ถ้าเป็นปัจจุบันก็คงแถวๆฝั่งตรงกันข้ามกับ โรงหนัง Kingและ Grand ในสมัยก่อนพอดี ที่บริเวณนี้จะอยู่ตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าออกของวังบูรพาฯพอดีจึงมีผู้คนสัญจรไปมาอยู่เสมอ นอกจากนั้นยังมีทั้งตลาดและท่าน้ำที่มีเรือสินค้าขนาดเล็กผ่านไปมาโดยตลอดจึงเป็นแหล่งชุมชนที่มีผู้คนเป็นจำนวนมากทุกวัน นส.โชติ หุราพันธ์ (นางเอกในเรื่องโหมโรง) นั้นเป็นบุตรีของ พระประมวลประมาณพลฯ ซึ่งเป็นโหรหลวงในสมัยนั้นอาศัยอยู่ในบ้านซึ่งมีเส้นทางเข้าออกใกล้ๆกับย่านนั้นนั่นเอง เล่ากันว่านายศรได้พบกับ นส.โชติครั้งแรกตรงบริเวณแถว “ท่าน้ำริมคลองโอ่งอ่าง” และอาจจะเคยพบกันบ้างภายในวังจึงได้รู้จักคุ้นเคยกัน ต่อมาภายหลังสมเด็จวังบูรพาทรงทราบจึงทรงเป็นธุระในการจัดการแต่งงานให้ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นสำหรับนายศร เนื่องจากยังไม่สามารถหาภาพจริงของ นส.โชติ ในวัยสาวได้ผมจึงนำเอาภาพของท่านที่ถ่ายกับท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯมาให้ชมกันดังในภาพด้านล่าง...เท่าที่ผมจำความได้คุณยายของผมท่านเป็นคนใจดีและปฏิบัติธรรมอยู่เสมอเวลาผมไปที่บ้านบ้านบาตรเมื่อใดท่านจะเรียกผมไปทานขนมอร่อยๆอยู่เสมอผมจึงจำแม่นครับ


_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Sat Jun 11, 2011 5:19 am    เรื่อง: เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง "โหมโรง" ตอบโดยอ้างข้อความ



ความสำเร็จใดๆนั้นล้วนมีเบิ้องหลังของความสำเร็จนั้นๆอยู่เสมอดังเช่นในภาพที่นำมาให้ชมกันด้านบนนั้นคือ "ต้นฉบับสคริ๊ป" ของภาพยนตร์เรื่องโหมโรงที่คุณอิทธิสุทรเขียนขึ้นและได้นำต้นฉบับนี้ไปเข้าพิธีเปิดกล้องและเซ่นสรวง"ดวงวิญญาน"ของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯ" เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้มีความสำเร็จลุ่ล่วงไปด้วยดีในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ประเพณีนี้เป็นที่เชื่อถือของคนไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพยนตร์เรื่องใดก็ตามจะมีพิธีฯทำนองนี้ในตอนเริ่มการถ่ายทำอยู่เสมอและที่น่าแปลกก็คือพิธีกรรมเหล่านี้มักจะให้ผลจริงเพราะภาพยนต์เรื่องโหมโรงนั้นประสบความสำเร็จในการนำออกฉายอย่างครึกโครมเป็นประวัติการณ์ดังที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว ภาพด้านล่างนั้นเป็นรูปโปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่องโหมโรงใบหนึ่งที่มีลายเซ็นของบุคคลสำคัญๆหลายท่านทั้งในวงการภาพยนตร์และทีมงานถ่ายทำที่ลงชื่อเอาไว้เป็นหลักฐานในความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้



แน่นอนว่าความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องโหมโรงนั้นส่วนใหญ่มาจากความสามารถของผู้กำกับและทีมงานตลอดจนการสนับสนุนจากอีกหลายปัจจัยแต่ "แรงใจ" และ "อำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์" นั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของความสำเร็จเช่นเดียวกัน
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Tue Jun 28, 2011 5:00 pm    เรื่อง: การเดี่ยวขิมเพลงเชิดนอก ตอบโดยอ้างข้อความ



ในบรรดาเพลงที่นักดนตรีไทยบรรเลงเดี่ยวเพื่ออวดฝีมือกันนั้น เพลงเชิดนอก นับเป็นเพลงที่นิยมนำไปบรรเลงกันมากเพลงหนึ่ง เพลงเชิดนอกนั้นเป็นเพลงที่ใช้บรรเลงในการแสดงโขนตอนที่ นางเบญจกาย (นางยักษ์) แปลงกายเป็นนางสีดาตายลอยมาตามลำธารผ่านพลับพลาที่ประทับของพระรามเพื่อให้พระรามเสียพระทัยจะได้เลิกทัพกลับไป แต่หนุมานจับพิรุธได้ว่าพระศพของนางสีดาแปลงนั้นเหตุใดจึงลอยทวนมาตามกระแสน้ำจึงกราบบังคมทูลให้พระรามปลงพระศพนางสีดาด้วยการเผาไฟ ครั้นเมื่อโดนไฟเผาจนทนไม่ไหวนางยักษ์เบญจกายจึงกลับคืนร่างเดิมแล้วเหาะหนีขึ้นไปบนอากาศ หนุมานจึงแผลงฤทธิ์เหาะไล่ตามไปจนสามารถจับนางยักษ์ได้ในที่สุดกลอุบายของทศกรรณฑ์จึงไม่สัมฤทธิผล...ท่วงทำนองเพลงเชิดนอกมีลีลาที่แสดงออกถึงกิริยาอาการของหนุมานซึ่งเป็นพญาลิงเผือกที่ทรงอิทธิฤทธิ์กำลังเผ่นโผนโจนทะยานเหาะไล่ตามนางยักษ์ไปในท้องนภาเพลงเชิดนอกมีลักษณะพิเศษคือเป็นเพลงที่เรียกกันว่า “จังหวะลอย” หมายความว่าดำเนินจังหวะไม่คงที่ตายตัวโดยเปลี่ยนแปรไปตามท่วงทำนองที่แตกต่างกัน นักดนตรีที่จะสามารถบรรเลงเดี่ยวเพลงนี้ด้วยเครื่องดนตรีใดก็ตามจะต้องมีทักษะความแม่นยำในเรื่องของจังหวะและฝีมือการบรรเลงครบทั้ง “แนวเร็ว” และ “แนวช้า” ได้อย่างไพเราะน่าฟัง ผมเห็นว่าเพลงนี้มีส่วนช่วยให้นักดนตรีมีความสามารถเพิ่มขึ้นจึงนำมาต่อให้ลูกศิษย์ขิมจำนวนมากฝึกบรรเลงเพลงเชิดนอกแล้วนำไปแสดงครั้งแรกในงานเลี้ยงขอบคุณทีมงานที่จัดสร้างภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง” ที่ภัตตาคารมังกรหลวง ที่เลือกต่อเพลงนี้นั้นก็เพราะช่วงนั้นภาพยนตร์เรื่องโหมโรงกำลังเป็นที่นิยมมากและฉากสำคัญฉากหนึ่งในภาพยนตร์ก็คือฉากที่ ขุนอินตีระนาดเอกเพลงเชิดนอกข่มทับนายศรจนเสียขวัญ เพลงนี้จึงแสดงถึงความสามารถของนักดนตรีที่โดดเด่นชัดเจน ผมต่อเพลงเชิดนอกเป็นทางเดี่ยวขิมตามที่คุณแม่ท่านสอนไว้ให้แก่ลูกศิษย์ขิมกลุ่มหนึ่ง (จำนวนประมาณ 20 ) จนจบแล้วนำไปบรรเลงครั้งแรกในงานเลื้ยงขอบคุณทีมงานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องโหมโรงที่ “ภัตตาคารมังกรหลวง” จำได้ว่าประมาณปี พ.ศ.2548 หลังจากนั้นในเวลาที่ไล่เรี่ยกันก็ได้นำลูกศิษย์อีกกลุ่มหนึ่งไปแสดงเพลงนี้เป็นครั้งที่สองที่ “สวนเบญจสิริ” และต่อมาก็ยังมีศิษย์ขิมรุ่นใหม่ๆอีกเป็นจำนวนมากที่ได้ต่อทางเดี่ยวขิมเพลงนี้ไปจากผมจึงสรุปได้ว่าเพราะอิทธิพลของภาพยนตร์เรื่องโหมโรงจึงได้ทำให้ทางเดี่ยวขิมเพลงเชิดนอกทางนี้แพร่หลายออกไปมากขึ้น ผมมีวีดีโอคลิปการบรรเลงขิมเพลงเชิดนอกที่สวนเบญจสิริมาให้ชมกันลองคลิกที่ลิ้งค์ต่อไปนี้ได้เลยครับ http://www.youtube.com/watch?v=KwWZduYOCpc
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Thu Jun 30, 2011 10:09 am    เรื่อง: การทำอาถรรพ์ในการประชันปี่พาทย์ ตอบโดยอ้างข้อความ



ในฉากของภาพยนตร์เรื่องโหมโรงมีอยู่ตอนหนึ่งขณะที่นายศรกำลังตีระนาดประชันอยู่ตะกั่วถ่วงลูกระนาดก็หลุดร่วงลงมาทำให้การบรรเลงต้องขาดชะงักไปกลางคัน เรื่องนี้มีนัยความเป็นจริงอยู่บ้างคือ คุณแม่ผมท่านเล่าว่าในสมัยก่อนนั้นการประชันวงปี่พาทย์เอาจริงเอาจังกันมากโดยมีการทำอาถรรพเวทย์หรือไสยเวทย์ต่างๆเพื่อแกล้งให้อีกฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้ เช่นทำให้ตะกั่วถ่วงลูกระนาดหลุดเป็นต้น ดังนั้นครูปี่พาทย์จึงต้องตั้งพิธีไหว้ครูป้องกันไว้ทุกครั้งก่อนประชันถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมาเพื่อความไม่ประมาท คุณอิทธิสุนทรจึงเอาเรื่องนี้มาเติมแต่งรสชาติของการชมภาพยนตร์ให้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นส่วนเรื่องนี้จะมีข้อเท็จจริงเพียงใดนั้นผมเองก็ไม่ทราบได้ยินแต่ท่านผู้ใหญ่เล่าให้ฟังเท่านั้นครับ
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Thu Jul 14, 2011 8:19 am    เรื่อง: เพลงโหมโรงจีนตอกไม้ ตอบโดยอ้างข้อความ



ภาพยนต์เรื่อง “โหมโรง” นั้นนอกจากจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในด้านการทำภาพยนต์แล้วยังมีส่วนช่วยกระตุ้นความรู้สึกนึกคิดของเยาวชนให้มีความกระตือรือร้นในการฝึกเรียนดนตรีไทยมากขึ้นด้วย ในภาพยนตร์มีเพลงประกอบอยู่หลายเพลงที่ทำให้ผู้ชมติดอกติดใจ “เพลงโหมโรงจีนตอกไม้” ก็เป็นเพลงหนึ่งในจำนวนนั้น ในช่วงที่กระแสภาพยนต์โหมโรงกำลังเป็นที่นิยมกันมากนั้นผมจึงได้นำเอาเพลงจีนตอกไม้ซึ่งเป็นเพลงที่พระเอกตีระนาดเอกประชันกับขุนอินในวังมาต่อให้ลูกศิษย์ขิมโดยมีจุดประสงค์สำคัญสองข้อคือหนึ่ง “เป็นช่วงที่เด็กๆกำลังสนใจเรียนดนตรีกันมาก” และสอง “เพลงนี้สามารถใช้พัฒนาฝีมือการตีขิมให้รวดเร็วว่องไวขึ้น” ในวีดีโอคลิปที่นำมาให้ชมกันในระทู้นี้เป็นนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่กำลังฝึกซ้อมบรรเลงขิมเพลงโหมโรงจีนตอกไม้ร่วมกัน ลองไปชมกันที่ลิ้งค์ต่อไปนี้ครับ...
http://www.youtube.com/watch?v=3HxHE5ajejY
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Krutuck



เข้าร่วม: 06 Oct 2007
ตอบ: 765

ตอบตอบเมื่อ: Fri Jul 29, 2011 5:39 am    เรื่อง: ความในใจของ ผู้กำกับ และ ดารานำ ตอบโดยอ้างข้อความ



เบื้องหลังความสำเร็จใดๆนั้นส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับบุคคลที่ทำเรื่องนั้นๆ...ความสำเร็จของภาพยนต์เรื่องโหมโรงก็เช่นเดียวกัน เราได้ชื่นชมกับภาพยนต์เรื่องนี้ไปแล้ววันนี้ลองไปฟังความในใจของคนที่ทำงานกันดูบ้าง ตอนแรกนี้เป็นวีดีโอคลิปการให้สัมภาษณ์ของคุณอิทธิสุนทรและดารานำในภาพยนต์ ลองไปฟังกันครับ...http://www.youtube.com/watch?v=FY90kUsXcDc
_________________
ชมรมฯดนตรีไทยมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 2 จาก 3

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group