Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

วันที่เหลือ 32 "ขมาเขมร"

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
นายยางสน..คนบางขวาง



เข้าร่วม: 28 Feb 2005
ตอบ: 210

ตอบตอบเมื่อ: Mon Sep 19, 2005 2:08 pm    เรื่อง: วันที่เหลือ 32 "ขมาเขมร" ตอบโดยอ้างข้อความ

วันที่เหลือ 32



ขมาเขมร

นายยางสน..คนบางขวาง
18 กันยายน 2548


การเดินทาง คือการเรียนรู้ แม้จะมีหลายสิ่งที่ไม่น่าจดจำ หากแต่ก็ยังย้ำเตือนเป็นเสมือนครูที่บอกให้รู้ว่าสิ่งใดเหมาะควร

ช่วงเวลา 3 วันผ่านไปอย่างเลื่อนลอยไร้สาระและทิศทาง บางครั้งเพียงนั่งใช้สติเฉยๆก็น่าจะมีทางลงเอยที่ลงทุนน้อยกว่านี้ จึงไม่มีอะไรที่ทำให้วันที่เหลือมีความหมาย

......กระทั่ง 5 ชั่วโมงสุดท้าย บนผืนแผ่นดินที่คำว่า “เพื่อน” มีอยู่เกลื่อนตามท้องถนน หาใช่ในอาคารหรูฟู่ฟ่าบนโต๊ะเจรจาไม่ คำตอบง่ายๆที่ดูเหมือนผู้ตั้งคำถามไม่สนใจใคร่รู้ ก็ทำให้ตัวเราดูมีค่าขึ้นในความเท่าเทียมกันของความเป็นมนุษย์...


15 กันยายน 2548

สนามบินดอนเมือง บนรันเวย์ที่เรียบราบไร้รอยแยกแตกให้เห็น นกเหล็กทะยานขึ้นฟ้านำผู้คนมากหน้าหลายตาสู่แผ่นพื้นผืนดินเดียวที่เกี่ยวข้องคล้องสัมพันธ์กันมาเนิ่นนานเสียยิ่งกว่า 55 ปีที่คิดได้มากมายนัก

ท่ามกลาง ข้าของราชการ นักแสดงจากค่ายละครระดับพี่เบิ้ม เสริมด้วยนักร้องวัยรุ่นสังกัดที่วุ่นอยู่กับการครอบครองสื่อหนังสือพิมพ์จิ้มนิ้วนับเงินจนเพลินหลงลืมคำว่าความรู้และปัญญา......

......ที่ริมหน้าต่าง ฟ้ายังคงกว้างใหญ่กว่าเกินที่ใครจะค้ำ น่าจะทำให้ชายหญิงกว่า 40 ชีวิต ได้ตระหนักคิดถึงใครอีกมายมายที่ฝากจิตสำนึก คำพูด ความหวัง ผ่านร่างกายที่สวยงามของเขาและเธอเหล่านั้น.........

บนเวทีเล็กๆในอาคารหลังใหม่หลังจากถูกเผาผลาญในเหตุการณ์ที่ต้องระลึกจดจำเป็นบทเรียน ถูกหมุนเวียนสับสนจากการทำงานของคนที่เรียกตนเองว่ามืออาชีพ ทำให้เราต้องนั่งตัวลีบใบหน้าร้อนผ่าว ท่ามกลางความหนาวยะเยือกของเครื่องปรับอากาศ

เครื่องรับโทรทัศน์ใหม่เอี่ยมแกะกล่อง 2 เครื่อง ถูกนำมาวางไว้หน้าเวที เป็นที่พึ่งให้นักแสดงอ่านเนื้อเพลงที่ยากเกินกว่าความรับผิดชอบที่จะทุ่มเทให้ได้ ....

และแล้วตลกหน้าม่าน ก็จบลง.....

คาสิโนอยู่ไหนครับเพ่.......!!!


16 กันยายน 2548

เช้าตรู่ในห้องอาหารของ Intercontinental Hotel ที่พักที่หรูหราที่สุดในกรุงพนมเปญ ใครบางคนเข้ามาแก้ต่างสร้างความมั่นใจ ว่าสิ่งที่ได้เห็นเป็นเพียงภาพลวงที่จะแก้ไขไตร่ตรอง....

สงสารตาสีตาสา ที่ต้องมาอุปการะค่าใช้จ่ายให้ผู้แทนประเทศไทยได้เสวยสุขสนุกสำราญกันเช่นนี้.....

เย็นย่ำค่ำวันเดียวกัน ขวดบรั่นดี วิสกี้ ไวน์แดงราคาแพง ตั้งแถวรายเรียงอยู่บนโต๊ะที่พักรอของนักแสดง.....

“......I love Cambodiaaaaaaaaaaaaa......”

เสียงของใครบางคนพ่นผ่านไมค์ บอกให้รู้ว่าเวลาของ คอนเสิร์ตความสัมพันธ์ 55 ปี ไทย กัมพูชา ได้เริ่มต้นขึ้น....

“รัก” พูดง่าย รู้สึกยาก “รักนะ” แต่ไม่รู้จัก ไม่รู้ ไม่รู้สึก......

3 ชั่วโมงของ “การแสดง” อันแสนน่าเบื่อยาวนาน ไร้การสื่อสารที่ชัดเจน ทำให้ใครหลายคนทั้งฝรั่งไทยต้องเผ่นออกมาสูดอากาศหายใจสงบสติกันข้างนอก เห็นใจก็เพียงแต่บรรดาฑูตานุทูต ที่ต้องนั่งอยู่เบื้องหลังเป็นกำลังใจให้ พระองค์เจ้านโรดมมารี รณฤทธิ์ อีกพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงมาเป็นประธานสมานสัมพันธ์ ผ่านสื่อศิลปะธุรกิจติดกระแสทุนนิยมที่รัฐบาลไทยภูมิใจเสนอ.....

สุดท้ายเพลงรำวงภาษาขะแมร์ที่ เรา “กอไผ่”เตรียมมาบรรเลงร่วมกับหลานๆวง “กำไล” ก็จบลง แทนที่จะเป็น We are the World ที่มืออาชีพบางคนแนะนำ....

.....ใครบางคนผุดร่างคลุ้งกลิ่นไวน์ขันอาสาขึ้นมากล่าวสรุปปิดงานโดยไร้การกลั่นกรองเตรียมการจากผู้จัด....

..........................................................

.......ริมฝั่งคั่งน้ำย่อมผลุดโผล่โคลนตมสันดอนตื้นเขินเกินกว่าที่แสร้งแสดงให้เห็นว่าลึกสุดหยั่งดั่งพระสมุทร......

จบ “การแสดง”


17 กันยายน 2548

ศาลาท่าน้ำ อาคารจตุมุข บริเวณที่แม่น้ำใหญ่ 3 สายมาบรรจบพบกัน สายน้ำยังคงปรวนกระแสดั่งที่เคยเป็น หากสุดท้าย น้ำปาสัก โตนเลสาป แม่น้ำโขง ก็เป็นเพียงชื่อเรียก น้ำยังเป็นน้ำ ปลาน้อยใหญ่ยังคงแหวกว่ายอย่างเสรี

บนผิวน้ำ เรือท่องเที่ยวเปิดเพลงแร๊พเนื้อขะแมร์ทำนองไทยลอกฝรั่งดังสนั่นน่าหวั่นใจ......

ก่อนคอนเสิร์ตที่สองเริ่มขึ้น ใครบางคนทะลุเสียงขึ้นระหว่าการเทียบเสียงเครื่องดนตรี....

“.....พี่ครับ....วงพี่หรือเปล่าครับ ที่บอกให้ช่วยหาบรั่นดีไห้....”
“.......................................”

หลังเวที พี่น้องนักดนตรีกัมพูชาเข้าแถวเรียงคิวขึ้นจุดธูปสักการะ “ครู” ด้วยเครื่องคาวหวานบรรณาการ ก่อนที่จะออกไปสะบัดหัว โยกส่าย สะพายกีตาร์สนั่นเสียง

หวังว่าอย่างน้อยน่าจะสะกิดใจให้ใครในที่นั้นหันมองตัวเอง และรอยเท้าที่ฝากไว้สำหรับคนข้างหลังบ้าง....

“...ประทับใจอาหารอะไรของชาวกัมพูชาบ้างคะ...”
ล่ามสาวชาวขะแมร์กระชุ่นคำถามใส่นักร้องสาวหน้าใส....
“.....เฝอค่ะ....”

.....จบข่าว......


18 กันยายน 2548

เช้าตรู่ไม่ว่าที่ไหน อาจจะไม่แตกต่างสำหรับใครบางคน บนเตียงนุ่มคือสวรรค์ที่ซุกกายเหนื่อยล้าจากสุรากีฬาบัตร ก่อนที่จะนัดช๊อปปิ้งทิ้งทวนกันต่อไป

เรา เลือกที่จะ “ลุกขึ้น”และ “รุกเข้า” ในแนวทางของเรา

...เริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์ อันหมายมั่นว่าต้องมา ซึ่งใช่เพียงต้องการหาความรู้เพิ่มเติม หากเป็นความ “รู้สึก” มากกว่า ที่ไม่อยากให้จางหายไปกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่คุ้นเคยและมิอาจปฏิเสธ......

หวังให้น้องๆได้มองและเข้าใจ “เขา”เพื่อความเข้าใจและรู้จักใน “ตัวเราเอง”มากขึ้น

จากนั้นเราก็เดินเท้าไปเยี่ยมบ้านเพื่อนประสิทธิ์ ที่เป็นร้านจำหน่ายเครื่องดนตรี ก่อนที่ตรัวขะแมร์คันงามจะตามเรากลับสยามประเทศ....

บนชั้นสองของภัตตาคารหรู อาหารราคาแพงหลากชนิดรายเรียงเคียงจานอยู่บนโต๊ะ เราตัดสินใจใช้เวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดให้คุ้มค่า และขอแยกตัวออกมาไปตามเส้นทางที่เลือก....

บนถนนคลุ้งฝุ่น และการจราจรที่ยุ่งยิ่งกว่ายุงตีกัน ทำให้รถคันใหญ่ของเรา ต้องใช้ความเร็วระดับเต่าคลาน จนกระทั่งถึงบ้านไม้ที่หมายใจ.....

Apsara Arts Association คือตัวหนังสือที่สามารถเข้าใจได้ที่ติดหราบนป้ายที่แขวนไว้....

อาคารไม้ขนดย่อมต่อเติมเพิ่มพื้นจากริมถนนปักเสาค้ำคร่อมตลิ่งสูงริมน้ำสล้างบัวเขียวชอุ่มสุดสายตา ใต้ถุนบ้านวางเรียงเคียงเครื่องเล่นเด็ก ไม้ลื่น ไม้กระดกปรกสนิม ด้านบนเป็นชานเรือนโล่ง ที่ปลายโถงด้านหนึ่งยกพื้นขึ้นง่ายๆ แขวนม่านด้านหลังกั้นขวางเป็นฉากบังตา ริมเวทีมีเครื่องพิณเพียด โรเนี๊ยด ฆ้อง กลอง ฉิ่ง วางนิ่งรอเวลา....

สาวผิวคล้ำวัยกลางคน ยิ้มใสซ่อนทุกข์ในแววตากระพุ่มมือต้อนรับอบอุ่นเรียบง่าย ผายมือสู่เวทีที่เด็กน้อยตัวจิ๋วผิวกายเกร็งกร้านมอมแมม 4 คนนั่งยิ้มแฉ่งอยู่บนเวที ก่อนที่ใครๆจะตามมาสบทบครบกว่า 20 ชีวิต

เสียงกลองดังขึ้นเป็นจังหวะหมายให้เปลี่ยนท่าร่ายรำ ก่อนที่ทำเพลงแขกมอญ ฟ้อนรำพร้อมเพรียง....

เราเลือกที่จะเข้าไปนั่งในวงดนตรีที่ขาดนักดนตรีมากกว่าเก้าอี้ที่จัดไว้ให้สำหรับผู้ชมการแสดง ก่อนที่จะมอบเพลงเขมรพายเรือ เพื่อสื่อสารรับรู้ถึงกัน และนั่นคือเพลงที่ดีที่สุดของการเดินทางครั้งนี้ พี่ใหญ่ในวงรำพึง...

สุดท้ายเราก็เล่นดนตรีร่วมกัน รำวงร่วมกัน โดยมีหนูๆตัวน้อยเป็นครู ช่วยสอนและได้ให้บทเรียนอะไรพวกเรามากไปกว่าท่ารำที่ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างมากมายนัก

ก่อนจากลา “เรา” ถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน มือน้อยๆของครูที่สัมผัสแขน ไหล่เล็กๆที่เบียดกระแซะ แววตาที่ใสซื่อแต่รู้สึกได้ถึงความโหยหา ที่ทำให้ต้องแอบขยี้ตา....

ธนบัตรทั้งหมดในกระเป๋าสตางค์ถูกจับใส่ซองกระดาษสีขาวยู่ยี่ ก่อนที่จะกล่าวลา “เพื่อนตัวน้อย” จากบ้านสงเคราะห์เด็กกำพร้าเหล่านั้น...

.....เสียใจที่ทั้งหมดซึ่งทำได้เป็นเพียงเท่านี้......

............................................................

สายฝนพรำไม่ทำให้ความตั้งใจลดน้อยลง เสียงพิณเพียดเรียกเราไปสถานศักดิ์สิทธิ์ริมน้ำ หนุ่ม สาว เด็ก ชราประนมมือถือดอกไม้ไหว้เคารพตลบคลุ้งควันธูป

ผู้เฒ่าที่ได้รับความเคารพนับถือว่าเป็นศิลปินแห่งชาติ นั่งองอาจอยู่บนเก้าอี้เล็กเตี้ยหลังวงดนตรี รอยหยักยับย่นบนผิวกายซ่อนเรื่องราวมากมายของชีวิตนอกเหนือจากสังขารที่ล่วงเลยตามกาลเวลา.....

ขออนุญาตขึ้นเข้าไปตีระนาดถวายครูเพลงแสนคำนึง ซึ่งคงทำให้ขะแมร์ชนที่มาบนบาลศาลกล่าวงงงันกันไปบ้าง ใช่ว่าจะกางข้อชูคอใดๆ หากแต่อยากให้คุณทวดได้ยิน....

..............................................

....พระบรมมหาราชวัง.....

.....ครั้งหนึ่งเสียงระนาดของจางวางศรจากสยามประเทศที่ดังขึ้นในราชสำนักกัมพูชาคงมีความหมายมากไปกว่าการขับกล่อมบันเทิงเริงรมย์......

....จากปากคำของเจ้าหน้าที่ เราคือ คนไทยกลุ่มเดียวที่เข้ามาเยี่ยมชมและสักการะพระแก้ว.....

.....พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว.....










กอไผ่ : หน่อง รัน นิค เอ้ อั้ม อมร บ๊อบ ตรี ตั้ม ต้อง
กำไล : ป๋อม ติ่ง สมนึก กล้าย โย แจง ผึ้ง ตู่ ทราย วิว
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email Yahoo Messenger
หน่อง



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 911

ตอบตอบเมื่อ: Mon Sep 19, 2005 9:14 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

แถมภาพประกอบจากสำนักข่าวananเช่นเคย Very Happy


หนุ่มกอไผ่และสาวกำไล หลังคอนเสิร์ตแรก 16 กันยายน สถานฑูตไทยประจำกรุงพนมเปญ






คอนเสิร์ตที่สอง 17 กันยายน โรงละครจตุมุข รวมดารานักร้องศิลปิน-ไทยกัมพูชา รำวงปิดท้ายการแสดง


_________________
ไผ่กอนี้มีเสียงเพลง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
หน่อง



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 911

ตอบตอบเมื่อ: Mon Sep 19, 2005 9:53 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

อาทิตย์ 18 กันยายน
ม่านละครปิด
ชีวิตยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากบนเส้นทางเดิน


มุมเล็กๆของเมืองพนมเปญ



อัปสรา นางฟ้าเดินดิน
ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ และไม่มีใครอุ้มชูดูแล
กำพร้าน้อยๆ ฟ้อนฟายร่ายรำทำเพลง มิใช่เพียงเพื่อเพลิดเพลิน
มิใช่เพียงเพื่อเงิน แต่เพื่อการเดินทางของโชคชะตาอนาคต
โดยเรียนรู้จักและรักในอดีต




และเรายืนยันว่า ช่วงเวลาคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของการเดินทางมาเยือนพนมเปญคราวนี้ เกิดขึ้นที่เวทีนางฟ้าเดินดินนี่เอง
เพลงเขมรพายเรือ ลาวดวงเดือน พม่าเห่ และอีกหลายๆเพลงที่ไม่ต้องการการนิยามความหมายว่าภาษาในชื่อเพลงหมายถึงอะไร
ไม่ต้องการคำยืนกราน ใครเป็นเจ้าของ ไม่มีกู ไม่มีมึง มีแต่เราและเสียงเพลง



อยากชวนให้ใครก็ตาม ที่มีโอกาสไปเยือนพนมเปญ
มิใช่เพียงเพื่อเห็นซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์ แดนประหาร ดูกระโหลก โขกช้อปปิ้ง หรือวิ่งเข้าดงอบายมุข
แต่ควรได้ยลยินและสัมผัสชีวิตน้อยๆ หน่อเนื้อของแผ่นดิน
ที่เติบโตมาท่ามกลางกาลเวลาที่หมุนเปลี่ยน
ไปสู่ความน่าสะพึงกลัวมากขึ้น




APSARA ARTS ASSOCIATION
no71, street 598, Sangkat Phnom Penh Thmey,
Khan Reussey Keo, Phnom Penh, Cambodia
CCC Box 431
office: (+855)23990621
www.apsara-art.org
e-mail: admin@apsara-art.org, apsara_arts@online.com.kh
_________________
ไผ่กอนี้มีเสียงเพลง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
การะเกด



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 140

ตอบตอบเมื่อ: Tue Sep 20, 2005 8:34 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่า และภาพสวยๆค่ะ
_________________
~การะเกด~
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว Yahoo Messenger
พลายเงิน



เข้าร่วม: 01 Mar 2005
ตอบ: 76

ตอบตอบเมื่อ: Wed Sep 21, 2005 1:47 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณอาจารย์ครับ ....ทำให้นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาว่า กัมพูชากำลังฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและปลูกฝังกับเยาวชนของเขาอย่างจริงจัง หลังจากที่ประเทศชาติระส่ำระสายมานาน....แต่บ้านเราอยู่สุขสบายดี กลับกำลังจะค่อย ๆ เหินห่างจากมรดกทางวัฒนธรรมของเราเข้าทุกทีหรือเปล่า...???..
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
เมรี



เข้าร่วม: 07 Apr 2005
ตอบ: 15

ตอบตอบเมื่อ: Wed Sep 21, 2005 5:35 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ผ่านมาเป็นกำลังใจค่ะ
ภาพสวยเรื่องดีจริง ๆ ด้วย
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ไทยไทย



เข้าร่วม: 13 May 2005
ตอบ: 4

ตอบตอบเมื่อ: Wed Sep 21, 2005 9:20 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณ สำหรับเรื่องเล่ามีสาระ และเล่าด้วยภาษไทยที่งดงาม
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
หน่อง



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 911

ตอบตอบเมื่อ: Fri Sep 23, 2005 2:15 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

มีข้อมูลข่าวและภาพเพิ่มเติมจากผู้จัดการออนไลน์ครับ


http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9480000128204

http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9480000128732
_________________
ไผ่กอนี้มีเสียงเพลง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
หน่อง



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 911

ตอบตอบเมื่อ: Mon Oct 03, 2005 12:49 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ข่าวงานคอนเสิร์ตที่พนมเปญใน outlook บางกอกโพสต์ 01-10-2005

OUTLOOK - Saturday 01 October 2005

http://www.bangkokpost.com/en/011005_Outlook/01Oct2005_out10.php


Coming together through music



The famed Korphai band at the concert marking the 55th anniversary of Thai-Cambodian diplomatic relations at the Chaktomuk Theatre.
Cambodian and Thai entertainers join forces to celebrate 55 years of diplomacy between the two countries
Leaving the 2003 riot memories behind them, Thailand and Cambodia officially celebrated the 55th anniversary of their official diplomatic relations with a music festival in Phnom Penh.

To celebrate cultural ties which date back centuries, a group of Thai traditional musicians were flown in to forge ties with the local artistes while young Cambodian youths were treated to a big troupe of teenage heartthrobs from Thailand.


All-girl Kamlai band plays traditional music in an unconventional style.
The 40-strong musical troupe included the famed traditional Korphai band, the all-girl contemporary Kamlai band, songstress Ratha Po-ngarm or "Yaya Ying" from Grammy music, and a number of young actors and actresses from the Kantana Group.

There were two concerts on the evenings of September 16 and 17 one at the Royal Thai Embassy on Norodom Boulevard and the other at Chaktomuk Theatre, respectively. The first, which solely featured Thai performers, was attended by dignitaries from both sides of the border, including Princess Norodom Marie Ranariddh, Tej Bunnag, co-chairman of the Thai-Cambodian Cultural Commission, and high-ranking Thai and Cambodian officials.

The second public concert took place at the 500-seat Chaktomuk Theatre. It featured both Thai and Cambodian artistes who took turns taking to the stage. As expected, young fans swarmed the theatre, hoping to get a glimpse of their Thai and home-grown idols.




Lasting for more than three hours, the Chaktomuk concert began with a symbolic friendship dance featuring a group of Khmer artistes flying Thai and Cambodian flags. It was followed by a collection of Khmer-accented classical songs, tab khamen, performed by the Korphai band in a contemporary medley.

Kanokporn Tassana sang luk thung-style songs in Khmer and Thai, and the Kamlai band played five songs using traditional instruments. The remainder of the programme was packed with local modern-day pop music.

Leading the Cambodian performers on the Chaktomuk stage were Khemarak Sareymon and Ouv Sokhunkanya. The performance by the all-girl Kamlai band was one of the event's highlights.

Tej Bunnag said the two-day concert was meant to be the main event of the year-long celebration. A number of activities would follow to promote better understanding between the two nations, he said.

"The two-day concert showed the Cambodian audience the talents of young Thai artists, how they can appreciate traditional music and contemporary pieces. The performances, particularly by Korphai and Kamlai, were magnificent and won accolades from members of Cambodian royal family and our senior guests," Tej said.

Cambodian Culture Minister Prince Sisowath Panara Sirivudh noted at the opening of the Chaktomuk concert that he hoped Thai and Cambodian artistes would play an active role in fostering an understanding between the peoples of the two countries.

The Chaktomuk concert ended with a symbolic ramwong _ in which Thai and Cambodian performers jointly danced to the Khmer tune, Ramwong Kampuchea and Chuapchum Khania Riekreay Sabai Joed, with musical accompaniment by Korphai.

Anant Narkkong, leader of the Korphai band, said there should be an interactive cultural cooperation between the two countries such as a concert performance given by Cambodian artistes on Thai soil, among other things.

"We are still getting to know each other, and we can start from here," he said, adding cultural cooperation is not just a one-off musical event.




http://www.bangkokpost.com/en/011005_Outlook/01Oct2005_out11.php

Bridging the cultural gap





Despite the language barrier, musicians of Thailand's Korphai ensemble had few problems in communicating with their new Khmer colleagues when they met during a trip to the Cambodian capital.

Their new friends were young orphans under the care of the Apsara Arts Association (AAA), a non-profit organisation that has provided arts and skills training to underprivileged Khmer children since 1998. Some students are as young as five years old, while the oldest are 19.

Some 20 children, who have been trained in traditional music, dance and drama, were there to meet the Thai musicians, led by Anant Narkkong, who visited them at their shelter in a suburb of Phnom Penh. Not many students were present, since it was Sunday _ their only holiday _ most, who study during the week, were with their families.

It was the love of music that brought the Thai and Khmer people together at their brief encounter.

Thai and Cambodian classical songs are so similar many have trouble telling them apart. Many types of Thai and Cambodian musical instruments _ such as percussion and strings _ are also identical, resemblances that stem from the common cultural heritage the two countries shared for hundreds of years.

The meeting between the Thai and Cambodian musicians shows that despite bickering at a political level, the two countries' cultural bonds remain close and strong.

After a short musical demonstration from their young hosts, the Thai musicians spontaneously joined in the performance. Lerkiat Mahavinijchaimontri played the zither, Chaiphuk Bhutrachinda the sor fiddle, while Asdavuth Sagarik and Nirun Jam-aroon took turns playing the gong. The rest played cymbals and drums.

During the improvised performance, the two groups shared a number of beautiful moments _ khamen paireua, lao duangduen, pama hae, and kaek mon, to name but four.

They wrapped up the afternoon with a joint ramwong, before bidding each other an emotional farewell.

The members of the Korphai ensemble said the visit to AAA was the best part of their concert trip, which began three days before. They were deeply touched by the new friendships they made and the opportunity they had to cultivate their common cultural values _ something that was missing from the two official concerts.Yit Sothy, 19, a ranaat ek player at Apsara, said he was very happy with the visit. The young Khmer is used to playing for guests, usually tourists or music enthusiasts, but to have the guests play for and with him was totally beyond his expectations.

"This is the first time I've played with Thais. I really enjoyed it," said the teenager who has been learning to play classical music for seven years. The young musician has a well-rounded musical education, and can play all kinds of classical instruments.

School supervisor Moeung Piseth said the children were elated to meet and play with members of the Korphai ensemble.

"The performance with the Thai musicians was a special experience for them," said the 27-year-old supervisor.

Piseth said both the AAA and the children look forward to meeting the Thai musicians again, either in Phnom Penh or in Bangkok.

"I hope there will be more exchange and active cooperation between us. We have so many things in common," he said.
_________________
ไผ่กอนี้มีเสียงเพลง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
chicken_chick



เข้าร่วม: 09 Jun 2005
ตอบ: 4

ตอบตอบเมื่อ: Fri Oct 07, 2005 2:05 pm    เรื่อง: เฝอ ตอบโดยอ้างข้อความ

Sad เฝอ ที่สาวสวยว่านั้น....คืออาหารประจำชาติของเขมรหรือคะ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group