Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

ขอเชิญร่วมงานมอบรางวัลและชมสักวา ฟรี วังสวนผักกาด ๑๔ ก.พ.๕๓

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
อัญชลี



เข้าร่วม: 10 Sep 2007
ตอบ: 2118

ตอบตอบเมื่อ: Wed Feb 03, 2010 10:12 am    เรื่อง: ขอเชิญร่วมงานมอบรางวัลและชมสักวา ฟรี วังสวนผักกาด ๑๔ ก.พ.๕๓ ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอเชิญร่วมงานมอบรางวัลกองทุนหม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุลและฟังสักวา

กองทุนหม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุล
http://www.ayumongol-sonakul.com/article_3.htm
ร่วมกับ สโมสรสยามวรรณศิลป์ เชิญร่วมแสดงยินดี ในโอกาสที่หม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์ เสด็จเป็นองค์ประธานในการประทานรางวัลกองทุนหม่อมราชวงศ์อายุมงคล โสณกุล แก่นายไพศาล พืชมงคล
http://www.oknation.net/blog/paisalvision/2010/02/01/entry-3
นักเขียนบทความดีเด่น ปี๒๕๕๒ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๓๐ น.-๑๘.๓๐ น.วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ วังสวนผักกาด ถนนศรีอยุธยา เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
http://suanpakkad.com/main_thai.php

หลังจากนั้นเชิญฟังการบอกสักวาเรื่องสามก๊ก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ โดยกวีจากสโมสรสยามวรรณศิลป์ ประกอบการบรรเลงดนตรีไทยและขับร้อง จากคณะดุริยประณีต ในความควบคุมของอาจารย์.สุดจิตต์ ดุริยประณีต ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๖ สาขาศิลปะการแสดง (คีตศิลป์)

โดยมีผู้บอกสักวาจากสโมสรสยามวรรณศิลป์ คือ ศ.นพ.พูนพิศ อมาตยกุล นายประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๘ สาขา วรรณศิลป์ , นายอำพล สุวรรณธาดา นายอดุล จันทรศักดิ์ อดุล จันทรศักดิ์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๑ สาขาวรรณศิลป์ ( กวีนิพนธ์ บทความ ) ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง รศ.นภาลัย สุวรรณธาดา รศ.คุณหญิง ดร.วินิตา ดิถียนต์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ สาขา วรรณศิลป์ และผศ.ดร.ญาดา อารัมภีร

สุภาพชนทั่วไปเข้าร่วมงานนี้ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ


_________________
Ancientism Anchalee http://www.facebook.com/ancientism.anchalee
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
อัญชลี



เข้าร่วม: 10 Sep 2007
ตอบ: 2118

ตอบตอบเมื่อ: Wed Feb 03, 2010 10:18 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

http://www.ayumongol-sonakul.com/article_1.html
ระลึกถึง อายุมงคล โสณกุล



ท่านที่อ่านสยามรัฐวันอาทิตย์ และเป็นแฟนคอลัมน์ของคุณชายอายุมงคล โสณกุล คงจะรู้สึกเสียดายทีได้รับทราบข่าวอนจิกรรมของนักเขียนคอลัมน์ท่านนี้ เพียง 2 - 3 สัปดาห์ที่หยุดการเขียนไปเพราะต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เธอก็ต้องหยุดเขียนในชั่วชีวิต โดยที่นึกไม่ถึงว่าจะจากไปเร็วเช่นนี้ ด้วยอายุเพียง 47 ปี เท่านั้น

หลายคนนึกว่า คุณชายอายุมงคลเป็นนักเขียนเท่านั้น บางคนอาจทราบว่าเธอเป็นนักเขียนเท่านั้น บางคนอาจทราบว่า เธอเป็นนักดนตรีคนหนึ่งเหมือนกันและเหนือไปกว่านั้น ยังเป็นนักฟังเพลงไทยที่แท้ที่ฟังได้ลึกซึ้งมาก ขนาดที่ผู้เขียนเห็นว่า ฟังได้สูงถึงระดับสุดยอดแห่งการฟังคือ "ฟังลึกล้ำซ้ำวิจารณ์" นั่นแหละ

ผู้เขียนรู้จักคุณชายอายุมงคลมาตั้งแต่ พ.ศ.2486 เมื่อคุณชาย 5 ขวบ และผู้เขียน 6 ขวบ เราหนีสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปอยู่หัวหินด้วยกันที่บ้านสมประสงค์ จึงได้เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่ครั้งนั้น เมื่อเธอโตขึ้นแล้วไปอยู่ที่อังกฤษเสียสิบกว่าปีกลับมาแล้วก็ได้พบกันอีก และยิ่งคุยถูกคอกันมากกว่าสมัยเป็นเด็กเพราะเราชอบดนตรีไทยเหมือนๆกัน แถมยังเป็นผู้ชายชาววังด้วยกัน จึงถูกคอกันมาก

ว่างๆเธอก็โทรศัพท์มาชวนให้ไปฟังเพลงซอสามสาย ที่ได้พยายามฝึกหัดสี กับครูเทวดาประสิทธิ์พาทยโกศล เคยสีพญาโศกให้ฟังครึ่งท่อนแล้วก็วางซอ บอกว่าคอแห้งหาแอลกอฮอล์มาดื่มแล้วคุยกันดีกว่า คุยไปก็เปิดแผ่นเสียงเพลงไทยเดิมฟังไปด้วย ฟังไปวิจารณ์ไปจนง่วง แล้วเธอก็ลาไปนอน

วันหนึ่งโทรมาบอกว่า สีเพลงสุรินทราหูได้แล้วจบ 3 ท่อน ถ้าอยากฟังให้มาฟังได้ แล้วจะเลี้ยงข้าวกลางวันด้วย...ก็ไปหาที่บ้านเธออยู่ซอยชิดลม พอเห็นหน้าก็ชวนคุยเรื่องเก่าๆ สมัยอยู่หัวหิน หยิบซอสามสายมาเทียบเสียง ท่าทางที่เทียบเสียงนั้น ถอดแบบจากครูเทวาประสิทธิ์ยังกับแกะเพราะเทียบเสียงนาน ประดักประเดิดจนต้องบอกว่า "นี่คุณยังหนุ่มอยู่นะ อย่าเทียบเสียงนานอย่างครูเลย ทีท่าเล่นตัวจะไม่สีให้ฟังกระนั้นหรือ แล้วเรียกมาฟังทำไมสักวันหนึ่งเถอะ จะเรียกว่ากรมเจ้าท่าเพราะท่ามากเหลือเกิน" เธอก็หัวเราะแหะๆ บอกว่า "อย่างไปนินทาครูเลย ผมเป็นของผมอย่างนี้เอง" ปรากฏว่าไม่เคยได้ฟังสุรินทราหูครบทั้งสามท่อนเพราะสีไม่จบสักที เดี๋ยวบ่อคอแห้งบ้าง เดี๋ยวบ่นว่าสีไม่ดีพอ เอาแค่นี้ก่อน เพราะไม่ค่อยได้ซ้อม วันหลังจะตามตัวสาวน้อยชาวจุฬา ชื่อนางสาวอารดา สุมิตร มาสีให้ฟัง เธอบอกว่าสีซอดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาจนต้องมอบซอสามสายให้เป็นของขวัญคันหนึ่ง เป็นอันว่าไม่เคยฟังคุณชายอายุมงคลสีซอสามสายจบสักเพลงเดียวในชีวิตนี้ แต่น่าประหลาดที่เคยได้ยินเธอร้องเพลงสุรนิทราหูครบตั้งแต่ต้นจนจบคราวหนึ่ง ที่บ้านดุรยประณีต วันนั้นเป็นวันไหว้ครูสักสามปีมาแล้ว ร้องดีอยู่อย่างถูกต้องแต่ทว่าร้องไปพลางจิบเครื่องแก้คอแห้งไปพลางจนจบทั้งสามท่อน

คุณชายอายุมงคลรักเพลงสุรินทราหูมากที่สุด รักเสียงร้องของอาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน มาก ไม่ว่าเพลงใดที่อาจารย์เจริญใจร้องอัดแผ่นเสียงไว้ เธอจะหามาฟัง แล้วร้องตาม เพลงแขกลพบุรี ก็ร้องได้คล่องแต่ไม่มีเพลงใดถูกใจเท่าสุรินทราหูร้องตามได้กระบวนเอื้อนครบถ้วนตามแบบอาจารย์เจริญใจทุกประการที่เก่งกว่านั้นก็คือ ความสามารถที่จะบรรยายเปรียบเทียบได้ว่า เพลงนี้ใครร้องไม่ได้ดีเท่าอาจารย์เจริญใจเพราะตรงไหนบ้างที่อาจารย์บอกอารมณ์ได้เด่นกว่า ทำให้ผู้เขียนได้ข้อมูลมาเขียนหลายหนทีเดียว

เมื่อคุณชายอายุมงคลแต่งงานพวกเรายกวงดนตรีไทยไปกล่อมหอวันนั้น เจ้าบ่าวประกาศว่างานนี้ ไม่น่าจะบรรเลงตับวิวาหพระสมุทรทั้งๆที่ชื่อตับเพลงก็บอกว่า "วิวาห์" น่าจะใช้ได้ แต่เธอให้อรรถธิบายว่าในบทร้องตับวิวาหพระสมุทรนี้ มีข้อความที่ระคนเศร้าอยู่ด้วย ซึ่งร้องในเพลงแขกสาหร่าย โดยนางเอกพูดถึงความช้ำใจ และเรื่องของความหมดรักจนแทบหัวใจจะขาด แต่บอกให้บรรเลงแต่ทำนองได้ ไม่ต้องร้องซึ่งถือว่าความคิดของเธอเรื่องนี้ถูกต้องโดยแท้ และผู้เขียนก็ถือปฏิบัติต่อมา คือไม่ร้องเพลงตับวิวาหพระสมุทรในงานแต่งงานใครๆ นอกจากจะบรรเลงแต่ทำนองเท่านั้น

แต่งานได้ไม่นาน เธอก็บอกมาว่า เป็นคนโสดอีกแล้ว ดังนั้นมีงานดนตรีไทย ก็เห็นคุณชายที่นั่น เพราะว่าชอบฟังปี่พาทย์ ยิ่งงานบ้านดุริยประณีตแล้ว ไม่ยอมกลับบ้านเลย นอนหลับอยู่กับนักดนตรีท่ามกลางวงปี่พาทย์นั้นแหละ ครูสุดจิตรต้องให้เด็กมานั่งปัดยุงให้และต้องเตรียมอาหารเช้าให้อีกมื้อแต่เธอมักปฏิเสธ ว่าไม่หิว คุณชายรับประทานอาหารน้อยมาก แต่ถ้าเรื่องดื่มแล้ว ต่อติดไปได้เป็นหลายชั่วโมง จึงเป็นโรคขาดอาหารอย่างรุนแรง และนี่ก็คือความเจ็บป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ จนถึงแก่กรรม

เรื่องน้ำใจนั้น คุณชายอายุมงคลเป็นคนใจถึง และน่ารักในเรื่องนี้ฟังเพลงไทยถูกใจ ก็จะรางวัลนักดนตรีเสมอ เด็กมารำละครให้ดู ก็แจกเงินทีละร้อยสองร้อยบาท แต่ก็มักจะออกตัวอย่างติดตลกว่าเงินนี้ออกมาจากกระเป๋าของหม่อมราชวงศ์ตัวเล็กๆ ชื่ออายุมงคลเน้อ ไม่ได้ออกจากกระเป๋าพระองค์เจ้าที่องค์ใหญ๋ๆอย่างเสด็จพระองค์ชายกลาง ดังนั้นจำนวนจะไม่ใหญ่เท่ากับที่พระองค์เจ้าประทาน มีนักดนตรีสองคน ที่ดูเหมือนว่าจะรักมากเป็นพิเศษ คือนายสืบศักดิ์ ดุรยประณีต (เจี๊ยบ) และนายทัสนัย พิณพาทย์ (ติ๊ก) สองคนนี้ชื่อติดปากคุณชายตลอดเวลาชอบให้เดี่ยวระนาดให้ฟังเสมอ แล้วเธอก็นั่งฟังอย่างจดจ่อติดกับรางระนาดทีเดียว นัยต์ตาจับที่ไม้ระนาด ปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง โดยไม่คุยกับใครจนจบเพลง เธอมีมารยาทในการฟังเพลงแบบฝรั่ง คือเมื่อเขาเดี๋ยวระนาดให้ฟัง ก็ตั้งใจฟังเต็มที่ คนเดี๋ยวจึงรู้สึกปลื้มใจ

เมื่อคุณชายย้ายไปอยู่บ้านใหม่ที่ลาดพร้าว เธอบอกว่า ไปอยู่ปลายนามีแต่เจ้าเงาะ ไม่มีรจนา แล้วกระท่อมปลายนานี้ก็ปลูกผักปลูกฟักแฟงแตกกวาไว้เหมือนกัน เมื่อไม่มีแม่ยายไปหาที่กระท่อม ก็ไม่รู้จะเอาฟักแฟงแตงกวาไปถวายใคร ว่างๆก็ชวนวงปี่พาทย์ดุรยประณีตไปบรรเลงโดยเฉพาะวันเกิด เล่นดนตรีกันจนดึกดื่นนักดนตรีไทยนั้นชอบดื่มอยู่แล้ว ทั้งเจ้าภาพ และนักดนตรีก็อ้อแอ้ไปตามกัน

คุณชายอายุ ไม่ชอบหมอ แต่ถ้าเด็กในบ้านป่วย จะบังคับแก่มขู่ให้ไปหาหมอ หรือไม่ก็ลงแรงพาไปหาหมอด้วยตนเองเสมอ จากลาดพร้าว เคยพาเด็กมาให้ผู้เขียนรักษาที่คลีนิคบ่อยๆ เมื่อมาถึง ก็สาธายายอาการป่วยของเด็กให้หมอฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน เหมือนพ่อแม่พาเด็กเล็กๆไปหาหมอนั่นแหละ แถมกำชับหมอว่า ต้องให้ยาบำรุงอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอถึงตัวเองป่วยไม่ยอมไปหาหมอ โดยเฉพาะหมอฟันแล้ว เหมือนกับว่าเป็นศัตรูตัวร้ายทีเดียว ครั้งหนึ่งหกล้มขาหัก ท่านแม่รับสั่งให้ไปหาหมอ ไม่ยอมหนักเข้าต้องยกเครื่องเอกซ์เรย์ไปถ่ายที่บ้านแล้วตามหมอไปเข้าเฝือก การถูกเข้าเฝือกนี้ ถึงกับบอกว่า โลกนี้ไม่มีความสุข เมื่อตีนมันหนัก หัวก็ไม่สัมพันธ์กับกาย คิดอะไรก็ไม่ออกเลยต้องหยุดเขียนหนังสือ เล่นเอาคุณสุทธิชัย หยุ่น หงุดหงิด เพราะเธอหยุดเขียนไปหลายวันในคราวนั้น

งานไหว้ครูบ้านนายเทวาประสิทธิ์ พาทย์โกศล ที่วัดกัลยาณมิตร คุณชายอายุมักไม่ขาด เธอบอกว่าที่มาเพราะรักดนตรี รักทุกคนที่บ้านนี้ ด้วยเป็นบ้านดนตรีเก่าของทูลหม่อมตาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์ฯ ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าโรงพยาบาลยังไปในงานศพหลานยายคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ กลับมาจากงานนั้น ก็เข้าโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย

นักดนตรีอีกคนหนึ่งที่คุณชายรัก คืออาจารย์อุดม อรุณรัตน์ รายนี้ที่รักเพราะสีซอสามสายดีมาก จึงถูกคอกัน เมื่อคุณชายมือสั่น สีซอสามสายไม่ไหวแล้วก็ได้แต่นั่งฟังอาจารย์อุดมสีให้ฟัง แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจว่า เมื่อสีเองไม่ได้ ซอก็คงไม่มีประโยชน์ สมควรจะมอบให้คนที่เขาเอาไปทำประโยชน์ได้ จึงมอบซอคันหนึ่งพร้อมด้วยถ่วงหน้ารูปดาว ให้อาจารย์อุดมไป ฝ่ายอาจารย์อุดมก็เห็นขลังมาก ได้ซอไปแล้วเห็นว่า เป็นซอที่ผู้ให้สืบเชื้อสายมาจากทูลกระหม่อมบริพัตร แม้ว่าจะเป็นซอใหม่ที่ทำขึ้นไม่นานนี้ก็ตาม อาจารย์อุดมก็ยกย่องเคารพ ถึงต้องมาขอพระรูปทูลกระหม่อมบริพัตรไปบูชา และเก็บซอคันนี้ไว้ในที่สูง

หนังสือพิมพ์สยามรัฐลงข่าวอนิจกรรมของคุณชายอายุมงคลว่าหัวใจล้มเหลว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคมนี้ ผู้เขียนได้ทราบข่าวว่าเจ็บจากคุณสมบัติ ภูกาญจน์ บ.ก.สยามรัฐ แต่ไม่คิดว่าจะเจ็บหนักถึงเพียงนี้ เพราะระยะหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เธอก็เจ็บอยู่แล้วกล่าวคือผอมมากจนเดินแทบไม่ไหว ไปไหนต้องมีไม้เท้าและคนพยุงให้เดิน แต่สมองยังทำงานดีพูดคุยสนุกมีอารมณ์ขันเป็นนิจ ระยะหลังๆนี้ รู้สึกว่า บทความภาษาไทยที่เธอเขียนลงสยามรัฐวันอาทิตย์ มักจะกร่อยลง ซึ่งเราก็คิดว่าเพราะเธอไม่สบาย พอสบายขึ้น ก็ได้อะไรดีๆ กลับมาอีก วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม ม.ร.ว. สุมาลยมงคล โชติกเสถียร น้องสาวคนเดียวของเธอ โทรศัพท์มาแจ้งผู้เขียนว่าหมอเขาจะผ่าตัดคุณชายแล้วเธอไม่ยอม เอะอะจะขอกลับบ้านท่าเดียวบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ขอให้ผู้เขียนไปพูดจาปลอบใจให้สักหน่วยเพราะเคยรักใคร่ชอบพอกันเชื่อกันมาก่อนรุ่งขึ้นวันอาทิตย์ที่ 4 จึงไปเยี่ยม โดยที่โทรศัพท์ไปคุยกับเธอก่อนตอนกลางคืน เสียงพูดโทรศัพท์ยังแจ๋วบอกว่ากำลังดูโทรทัศน์อยู่ วันนี้ค่ำแล้ว ให้มาเยี่ยมพรุ่งนี้ดีกว่า ผู้เขียนจึงไปวันรุ่งขึ้น

โรคขาดอาหารที่คุณชายเป็นนี้ เธอเองก็รู้ตัว ว่ามีสาเหตุมาจากไม่อยากรับประทานอาหาร ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีอาหารกิน เคยพูดเล่นๆกับผู้เขียนว่า "ผมเป็นโรคเดียวกับชาวแอฟริกันเขาเป็นเอธิโอเปียผิดกันที่อาหารมาเต็มโต๊ะแต่กินไม่ลง" บางครั้ง เธอตั้งท่าจะกินข้าวพอมีคนมาหา มาพูดจาให้อารมณ์ขุ่นมัวเพียงนิดเดียว ก็จะพาลไม่รับประทานเอาเสียดื้อๆ และอาจจะไม่รับประทานไปเลยทั้งวันเพราะความขุ่นใจนั้น เคยเล่าให้ผู้เขียนฟัง มีคนหลายแบบ ไปหาเธอที่บ้าน ไปบ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไปขอเงินบ้าง ไปทีไรเธอก็กินข้าวไม่ลง และเนื่องจากเธอหนีไปไหนไม่ได้เพราะเดินไม่สะดวกใครมาหาทีไรก็เองได้พบเป็นนิจ แต่จะหาคนเอาใจคอยชี้ชวนเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ใจสบาย ให้กินข้าว ให้รื่นเริงดูเหมือนจะไม่มีใครถูกใจเธอนัก โรคอีกอย่างหนึ่งที่เกิดตามมาคือโรคขาดเพื่อน แม้น้องๆจะเอาใจใส่ไปมาหาสู่ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์เพราะเธอติดอยู่กับความเคยชินนั้นเสียแล้ว

เราขาดคนเก่ง คนดีไปอีกหนึ่งคนเพราะเป็นโรคเหงาเรื้อรัง คิดถึงคุณงามความดีของเธอและเสียดายที่จากไปเร็ว และก็หวังว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง เธอคงจะไม่เหงาเหมือนชาตินี้
_________________
Ancientism Anchalee http://www.facebook.com/ancientism.anchalee
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
อัญชลี



เข้าร่วม: 10 Sep 2007
ตอบ: 2118

ตอบตอบเมื่อ: Wed Feb 03, 2010 12:48 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

อ้างอิงจาก:
มีนักดนตรีสองคน ที่ดูเหมือนว่าจะรักมากเป็นพิเศษ คือนายสืบศักดิ์ ดุรยประณีต (เจี๊ยบ) และนายทัสนัย พิณพาทย์ (ติ๊ก) สองคนนี้ชื่อติดปากคุณชายตลอดเวลา



_________________
Ancientism Anchalee http://www.facebook.com/ancientism.anchalee
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group