Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

"ครูเลื่อน สุนทรวาทิน" ศิลปิน(แห่งชาติ)ในใจชน

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
ไปตามตะวัน...



เข้าร่วม: 27 Feb 2005
ตอบ: 686

ตอบตอบเมื่อ: Tue Jun 28, 2005 8:50 am    เรื่อง: "ครูเลื่อน สุนทรวาทิน" ศิลปิน(แห่งชาติ)ในใจชน ตอบโดยอ้างข้อความ

ครูเลื่อน สุนทรวาทิน ศิลปิน(แห่งชาติ) ในใจชน

เขียนโดย ชมพูนุท นำภา

เสียงเอื้อนที่หวานเสนาะ จับหัวใจ ของหญิงวัย 97 ที่ชื่อ *เลื่อน สุนทรวาทิน* ทำเอาใครต่อใครหลายคนที่เดินทางไปร่วมฉลองงานประสูติพระโอรส ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่สวนสาธารณะ อุทยานสวนเบญจสิริ วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่อาจเดินผ่านเลยไปได้ ต่างนั่งลงฟังเสียงแจ้วใสของคุณยายด้วยความจับใจ
เพราะเพลง "ปลาทอง" เพลงกล่อมพระอู่ หรือเพลงกล่อมเด็กที่คุณยายร้องนั้น นอกเหนือจากเนื้อหาที่ไพเราะเพราะพริ้งแล้ว เสน่ห์น้ำเสียงของคุณยายยิ่งทำให้คนฟังเพลิดเพลินจนไม่อยากลุกเดินจากไปไหน



ใครๆ ก็พูดว่าคุณยายเลื่อนเป็น *ศิลปิน* แม้ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นศิลปินแห่งชาติก็ตาม แต่สายเลือดของคุณยายเลื่อนไม่เคยเปลี่ยนสี เพราะเป็นบุตรีคนกลางของ *พระยาเสนาะดุริยางค์* หรือ แช่ม สุนทรวาทิน เจ้ากรมมหรสพในปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จนถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ตัวคุณยายเองก็เป็นสมาชิกวงข้าหลวง กรมมหรสพ สำนักพระราชวังด้วย ปัจจุบันคุณยายเลื่อนเกษียณออกมาจากกรมมหรสพแล้ว มารับหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษ สอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเท่านั้น

ถนนเลนเดียวกว้างพอแค่รถสองคันสวนกันได้พอดี ทางเข้าซอยข้างวัดประดิษฐาราม เยื้องมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ จ้อกแจ้กจอแจพลุกพล่านในยามโพล้เพล้ ชาวบ้านบอกว่าบ้านคุณยายเลื่อนอยู่ในซอยแห่งนี้ แต่เดินไปเดินมาหลายเที่ยวก็ยังหาไม่เจอ เวลาบนข้อมือล่วงเลยไป ป่านนี้คุณยายเลื่อนคงนั่งรอเวลานัดหมายอยู่แล้ว ระหว่างที่ยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะไปทางไหน ชายรูปร่างสันทัดก็โผล่หน้าออกมาจากประตูไม้เล็กๆ ใกล้ๆ ที่ยืนอยู่ กวักมือเรียก..โล่งใจขึ้นเป็นกอง

เมื่อก้าวพ้นประตูเล็กๆ บานนั้น ผิดคาดที่คิดว่าบ้านคุณยายเลื่อนคงร่มครึ้มไปด้วยต้นไม้ มีเนื้อที่กว้างขวาง แต่ที่เห็นเป็นเพียงบ้านหลังเล็กๆ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นบ้านลูกสาวเจ้ากรมมหรสพในอดีต ความกว้างกะได้ไม่มากไม่น้อยกว่า 2 เมตร ดูเผินๆ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร้านขายของชำที่อยู่ติดกัน..มิน่าถึงหายากนัก..

คุณยายเลื่อนนั่งประแป้งหน้าขาวนั่งรออยู่ที่โต๊ะก่อนแล้ว เมื่อกราบสวัสดีงามๆเสร็จ เสียงคุณยายก็ร้องบอกคนในบ้านให้เปิดพัดลมให้ พร้อมกับแนะนำชายคนที่ไปเปิดประตูให้รู้ว่าเป็นลูกชายคนที่ 4 ของคุณยายเอง ปัจจุบันอายุ 74 ปี ขณะที่คุณยายนั้นอายุ 97

น้ำเสียงที่ดังฟังชัดแทบนึกไม่ออกว่าเป็นเสียงของคนอายุเกือบจะ 100 ปี หากไม่สังเกตผิวหนังที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลา และผมสีขาวทั้งหัว ดวงตาหรี่เล็ก แต่กระนั้นคุณยายก็ดูสวย และกระฉับกระเฉง เล็บมือทาสีชมพูสวยทั้งสิบนิ้ว เสียงแจ่มใสไม่มีทีท่าว่าแหบแห้งตามวัย ค่อยๆ เล่าย้อนอดีตหนหลัง ว่าแต่เดิมนั้นอยู่ในวัง เพราะบิดาเป็น พระยาเสนาะดุริยางค์ เข้าไปสอนดนตรีในวัง ยายเลื่อนจึงได้เข้าไปด้วย

"อยู่สำนักพระราชวัง เป็นมโหรีวงข้าหลวงของรัชกาลที่ 6 กับ รัชกาลที่ 7 เรื่องดนตรีหัดกับพ่อตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน และเล่นได้ทุกอย่าง พ่อบอกว่าที่สอนให้นี่ไม่ได้สอนให้เล่นเอง แต่สอนให้ไปเป็นครูเขา จะได้ไม่ต้องลำบาก พ่อหวังจะให้ลูกไปเป็นครูพวกในวัง เพราะเรามันรูปร่างไม่สวย พ่อกลัวหาผัวได้ยาก แล้วคนโบราณก็ไม่ชอบพวกเต้นกินรำกิน ไม่อยากได้ไปเป็นเขยเป็นสะใภ้ พ่อก็บอกว่าต้องไปสอนที่ในวัง ไม่ต้องง้อใคร เงินเดือนก็มีกิน"

คุณยายเลื่อนจึงเดินทางที่พ่อปูให้ ตอนที่คุณยายหัดเล่นดนตรี แทบเป็นของประหลาด เพราะไม่ค่อยมีผู้หญิงมาเล่น เพราะกลัวหาผัวไม่ได้อย่างที่คุณยายบอกแต่แรก ส่วนคุณยายนั้นเธอบอกว่า "ไม่กลัว"
ยายเลื่อนเล่นดนตรีเป็นมโหรีวงข้าหลวงมาตลอด กระทั่งวันหนึ่งรัชกาลที่ 6 ได้นิพนธ์บทละครขึ้นมาและมีบทคำกลอน พระยาเสนาะดุริยางค์ซึ่งเป็นพ่อคุณยายได้นำมาใส่เพลงปลาทอง

"รัชกาลที่ 6 ทรงแต่งเนื้อ เพราะตอนนั้นตั้งพระทัยจะนิพนธ์ให้พระโอรส เพราะทรงคิดว่าลูกต้องเป็นผู้ชายแน่ๆ ท่านแต่งเนื้อชมลูกชายเลย ตอนนั้นตั้งวงปี่พาทย์ไว้ทั้ง 8 ทิศ ถ้าประสูติออกมาเป็นผู้ชาย ให้ประโคมหมดทั้ง 8 ทิศ แล้วถ้าครบเดือนลงพระอู่ก็ให้ทำขวัญ แล้วให้ฉันเป็นคนกล่อมพระบรรทม ไกวเปลกล่อม แล้ววางไว้ว่าอีกเดือนสองเดือนก็จะแสดงละครเรื่องนี้ แต่ฉันไม่ใช่คนร้อง คนที่ร้องคือน้องสาวชื่อ เจริญใจ ส่วนฉันเป็นคนเป่าขลุ่ย แต่ฉันก็ร้องได้ด้วยเพราะหัดมาตั้งแต่เล็ก พอถึงวันประสูติเข้าจริงกลายเป็นผู้หญิง ทุกอย่างเงียบหมดเลย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพลงปลาทองก็ไม่ได้ร้อง ไม่ได้เล่นละคร ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น แล้วหลังจากนั้นรัชกาลที่ 6 ท่านก็สวรรคต ทุกคนเลยกลับบ้านกันหมด"

กระทั่งเปลี่ยนแผ่นดิน กรมมหรสพโดนยุบ เพราะมีวิกฤตเศรษฐกิจและแผนกดนตรีถูกมองว่าไม่มีความสำคัญ ต่อมาไม่ถึงปีมีข้าราชการผู้ใหญ่รื้อฟื้นดนตรีขึ้นมาใหม่ เพราะเห็นว่าตามธรรมเนียมของหลวงนั้นไม่มีดนตรีไม่ได้ พระยาเสนาะดุริยางค์จึงถูกเรียกเข้าไปและตั้งกรมมหรสพขึ้นมาอีกครั้ง

ครูเลื่อนถูกเรียกกลับเข้าไปเช่นกัน โดยเล่นอยู่ฝ่ายในเป็นผู้หญิงล้วน คุณยายบอกว่าเข้าไปแล้วก็ทำหน้าที่เดิม คือ เป่าขลุ่ย แต่บางทีก็ร้องด้วยถ้ามีโขน ละครหลวง กรมมหรสพตั้งมาได้ไม่กี่วันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลสั่งให้เลิกเล่นดนตรีไทย คุณยายเลื่อนกลับไปอยู่บ้าน
"ตอนเปลี่ยนการปกครอง 2475 ฉันตามเสด็จฯไปอยู่ที่หัวหิน เป็นมโหรีวงข้าหลวง ในหลวงไปไหนก็ต้องตามไปหมด ตอนที่เขามีเปลี่ยนแปลงการปกครองกันพวกฉันไม่รู้เรื่องเลย เพราะในหลวงอยู่ข้างบนเราอยู่ข้างล่าง ได้ยินเสียงกุกกักๆๆ ข้างบน ทหารเขาเดินกันตั้งหมื่นตั้งแสนตีน ใส่ท็อปบู๊ต ไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นอย่างนี้"

เสียงแจ้วๆ ของคุณยายบอกต่อไปว่า ช่วงเวลานั้นจนถึงสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดนตรีไทยเงียบเหงามาก มาถึงช่วงของนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ดนตรีไทยจึงคึกคักขึ้นมา แต่ก็ไม่ค่อยเจริญ ไม่ค่อยมีคนนิยมเล่น เพราะคนไปเห่อรำวงกัน แต่นั้นมาดนตรีไทยโทรมลงเรื่อยๆ หากจะพูดถึงดนตรีไทยที่กลับฟื้นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเจริญด้วยดีก็ต้องเป็นครั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรื้อฟื้นขึ้นมา

"ปี 2493 มีประกวดร้องเพลง ฉันไปประกวดด้วย ชนะใจคนทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ไม่ชนะใจกรรมการเพียงคนเดียว สุดท้ายแพ้การแข่งขัน เป็นเหตุการณ์ที่ทำลายความรู้สึกมาก สุดท้ายเลยเลิกเล่นดนตรีเลิกร้องมาตั้งแต่นั้น เปลี่ยนชีวิตไปสอนหนังสือที่จังหวัดสุโขทัยจนเกษียณก็กลับมาอยู่บ้าน ต่อมาวิทยาลัยบ้านสมเด็จอยากได้ครู มาขอแต่บอกว่าเลิกร้องแล้ว เขาก็ตื้อ ทนลูกอ้อนลูกตื้อไม่ไหวก็รับสอนร้องเพลงให้นักศึกษา แต่ให้มาเรียนที่บ้าน ก็อยู่กับวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จมาตั้งแต่ พ.ศ.2526"

เมื่อต้องเป็นครูสอนที่บ้านสมเด็จ ครูเลื่อนเป็นคนเดียวที่สอนทุกอย่าง ตั้งแต่ร้องเพลง จนเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิด เพราะยังหาครูไม่ได้ จนกระทั่งได้ครูเครื่องสาย ได้ครูปี่พาทย์มา ครูเลื่อนจึงเหลือหน้าที่เดียว คือ สอนร้องเพลง

ทุกวันนี้ครูเลื่อนสอนดนตรีและขับร้องให้กับวงชาวเกาะ ซึ่งเป็นวงที่รวมตัวกันด้วยหัวใจที่รักดนตรีไทยล้วนๆ มี *วินัย ขวัญยืน* เป็นหัวหน้าวง เล่นประจำอยู่ที่สวนสันติชัยปราการ ท่าพระอาทิตย์ เล่นมาได้ 3-4 ปีแล้ว

"วงชาวเกาะมาถามฉันว่า ไปเล่นงานเฉลิมฉลองดีไหม ฉันบอกว่าดี เพราะฉันอยากร้องเพลงปลาทอง คราวนี้ต้องร้องให้ได้ ขอร้องเองเลย เพราะหัดร้องมาตั้งแต่เล็ก ยังไม่ได้ร้องสักที คนที่ทำมาด้วยกันก็ตายหมดแล้ว ฉันต้องทำให้ได้ ไม่ได้ร้องให้ลูกพระเจ้าแผ่นดิน ครั้งนี้ขอร้องให้หลานพระเจ้าแผ่นดินก็ยังดี"

การสอนของครูเลื่อน ไม่สอนโน้ตดนตรี แต่จะใช้ปากว่าเพลง นอย..นอย..นอย..นอย เป็นเสียงร้องเพลงไปเรื่อยๆ

เห็นมากความสามารถและเป็นทรัพยากรบุคคลขนาดนี้ ถามคุณยายว่าไม่ได้เป็นอาจารย์ของกรมศิลปากรหรือ เสียงสูงๆ แจ่มชัดของคุณยาย ตอกกลับทันที

"ฉันไม่รู้จักหรอกกรมศิลป์ ฉันไม่รู้จักใครทั้งนั้น ใครรู้จักฉันก็รู้ไป แต่ฉันไม่อยากรู้จักกรมศิลป์ เพราะฉันมันไม่ใช่คนเก่ง"
"อ้าว..จริงๆ นะ" เสียงสูงๆ ของครูเลื่อนหนักแน่น


คุณยายเลื่อน สุนทรวาทิน ผู้ขับเพลงกล่อมพระอู่

คุณพ่อ-พระยาเสนาะดุริยางค์ มีเชื้อสายมอญจากทางแม่ มีพี่สาวชื่อเลียบ เป็นพยาบาล ส่วนน้องสาวชื่อ เจริญใจ สุนทรวาทิน เป็นศิลปินแห่งชาติ ครูเลื่อนมีลูกชาย 5 คน

ครูเลื่อนมักจะเล่าว่า ตัวเองเป็นคนอาภัพ ถ้าใครมีชีวิตเหมือนอย่างตัว อย่างน้อยต้องฆ่าตัวตายไปแล้ว 3 ครั้ง เพราะสามีตายตั้งแต่อายุ 29 ปี ด้วยเพราะเป็นคนสู้ชีวิต เมื่อสามีตายจึงมานั่งคิดจะทำอย่างไรดีในการเลี้ยงดูลูกเล็กๆ มาได้ข้อคิดเมื่อ วันหนึ่งเห็นหมาขี้เรื้อนเดินมา สภาพอดโซ คุ้ยหาขยะกิน ก็คิดว่าหมาขี้เรื้อนยังไม่ยอมตายเลย แล้วฉันจะยอมตายทำไม

ลูกศิษย์-วินัย ขวัญยืน บอกว่า ที่ได้พบครูเลื่อนถือว่าเป็นบุญ เพราะมีความสามารถมาก แต่เป็นคนที่โลกลืม มหาวิทยาลัยต่างๆ เสนอชื่อให้เป็นศิลปินแห่งชาติ 4 ครั้งแล้ว แต่ไม่เคยได้ ซึ่งรู้กันว่าแวดวงนี้เป็นเพราะอะไร ใครอยากได้เพลงอะไรมาถาม ครูเลื่อนจะบอกให้หมดเปลือก ไม่มีเก็บไว้ บอกให้ตามความสามารถของเธอ ความจริงครูเลื่อนทำเพลงไว้เยอะ แต่ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดลง เทปหายหมดเหลืออันเดียวคือร้องศึก 9 ทัพ เรื่องพระอภัยมณี


เก็บมาฝากจากหนังสือพิมพ์มติชน Smile 28 มิ.ย. 48


Arrow http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pra01280648&day=2005/06/28

Arrow http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pra02280648&day=2005/06/28

คลิกชมภาพประกอบเพิ่มเติมได้อีกตามลิงค์ด้านล่างนี้

Arrow http://www.matichon.co.th/news_relate/gallery_single.php?tag950=01pra01280648&type=mctb


Very Happy Very Happy Very Happy
_________________
ไปตามตะวัน...
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
น้องใหม่



เข้าร่วม: 06 Mar 2005
ตอบ: 34

ตอบตอบเมื่อ: Wed Jun 29, 2005 8:39 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณนะคะ วันนั้นเราก้อได้ไปดูด้วย อิอิ Laughing
_________________
น้องใหม่...เด็กดี Wink
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
คนรักดนตรี



เข้าร่วม: 28 Feb 2005
ตอบ: 85

ตอบตอบเมื่อ: Thu Jun 30, 2005 10:11 am    เรื่อง: อยากให้เป็น ตอบโดยอ้างข้อความ

มีครูหลายๆท่านที่น่าจะได้เป็นศิลปินแห่งชาตินะครับ
_________________
คนรักดนตรีและวิถีไทย http://thaiculture.pantown.com/
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว
Jinnies



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 270

ตอบตอบเมื่อ: Sat Jul 02, 2005 4:32 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

Razz
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group