Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

วันที่เหลือ 26 "เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 9 (อวสาน)"

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
นายยางสน..คนบางขวาง



เข้าร่วม: 28 Feb 2005
ตอบ: 210

ตอบตอบเมื่อ: Mon Jun 27, 2005 12:28 am    เรื่อง: วันที่เหลือ 26 "เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 9 (อวสาน)" ตอบโดยอ้างข้อความ

วันที่เหลือ 26



เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 9
(อวสาน)

นายยางสน..คนบางขวาง
23 มิถุนายน 2548




3 มิถุนายน 2548


วันสุดท้ายบนแผ่นดินถิ่นไกลบ้าน สงสารตัวเองและใครคนนั้นแม้เป็นเพียงในฝันที่เพิ่งผันผ่านก็เถอะ...

ข้อความจากเมืองไทยยังถูกส่งมาให้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เรื่องครูพินิจ ที่เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นลมล้มยังโถมใจให้เป็นห่วง...
......................................................

หลังจากหาอะไรใส่ท้องพอประทังชีวิต จึงสมคบคิดกันว่าซุปเปอร์มาเก็ตหน้าถนนโลกีย์คงเป็นที่ๆจะหยิบฉวยอะไรกลับไปฝากคนไกลกันได้บ้าง ซึ่งนั่นก็หมายถึงของซึ่งเบาทั้งน้ำหนักและมูลค่า ด้วยเกรงว่ากระเป๋าใบน้อยที่ไม่ค่อยจะเหลือที่ให้ซุกยัดอะไรได้จะปริแตกแหกพิกัดน้ำหนักทำให้ต้องควักยูโรมาโชว์ออฟโดยมิจำเป็น

เราจากโรงแรมที่พักมาด้วยการร่ำราตาลุงผู้เป็นเจ้าของด้วยภาษามือที่ถือเป็นสากล ก่อนที่จะขนสัมภาระมาฝากไว้ยังที่พักของสาวญี่ปุ่นคนนั้น

ฝนแรกโปรยลงสัมผัสพื้นกระเซ็นละออง สองหนุ่มหนึ่งสาว ก้าวเดินเพลินเลียบแม่น้ำ Seine ยังจุดหมายสุดท้ายที่วาดหวังไว้

ตรงขอบเขื่อนริมน้ำ ร้านหนังสือเก่ายังคงทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างซื่อสัตย์มั่นคง เราตรงไปรื้อค้นด้วยความหวังลึกๆว่า จะมีอะไรที่รำลึกถึงเมื่อครั้งการเสด็จฯประพาสยุโรปของพระพุทธเจ้าหลวง กระจัดพลัดหลงอยู่บ้าง

แต่สุดท้าย เราก็ต้องวางตั้งหนังสือปึกใหญ่กองกลับไว้ที่เดิม พลางน้อยใจในเวลาที่น้อยนักสำหรับความตั้งใจที่จะทำอะไรทิ้งไว้ให้สมกับที่ได้เกิดมาครั้งหนึ่ง....
................................................................

เวลาล่วงเลยเที่ยงวันมาเล็กน้อย เรามายืนตัวจ้อยอยู่หน้าทวารวังที่มีมาแต่ครั้งศตวรรษที่ 13 ซึ่งใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์ยาวนานเรื่อยมากระทั่ง ค.ศ.1793 ความเปลี่ยนแปลงที่ยังคงเป็นสัจจะนิรันดร์ก็เปลี่ยนผันให้เป็นสถานที่เพื่อประชาชนคนเดินดินอีกมากมายเกินกว่าที่ใครๆจะคาดคิด

Musee De Louvre พิพิธภัณฑ์ที่สถาปนาตัวเองว่ายิ่งใหญ่กว้างขวางที่สุดบนโลกกลมๆใบนี้ เป็นที่จัดแสดงศิลปวัตถุตั้งแต่สมัย โรมัน กรีก อิยิปต์ เรื่อยมาจนถึงยุคเรอเนสซองต์ ซึ่งก็ทำให้ต้องระลึกชาตินำความรู้เก่าแต่ครั้งนุ่งขาสั้นปั่นจักรยานแถวๆสามย่านให้ตื่นฟื้นขึ้นมาปะติดปะต่อเรื่องราวเพื่อความซาบซึ้งถึงใจยิ่งขึ้น...

เรามุดเข้าไปทางปิรามิดแก้วโปร่งใสที่นาย ไอ.เอ็ม.เป่ย สถาปนิกชาวอเมริกัน คันมือออกแบบไว้แต่ครั้งปี ค.ศ.1989

ด้านล่างของปิรามิดเป็นโถงใหญ่ กระจายถนนคนเดินออกเป็นสี่ทิศ เจาะทะลุปรุโปร่งเป็นลานโล่งใต้ดิน เชื่อมต่อกับห้องหับภายในตัวอาคารปราสาทเก่าอย่างกลมกลืน

เราใช้เวลาปรับสภาพการรับรู้ทางกายภาพอยู่พักใหญ่ เพื่อให้คุ้นเคยกับความมโหฬารของสถานที่ ซึ่งมีทั้ง ห้องสมุด ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ร้านอาหาร ศูนย์ข้อมูล และผู้คนที่ขวักไขว่ยั้วเยี้ยจนมากเกินกว่าจะหาความสงบได้ ก่อนทีจะเลือกที่จะหยิบคู่มือนำชมพิพิธภัณฑ์เล่มหนาที่จัดมาบริการ ด้วยแปลเป็นกว่าสิบภาษาสำคัญของโลก ซึ่งแน่นอนว่าชิโอริย่อมต้องได้สิทธิพิเศษในกรณีนี้
.......................................................

ท่ามกลางความวุ่นวาย สายตาของหญิงสาวคู่หนึ่งซึ่งจ้องมองเรามาแต่ก่อนเข้าพิพิธภัณฑ์กระทั่งขณะนี้ ยังความรู้สึกประหลาด ซึ่งยังมิสามารถหาคำตอบได้........
......................................................

จากก้าวแรกที่ผ่านพ้นปากประตู ดูเหมือนว่าเวลาจะไม่ยอมให้ขาของเราหยุดนิ่ง พินิจพิจารณาสื่อสารกับหลายๆสิ่งซึ่งมิได้หมายเพียงอิฐ หิน ปูน ที่กอปรร่างเป็นรูปทรง......

........เรายังไม่อาจเห็นในสิ่งที่เรามอง......

.......สุดท้ายที่กลับกลาย เราคือผู้ที่ถูกจับจ้อง จากสิ่งของเหล่านั้น......
........................................................

ที่กลางโถงทางเดิน แสงแฟลชแว่บรัวไม่เว้นช่วง สาวนางหนึ่งซึ่งครองผ้าพริ้วบางทิ้งชายระบายกลีบ ลีบร่างเอียงตัวประหนึ่งตึงขาเมื่อยหลัง น่าสงสารในสังขารเรือนกาย .................“แขนเธอหายไป”..................

Vinus de Milo คือชื่อของเธอ

ถ้าเธอยังมีแขนครบถ้วนก็ชวนสงสัยในพฤติกรรม นำไปสู่ข้อสันนิธฐานของหนุ่มสยาม ฤาจะเป็นท่าสอดสร้อยมาลา หรือว่าเซิ้งกระตี๊บ...!!!!!!

เราหยุดขาพิจารณากันว่าเหตุใดเธอถึงเป็นแม่เหล็กของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทั้งที่ก็ใบหน้าก็มิได้สะสวยชวนฝัน หนั่นเนื้อเอวองค์ก็หนาหนักปักหลั่น

.....หรือจะเป็นเพราะ ช่องว่าง ของบางสิ่งที่หายไป ได้ทิ้งให้เกิดจินตนาการ ตามแต่ใจใครจะปรารถนา.....

เราเดินวนเวียน (หลง) อยู่หลายรอบ คำตอบของการดั้นด้นมาเพื่อให้ได้เห็นก็เริ่มชัดเจนขึ้น.....

.....สายตาของเธอยังจับจ้อง เรามองเห็นและรู้สึกเช่นนั้น......
..............................................................

ในห้องโถงใหญ่ ชั้นบนสุดของอาคาร.....

ม่านตาอิเล็กโทรนิกคลิกลั่นไม่ขาดเสียง สาดแสงสว่างแปลบแวบวับยังจุดหมายเบื้องหน้า

“เธอ”ยังคงสงบนิ่ง ทิ้งมือทาบซ้อนซ่อนยิ้มในแววตา
เรือนร่างเล็กแบบบางกว่าที่คิด แม้จะดูอิดโรยและสูงวัยกว่าที่เคยได้เห็น หากแต่ยังคงเสน่ห์ลึกลับตรึงตา ยากแม้จะกระพริบหลับลงเพียงชั่วเสี้ยววินาที

เราบอกลา “เธอ” มาด้วยคำพูดที่ไร้เสียง ก่อนเบี่ยงตัวหลบผู้คนอีกนับร้อยที่ทยอยเข้ามาสัมผัสรับรู้ในความงามของ “เธอ”....

“เธอ” อาจจะมีความหมายมากมายในใจของใครหลายคน หรืออาจเป็นเพียงเครื่องหมายของการไขว่คว้าว่าได้ผ่านพานพบแล้วจบกัน...

สุดท้ายเมื่อรัตติกาลผ่านมาเยือน “เธอ” ผู้หญิงที่สวยที่สุดก็จะเดียวดายอีกครั้ง ดังที่เป็นมาและคงเป็นเช่นนั้นอีกเท่านาน...
................................................................

สายฝนยังคงโปรยปราย ทำลายความเงียบในรถไฟที่มุ่งหน้าสู่สนามบิน Charles de Gaulle......

...โลกที่แสนกว้างใหญ่ แต่เมื่อได้มาถึงกลับดูคับแคบลงถนัดใจ....

....เป็นความคับแคบที่ยิ่งใหญ่ อยู่ที่ใครจะมองให้เห็นเป็นดังที่หวัง....

....เธออาจจะเป็นเพียงผ้าใบผืนหนึ่ง
........ เป็นหินแตกหักสักเพียงก้อน........
.......เป็นโคลงกลอนที่ไร้สัมผัสฉันทลักษณ์......

.....แต่นั่นล่ะ...

....ที่รักเธอ........
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email Yahoo Messenger
การะเกด



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 139

ตอบตอบเมื่อ: Mon Jun 27, 2005 1:31 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ตามอ่านจนครบ ๙ ตอน Smile ขอบคุณคุณยางสนมากค่ะ

รู้สึกเป็นห่วงใยอาการป่วยของครูพินิจ ฉายสุวรรณ
ไม่ทราบว่าตอนนี้อาการของท่านดีขึ้นบ้างหรือยังคะ

_________________
~การะเกด~
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว Yahoo Messenger
Jinnies



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 270

ตอบตอบเมื่อ: Mon Jun 27, 2005 7:37 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ไม่น่าเชื่อเลย จบแล้วเหรอเนี่ย อิอิ อ่านซะเพลิน เหมือนกับได้ไปเที่ยวโดยไม่ได้ตั้งใจ 5555+
ชอบตรงตอนสุดท้ายนี้จังค่ะ

"....เธออาจจะเป็นเพียงผ้าใบผืนหนึ่ง
........ เป็นหินแตกหักสักเพียงก้อน........
.......เป็นโคลงกลอนที่ไร้สัมผัสฉันทลักษณ์......

.....แต่นั่นล่ะ...

....ที่รักเธอ........"

ซาบซึ้งจริงๆ Razz
ต่อจากนี้ จะเป็นเรื่องอะไรเอ่ย ต้องตามดูกันต่อปายยย Very Happy
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group