Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

วันที่เหลือ 24 "เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 7"

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
นายยางสน..คนบางขวาง



เข้าร่วม: 28 Feb 2005
ตอบ: 210

ตอบตอบเมื่อ: Fri Jun 17, 2005 11:16 pm    เรื่อง: วันที่เหลือ 24 "เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 7" ตอบโดยอ้างข้อความ

วันที่เหลือ 24



เพลงเรื่อง เมืองน้ำหอม 7

นายยางสน..คนบางขวาง
16 มิถุนายน 2548




1 มิถุนายน 2548


หลังจากต่อสู้กับเสียงนาฬิกาปลุกในที่ซุกหัวนอนชั้นประหยัด เราก็มาหาอะไรยัดปากท้องกันเพื่อไว้เผาผลาญเป็นพลังงานในการผจญภัยในวันนี้

น้ำส้มหนึ่งถ้วยจิ๋ว กาแฟหรือชาในขนาดเดียวกัน กับขนมปังก้อนเล็กๆสอดไส้ไข่ทอดอีกแฮมบางๆ ในชื่ออาหารชุดสุดเก๋ “sale” สนนราคา 2.9 ยูโร ในร้านโก้หร่านสัญชาติมะริกันที่เราท่านเรียกกันว่า “แมคโดนัล” เท่านั้นก็ทำให้เช้านี้ของเราสดใสมีเรี่ยวแรงขึ้นทันตา

เรามุดดินมาโผล่ที่ Gare du Nord อีกครั้ง ตั้งใจว่าจะซื้อ Transport Museum Passes ซึ่งเป็นบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์แบบเหมาจ่ายสุดคุ้ม แต่พนักงานใจดีก็แจ้งว่าไม่สามารถรับเงินสดจากเราได้ จะจำหน่ายให้เฉพาะผู้ที่ใช้บัตรเครดิตเท่านั้น จึงเป็นอันว่าได้เพิ่มรอยหยักในสมองได้อีกหลายขีด
.......................................................

Guimet เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่เราได้สัมผัส ถ้าไม่นับรวมถึงตึกเจ็ดชั้นในย่าน Pigalle ที่ไปคารวะเยี่ยมชมเมื่อคืนนี้

ลอดเลาะเข้าช่องประตูที่ดูเคร่งครัดรัดกุมในการสำรวจตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมใดๆที่จะติดตัวมั่วเข้ามา แผ่นพับนานาชนิดสะกิดให้ต้องมองซ้ำ แต่จำต้องยับยั้งชั่งใจเตือนตัวเองอยู่เสมอว่ามาครานี้มีแค่สองมือกับกระเป๋าถือที่จำกัดน้ำหนัก จึงมิอาจพาสิ่งพิมพ์สวยๆ(ฟรี)มีคุณค่าเหล่านี้กลับบ้านด้วยได้....

ภาพแรกที่ตระหง่านตาคือรูปจำหลักหินหัวสะพานขนาดมหึมาที่ครั้งหนึ่งซึ่งควรจะยังเป็นอยู่ นอนทอดยาวต้อนรับเข้าสู่อารยะธรรมยิ่งใหญ่นครธมเมืองเสียมเรียบ เลียบข้างพลางเดินมาด้วยอาการสงบ กระทั่งมาพบที่หลบมุม กระพุ่มมือไหว้ รำลึกอาลัยส่วนหนึ่งของ “บันทายสรี” ที่ถูกพรากมาตากหนาวอยู่ที่นี่...

แจ้งความตามระเบียบของสถานที่ระบุไว้นัยหนึ่งว่าห้ามบันทึกภาพ หากแต่แสงแฟลชวาบปลาบของใครบางคนหรือหลายคนที่เราไม่รู้จัก ทำให้ตระหนักว่า ทุกสิ่งย่อมมีการผ่อนปรน หรืออาจจะเป็นเพราะความระอาเต็มทนของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้เราได้บันทึกอะไรหลายๆอย่างมากกว่าความทรงจำ

ปีนบันไดขึ้นไปสำรวจข้างบนจนถ้วนทั่วทุกซอกมุม พลางชื่นชมกับความงามของวิถีชีวิต ความศรัทธาในจิตใจ ความสามารถในเชิงช่าง ที่สะท้อนออกมาทางงานศิลปะ บนความหลากหลายของชาติพันธุ์ ซึ่งได้หั่นพื้นที่เป็นห้องหับจับจัดเป็นเรื่องราว ทั้ง จีน ลาว เวียตนาม ธิเบต อินโดนีเซีย และไม่เว้นแต่เมืองสยาม....

.......พระพุทธรูปเก่าแก่มากมายแต่ครั้งสุโขทัย อยุธยา งดงามสงบนิ่งทิ้งปริศนาธรรมนำให้เราเคารพเข้าใจในความไม่จิรังเที่ยงแท้......

สองมือกระพุ่มนมัสการลาท่านมาอย่างเงียบๆ......

........ส่วนตัวแล้ว สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งและทำให้วัตถุโบราณเหล่านี้ยังมีชีวิตสัมผัสต้องได้ คือการจัดนิทรรศการงานศิลปะของหนุ่มหน่อชาวโสม ที่นำรูปทรงโครงสร้างของพระพุทธรูปมาดัดแปลง พื้นผิว มิติ สีสัน โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างภาพแล้วนำเสนอเป็นทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวกระจายเกลื่อนทั้งตัวอาคาร

ลองพิจารณาว่าถ้าเราๆท่านๆอาจหาญกระทำการเช่นนี้ที่โกดังเก็บของใกล้โรงละครแห่งชาติ ไม่ใครก็ใครอาจชะตาขาดได้........
......................................................

Musee Cinema คือเป้าหมายต่อไป ซึ่งก็ยังคงจะเป็นเป้าหมายต่อไปอยู่เช่นนั้นเพราะที่นี่ได้ทำการปิดปรับปรุง ไว้วันรุ่งพรุ่งนี้ในปี ค.ศ.2006 คงจะได้มีโอกาสได้พบกัน เราอาฆาตไว้เช่นนั้น.....

เปลี่ยนรูปแบบการเดินทางโดยหนมาใช้รถประจำทางเพื่อจะได้ถ่างตาชมเมืองบ้าง..........

รถสาย 72 พาเรามาส่งใกล้ Musee Nation des Arts et Traditions Populaires ซึ่งก็ยังหมายความว่า การที่ต้องเดินอีกเกือบหนึ่งกิโลเมตรยังจุดหมายได้กลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว

ท่ามกลางแมกไม้ห่างไกลแหล่งชุมชน ตัวอาคารชั้นเดียวนอนนิ่งจนดูเกือบจะทิ้งร้าง (พิจารณาดูแล้วสถานการณ์เช่นนี้ที่บ้านเราเค้าเรียกว่า “ใกล้เจ๊ง”) ภายในจัดแสดงเป็นห้องเล็กๆจัดฉากแสงเงาเป็นบรรยากาศของวีถีความเป็นอยู่แต่ดั้งเดิม เครื่องไม้เครื่องมือในการดำรงชีวิต เกษตรกรรม เครื่องนุ่งห่ม ประเพณี การละเล่น และ เครื่องดนตรี ที่ทำให้เราต้องชักภาพปาดน้ำลายเสียหลายหยด อดรำพึงกับฝาผนังไม่ได้ว่าเมื่อไรหนอ บ้านพ่อเมืองแม่จะให้ความสำคัญเช่นนี้บ้าง....

.....สำหรับคนเดินทาง เมื่อเหลียวหลังกลับมาคงยังมีรอยเท้าที่เหยียบย่ำ หากแต่ใครบางคนเลือกที่จะถีบตีนหนี รอวันที่หันกลับมาเจอแต่ความว่างเปล่า.....

....ด้วยความกล้าหาญในการใช้ภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆ เจรจากับคุณป้าหน้าบูดผู้สวมบทราชการไทยแต่ใช้ภาษาฝรั่งเศส จึงทำให้เศษโปสเตอร์เหลือใช้หลายแผ่นปลิวมาอยู่ในเป้หลัง......Merci....!! ครับป้า...
........................................................

เราใช้บริการรถเมล์สายอะไรนั้นไม่อยู่ในความทรงจำ ซึ่งก็ทำให้ต้องอยู่ในสถานการณ์ หลงทางอีกครั้ง หากแต่ในวิกฤติย่อมไม่ปิดหนทางสู่โอกาส....

ห้าโมงกว่า เรามีเวลาไม่มากนักที่จะตะลุย Musee d’ orsay

ใครบางคนในประเทศที่เจริญแล้วเลือกที่จะประสานโลกเก่าเพื่อรองรับความต้องการของยุคสมัย แทนการลบล้างรื้อถอน ด้วยการปฏิสังขรณ์ปรับปรุงให้เป็นและมีเรื่องราวที่น่าภาคภูมิใจ....

ภายในอาคารโบราณโอ่อ่าที่ครั้งหนึ่งเคยทำหน้าที่เป็นสถานีรถไฟ ซึ่งมีรูปลักษณ์คลับคล้ายหัวลำโพง จัดแสดงงานศิลปะสำคัญทั้งอดีตและร่วมสมัยมากมายที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

เราจึงรีบแจ้นขึ้นไปคารวะงานของท่านครูทั้งนั้นเล่า นับแต่ แวนโก๊ะ โรแดง เป็นอาทิ ก่อนที่จะโหนกายลงมาเยี่ยมชมร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกราคาระยับจับใจเบื้องล่าง....
..............................................................

บนเนินเขาสูงชัน เราบากบั่นฝ่าฝูงผู้คนมากมายอีกเหล่าจิตรกรน้อยใหญ่ที่อาศัยริมถนนคนเดิน กางผ้าใบไขว่มือวาดรูปเลี้ยงชีพ จนมาถึงโบสถ์ใหญ่สีขาวสะอาดตาเบื้องหน้า...

โบสถ์ Sacre Coeur Basilica สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1876 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการต่อสู้ปลดแอกการกดขี่อิสรภาพ ชนชาวที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้จึงเป็นผู้ที่เบิกบานทางความคิด ศิลปินไม่น้อยพำนักอาศัยสร้างงานอยู่ในย่านที่เรียกว่า Montmartre แห่งนี้....

....ความเยือกเย็นในโบสถ์ และโอบกอดของพระคริสต์บนเพดานสูงเบื้องบน ดูเหมือนจะทำให้แต่ละวินาทีที่ผ่านไปยาวนาน ทำให้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของการรักษาลมหายใจที่มีอยู่.....

......ความสุขที่แท้ ความจำเริญที่ถาวรนั้นอยู่ในกายของเรานั่นเองหาใช่สิ่งใดๆจากภายนอกไม่....

“......รู้มั๊ย ทักษิณ กำลังวุ่นวายภูมิใจหนักหนากับการสร้างสนามบิน แต่ทักษิณไม่เคยสร้างหรือหันมาบูรณะอะไร....”
....ชายร่างท้วมข้างๆกระซิบแผ่วผ่านความเงียบเหมือนไม่ต้องการคำตอบ ก่อนจะพ่นคำเดียวสั้นๆหลังสูดลมหายใจยาวเข้าปอด....

“........วัด..........”

.....จบข่าว.....
.....................................................................

ดึกดื่นค่อนคืน บนถนนอุ่นแดดที่มุ่งหน้าสู่ Opera de Paris สายลมระบัดพัดใบไม้แห้งพลิกปลิวลิ่วลู่ ก่อนที่จะควะคว้างร่วงหล่น น้ำฟ้าพร่าตายามกระทบแสงไฟแห่งรัตติกาลเป็นม่านหมอกวิจิตร

ชายหนุ่ม หญิงสาวในอาภรณ์หรูกรูออกจากปากทวารที่เผยออก บอกให้เรารู้ว่าการแสดงจบลงแล้ว อย่างน้อยก็ในคืนนี้ ก่อนที่ทุกออย่างจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเมื่อถึงเวลานั้น....

....หากชีวิตคือบทเพลงที่บรรเลง ไม่เลยสักวินาทีที่แคลงใจว่าเพลงของใครคนนี้ได้ดำเนินถึงท่อนใดแล้ว อีกไม่สนใจใคร่รู้ว่าท่อนสุดท้ายของบทเพลงนี้จะเป็นอย่างไรและจบลงเมื่อใด....

......เพียงสักนิดเดียวที่เหมือนไม่ต้องการคำตอบ....


“.....ใครฟัง......”
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email Yahoo Messenger
การะเกด



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 139

ตอบตอบเมื่อ: Sat Jun 18, 2005 12:55 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณคุณยางสนสำหรับหลายประโยคที่แฝงด้วยแง่คิด
ยังคงเดินตามชมเมืองน้ำหอมไปเรื่อยๆค่ะ Very Happy

ขออนุญาตช่วยเติมภาพประกอบให้เรื่องเล่าของคุณยางสนมีสีสันเพิ่มขึ้นสักเล็กน้อยนะคะ




ภาพซ้าย Musee d’ orsay "รูปลักษณ์คลับคล้ายหัวลำโพง"

ส่วนภาพขวา โบสถ์ Sacre Coeur Basilica

ปิดท้ายด้วยภาพ Opera de Paris


_________________
~การะเกด~
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว Yahoo Messenger
new2007



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 40

ตอบตอบเมื่อ: Tue Jun 21, 2005 1:01 pm    เรื่อง: ขอบคุณอ.เอ้ ตอบโดยอ้างข้อความ

เข้ามาอ่านรวดเดียว7ตอนเลย ขอบคุณอ.เอ้นะคับที่นำเรื่องดีๆมาเล่าให้ฟังเสมอ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Jinnies



เข้าร่วม: 26 Feb 2005
ตอบ: 270

ตอบตอบเมื่อ: Fri Jun 24, 2005 11:31 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณเช่นกันค่ะ ดีจังมีรูปภาพประกอบด้วย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง แหะๆ Razz
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
พระอาทิตย์ชิงดวง



เข้าร่วม: 13 Mar 2005
ตอบ: 127

ตอบตอบเมื่อ: Sun Jun 26, 2005 9:00 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณอ.เอ้นะครับที่นำเรื่องจากแดนไกลมาขยายให้ฟัง
ขอบคุณคุณการะเกด ที่หารูปมา ผมกำลังเรียนเรื่องวัฒนธรรมฝรั่งเศสพอดีเลย แล้วก็เรียนเรื่องสถานที่สำคัญต่างๆด้วย Merci beaucoup
_________________
ยามกินก็จะกิน
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email MSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group