Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

อยากทราบเรื่องพระนางมะซูรีย์แห่งเมืองลังกาวีอย่างกระจ่างแจ้ง

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
โจโจ้ซังดอกฟ้าฮาราคีรี



เข้าร่วม: 10 Jan 2008
ตอบ: 50

ตอบตอบเมื่อ: Sun Oct 19, 2008 1:56 pm    เรื่อง: อยากทราบเรื่องพระนางมะซูรีย์แห่งเมืองลังกาวีอย่างกระจ่างแจ้ง ตอบโดยอ้างข้อความ

เราอยากทราบเรื่องพระนางมะซูรีย์หรือพระนางเลือดขาวแห่งเมืองลังกาวีค่ะ
มีใครรู้บ้างมั๊ยค่ะ Question ถ้ามีกรุณาโพสต์บอกอย่างละเอียดด้วยนะคะ
จะขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
_________________
" สวยดีกว่าที่จะอยู่อย่างไร้ชื่อเสียง "
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
อัญชลี



เข้าร่วม: 10 Sep 2007
ตอบ: 2108

ตอบตอบเมื่อ: Tue Nov 04, 2008 1:59 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

อ้างอิงจาก:
อยากทราบเรื่องพระนางมะซูรีย์แห่งเมืองลังกาวีอย่างกระจ่างแจ้ง


ตัดสินใจอยู่นานว่าจะตอบไหม เพราะไม่ทราบว่าที่รู้มานั้น รู้มาแค่ไหน
และที่โพสต์มานี้ ไม่รู้ว่าจะกระจ่างแจ้งกว่าที่เคยรู้มาแล้วหรือเปล่า

ตำนานพระนางมัสสุหรีแห่งลังกาวี
http://learners.in.th/blog/kumtalungpt/101563

พระนางมัสสุหรี คำสาป ๗ ชั่วอายุคน
เกาะลังกาวี (LANGKAWI) แห่งรัฐเคดาห์หรือเมืองไทรบุรีนั้น หากไม่มีเรื่องราวของนางมาซูรีแล้ว เกาะแห่งนี้ก็คงเหมือนเกาะทั่วๆไป นางมาซูรีนั้นเป็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่เกิดมีเหตุการณ์สำคัญทำให้นางเสียชีวิตบนเกาะลังกาวีแห่งนี้ พร้อมกับคำสาปแห่งการแสดงความบริสุทธิ์ คือ โลหิตสีขาวเหมือนยางพารา

การแลกกันระหว่างชีวิตและคำสาปแช่งเป็นบทพิสูจน์สุดท้ายที่นางพยายามดิ้นรนออกจากการถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมนั้น เป็นบทพิสูจน์ที่ทำให้เกาะลังกาวีได้ตกอยู่ในอำนาจของคำสาปที่จมอยู่ในความมืดดำเช่นเดียวกับชายหาดที่มีสีดำ นัยว่าเกาะแห่งนี้ถูกอำนาจแห่งความบริสุทธิ์นั้นสาปแช่งให้จมอยู่กับความตกต่ำ เป็นอาถรรพ์ครอบคลุมมาถึง ๗ ชั่วอายุคน

บัดนี้เกาะลังกาวีได้ผ่านพ้นมาแล้ว ๖ ชั่วอายุคน ดังนั้นในโอกาสวาระคนรุ่นที่ ๗ ซึ่งเป็นลูกหลานของนางมาซูรีได้มาถึง จึงเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับการแก้อาถรรพ์แห่งคำสาปเพื่อทำให้เกาะลังกาวีหลุดพ้นจากอำนาจลึกลับที่มาถึง ๖ ชั่วอายุคน สำหรับสุสานของนางมาซูรีนั้น มีสุสานที่สร้างด้วยหินอ่อนและคำจารึกภาษามาเลเซียและภาษาอังกฤษ ซึ่งจัดสร้างทำขึ้นภายหลัง มีข้อความว่า

MAHSURI BINTI PANDAK MAYAH
MAHSURI A VICTIM OF TREACHERY AND JEALOUSY WAS SENTENCED TO DEATH IN 1235 HIJRAH OR 1819 A.D. AS SHE DIED SHE LAID A CURSE ON THE ISLAND "''THERE SHALL BE NO PEACE AND PROSPERITY ON THIS ISLAND FOR A PEROID OF SEVEN GENERATIONS''

ข้อความจารึกนี้ แปลความได้ว่า

มาซูรีผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง และความอิจฉาริษยาจนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตายลง เมื่อศักราช (อิสลาม) ๑๒๓๕ หรือ คริสต์ศักราช ๑๘๑๙ (พ.ศ. ๒๓๖๒) นางสิ้นชีวิตลงพร้อมกับคำสาปแช่งที่แห่งนี้ว่า
''จะไม่เกิดสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองบนเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา ๗ ชั่วอายุคน''

วันนี้ทายาทของนางมาซูรีได้สืบทอดเชื้อสายมาถึงรุ่นที่ ๗ ตามคำสาปแล้ว หลังจากเกาะลังกาวีได้รอคอยวันที่จะหลุดพ้นคำสาปของนางมาซูรีเมื่อพ.ศ. ๒๓๖๒ มาเป็นเวลา ๑๘๑ ปี แต่ประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรลืมก็คือ เกาะลังกาวีแห่งนี้เป็นดินแดนของเมืองไทรบุรีที่ตั้งโดยชาวไทยที่เป็นสยามอิสลาม (สามสาม) อยู่กับอาณาจักรสยามมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย…จนถึงรัชกาลที่ ๕ และเสียดินแดนส่วนนี้ให้กับอังกฤษในที่สุด คนไทยไม่เคยลืมดินแดนแห่งนี้เลย……

ตำนานเรื่องนางมัสสุห รี

ตำนานที่ 1

ตำนานนี้ได้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ขาวดำ โดยถ่ายจากสถานที่จริงตามเรื่องที่เล่าขาน (หรือแต่งเอง) กันมา ภาพยนตร์เรื่องนี้ชื่อ "เจ้าหญิงมาซูรี ตำนานแห่งความบริสุทธิ์" มีความยาวประมาณ 30 นาที จึงทำให้นางมาซูรีเป็นเจ้าหญิงตามภาพยนตร์เรื่องนี้
เนื้อเรื่องนั้นเล่าว่า เกาะลังกาวีนั้นมีผู้ครองเกาะ ถ้าจะเรียกให้เป็นชั้นเจ้าครองเกาะก็คือ พระยาลังกาวี เจ้าครองเกาะลังกาวีนั้นมีน้องชายชื่อ วัน ดารุส (WAN DARUS) มีฐานะเหมือนอุปราชเมืองหรือรายามุดา (ไม่ใช่ราชา) เป็นผู้ช่วยเจ้าของเกาะ ซึ่งเป็นผู้มีฝีมือในการสู้รบมาก
นางมาซูรีนี้ได้อภิเษกเป็นพระชายาของวัน ดารุส อยู่กินด้วยกันจนมีบุตรชาย 1 คนชื่อวัน ดาเกม ในวันหนึ่งระหว่างที่วัน ดารุสเดินทางออกไปรบนั้น นางมาซูรีได้ถูกกล่าวหาว่าคบชู้กับนักร้องที่มีหน้าที่เข้ามาร้องเพลงกล่อมบุตรของนาง ชาวเกาะจึงพากันร่ำลือไปรู้ถึงหูพระยาลังกาวี พระยาลังกาวีจึงสั่งให้ทหารจับตัวนางมาลงโทษและตัดสินประหารชีวิตโดยไม่ฟังคำแก้ตัวของนาง และก่อนที่นางมาซูรีจะถูกประหารนั้นนางได้อธิษฐานสาปแช่งว่า หากนางไม่ผิดตามข้อกล่าวหาแล้วขอให้เกาะลังกาวีจงพบกับความวิบัติเป็นเวลา 7 ชั่วอายุคนหรือ 7 ชั่วโคตรเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง เมื่อวัน ดารุสกลับมาพบว่า พระยาลังกาวีพี่ชายสั่งประหารชีวิตนางมาซูรี วัน ดารุสจึงโกรธแค้น ได้นำกำลังออกไล่ฆ่าชาวบ้านที่ใส่ความร่ำลือจนเกิดเหตุดังกล่าว รวมทั้งพระยาลังกาวีพี่ชายของตนด้วย จากนั้นวัน ดารุส ก็พาบุตรชายหนีเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองถลาง และได้อาศัยอยู่จนถึงแก่กรรม ณ เมืองถลางแห่งนี้ วัน ดาเกมบุตรชายของนางมาซูรีผู้นี้ต่อมาได้แต่งงานและมีบุตรเป็นทายาทสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ตำนานที่ 2

อีกตำนานเป็นเรื่องที่เล่ากันทั่วไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวว่า นางมาซูรีผู้นี้เป็นภรรยาของวัน ดารุสซึ่งเป็นพระยาลังกาวีผู้ครองเกาะลังกาวี ต่อมานางมาซูรีมีบุตรชายหนึ่งคนชื่อ เออิดะ เบนจานาราวี จึงทำให้นางมาซูรีได้รับความรักจากพระยาลังกาวีและเป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป จนเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ภรรยาเอกของเจ้าเกาะลังกาวี (หาชื่อมิได้) คิดกำจัดนางมาซูรีเสีย จึงคอยหาหนทางที่จะกลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลาในวันหนึ่งพระยาลังกาวีพร้อมด้วยวัน ดากิม น้องชายได้ออกไปรบ ซึ่งนำเรือออกไปรบยังที่อื่นนอกเกาะลังกาวีเป็นเวลาหลายอาทิตย์ ภรรยาเอกของพระยาลังกาวี จึงได้โอกาส ก็ใส่ความว่าชายที่เข้ามาร้องเพลงกล่อมบุตรของนางนั้นได้เป็นชู้กับนางมาซูรีในขณะที่สามีของนางไม่อยู่ ภรรยาเอกของพระยาลังกาวีจึงให้ทหารจับตัวนางมาซูรีมาลงโทษ และทำการตัดสินประหารชีวิตนางเสียก่อนที่พระยาลังกาวีและวัน ดากิมจะกลับมา นางมาซูรีจึงยากที่จะขัดขืนและช่วยตัวเองได้
ก่อนที่นางมาซูรีจะถูกประหารนั้นนางได้กล่าวคำสาปแช่งและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ก่อนตายว่าหากนางนั้นบริสุทธิ์ไม่เป็นไปตามที่ถูกภรรยาเอกกล่าวหาแล้ว ขอให้เลือดของนางที่ไหลออกมานั้นเป็นสีขาวด้วยอำนาจแห่งความบริสุทธิ์ของนางในครั้งนี้ นางจึงอธิษฐานสาปแช่งให้ผู้ที่กลั่นแกล้งนางรวมทั้งหมดที่รู้เห็นเป็นใจได้ถึงภัยพิบัติ รวมทั้งเกาะลังกาวีสถานที่ประหารนางแห่งนี้ให้ตกอยู่ในหายนะ ไม่มีความสันติสุขและความเจริญใดๆเลยไป 7 ชั่วอายุคน หลังจากที่นางถูกประหารแล้วพระยาลังกาวีและวัน ดากิมกลับมาถึงเกาะลังกาวี และได้ทราบข่าวว่านางมาซูรีถูกประหารก็เสียใจเป็นอันมาก จึงเกิดการฆ่ากันทั้งเกาะ ส่วนวัน ดากิมซึ่งหลงรักนางมาซูรีอยู่จึงพาบุตรชายของนางมาซูรีมาอยู่ที่เมืองถลาง นัยว่าเป็นบ้านเดิมของนางมาซูรี ต่อมาบุตรชายผู้นี้ได้แต่งงานและมีทายาทแตกสาขาเป็นหลายสกุล

ตำนานที่ 3

ตำนานนี้เล่าความย้อนไปถึงนางมาซูรีผู้เป็นหญิงสาวชาวไทยที่มีรูปร่างสวยงาม ได้นั่งเรือออกไปหาปลากลางทะเลกับครอบครัว ต่อมาเรือนั้นถูกพายุพัดอับปาง ทำให้คนในครอบครัวเสียชีวิตหมด มีนางเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตและลอยไปติดบนเกาะลังกาวี ต่อมาข่าวนางติดเกาะนี่ล่วงรู้ไปถึงเจ้าเกาะลังกาวีว่ามีสาวรูปงามมาอาศัยอยู่ จึงปลอมตัวเป็นขอทานมาขออาหารกินที่หน้าบ้าน ทำให้คนทั้งสองได้รู้จักสนิทสนมกันและแต่งงานกันในที่สุด ส่วนสาเหตุที่นางต้องถูกฆ่านั้น ภรรยาของเจ้าเกาะลังกาวีหาเหตุกลั่นแกล้งนาง จึงใส่ความในขณะที่เจ้าเกาะลังกาวีออกไปรบและชักชวนให้ชาวบ้านพากันกล่าวหาว่าเป็นชู้กับนักร้องที่เข้ามากล่อมบุตรของนางจนร่ำลือไปทั่ว เจ้าเกาะลังกาวีรู้ข่าวจึงมีคำสั่งให้ประหารนางเสีย นางมาซูรีไม่มีหนทางรอดจึงได้สาปแช่งไว้ก่อนตาย แล้วเขียนข้อความไว้บนพื้นดินว่า "หากเราไม่ผิด ขอให้เลือดที่ไหลออกมาเป็นสีขาว และขอให้เกาะแห่งนี้จงพบกับความวิบัติ ไม่เจริญรุ่งเรืองไปถึง 7 ชั่วอายุคน"


ข้อมูลเริ่มต้นเกี่ยวกับเชื้อสายของพระนางมาซูรีแห่งเกาะลังกาวี

ต้นสกุล วัน ดารุส [WAN DARUS> ได้แต่งงานกับ มาซูรี คนไทยที่มีเชื้อสายคนไทยสมัยสุโขทัยที่เข้ามาตั้งเมืองไทรบุรี หรือ สยามอิสลาม ที่ชาวมลายูเรียกว่า "สามสาม" นางมาซูรีถูกฆ่าตายเมื่อ พ.ศ. 2362 (ค.ศ. 1819) มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ วัน ดาเกม หรือ โต๊ะเกม ที่ถูกพามาอยู่ที่เมืองถลางหลังจากเกิดการฆ่าประหารกันบนเกาะลังกาวี

1, เชื้อสายรุ่นที่ 1

1. วัน ดาเกม (วัน อาเกม) หรือโต๊ะเกม (ชาย) อพยพมาอยู่ที่เมืองถลาง แต่งงานกับ อาลี ฉะ มีบุตร 6 คน (ชาย 2 หญิง 4 คน) คือ
1.1 โต๊ะเภา (ชาย)
1.2 นางสำหมี (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลสาริยา
1.3 ไม่ทราบชื่อ (หญิง) แต่งกับคนในตระกูลยาหยี
1.4 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.5 ไม่ทราบชื่อ (หญิง)
1.6 ไม่ทราบชื่อ (ชาย)
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรชาย 2 คนนั้นถือเป็นสายตรงจาก วัน ดาเกมหรือโต๊ะเกม นั้นคือบุตรชาย 2 คนได้แก่ โต๊ะเภาและบุตรชายอีกคนหนึ่ง ไม่ทราบว่ายังใช้ "วัน" [WAN> เป็นชื่อสกุลอยู่หรือไม่
ทายาทที่สืบเชื้อสายจากบุตรหญิง 4 คนได้แต่งงานกับคนในตระกูลอื่น ถือเป็นสายสัมพันธ์ที่แยกสาขาครั้งแรกเป็น 4 ตระกูล ที่ปรากฎชื่อคือ สกุล ยาหยี สาริยา ต่อมามีลูกหลานออกไปสัมพันธ์กับสกุลอื่นอีกจึงมีสาขาแยกออกไปอีกได้แก่ ยัสสิน จำปาดะ อังศิริกุล เป็นต้น

2.เชื้อสายรุ่นที่ 2

2.1 โต๊ะเภา (วัน โต๊ะเภา)
2.2 นางสำหมี แต่งงานกับคนในตระกูล สาริยา มีบุตรคือ นางเสาดะ สาริยา
2.3 หญิง ไม่ทราบชื่อ แต่งงานกับคนในตระกูล ยาหยี มีบุตรชื่อ โต๊ะเหม ยาหยี

3.เชื้อสายรุ่นที่ 3

3.1 นางเสาดะ สาริยา ต่อมาแต่งงานกับคนในตระกูล จำปาดะ (นายตอเหยบ จำปาดะ)
(ติดต่อที่ 77/1 หมู่ 3 ต.กมลา อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต) มีบุตรชื่อนางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ
3.2 โต๊ะเหม ยาหยี มีบุตรชื่อ นายเฉลิม ยาหยี

4.เชื้อสายรุ่นที่ 4

4.1 นางมะสุหรี หรือ มสุรรี จำปาดะ แต่งงานกับคนในสกุล อังศิริกุล (ติดต่อที่ เนินตองรีสอร์ท ต.ป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต)
4.2 นายเฉลิม ยาหยี

5.เชื้อสายรุ่นที่ 5

5.1 นายอิสเมล ยัสสิน [ISMAIL YASSIN>
5.2 นายเฉน ยาหยี มีบุตรชื่อ นายสุวรรณ ยาหยี (ติดต่อที่ 38/1 หมู่ 2 ต.กมลา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต)

6.เชื้อสายรุ่นที่ 6
6.1 นายสุวรรณ ยาหยี แต่งงานกับนางสุณี มีบุตรชื่อ ด.ญ.ศิรินทรา (อาลีฉะ) ยาหยี
_________________
Ancientism Anchalee http://www.facebook.com/ancientism.anchalee
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
อัญชลี



เข้าร่วม: 10 Sep 2007
ตอบ: 2108

ตอบตอบเมื่อ: Tue Nov 04, 2008 2:07 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

http://www.ozonetv.net/main.th.th-malaysia-storytrip-langkawi_2.html

เกาะลังกาวี ดินแดน แห่งตำนานเทพนิยาย

เกาะลังกาวี เป็นดินแดนแห่งตำนานเทพนิยาย ชาวลังกาวีคล้ายเป็นนักฝันผู้สรรค์สร้างตำนานและเรื่องราว หลายสิ่งที่พบเห็นได้ในลังกาวีเกิดขึ้นได้ด้วย พลังของความเชื่อของผู้คน ดังเช่นจตุรัสนกอินทรีย์ที่เห็นเป็นรูปปั้นนกอินทรีย์กำลังทำท่าโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสง่างาม มาจากตำนานคำว่า" ลังกาวี " ซึ่งหมายถึงนกอินทรีย์สีน้ำตาลแกมแดง

และเรื่องตำนานคำสาบของชาวลังกาวีที่มีอยู่ ในจิตใจของชาวลังกาวีทุกคน เริ่มต้นขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ว่ากันว่ามีครอบครัวหนึ่งได้ล่องเรือจาก เกาะภูเก็ตมาตั้งรกรากบนเกาะลังกาวีแห่งนี้ คืนหนึ่งได้ยินเสียงทารกร้องในยุ้งข้าว ชาวบ้านเชื่อว่าคือเสียงของ" Rice Spirit "ซึ่งจะนำความร่ำรวยมาสู่ครอบครัว ไม่นานนักทารกน้อยมะซูรี (Mahsuri) จึงถือกำเนิดขึ้น เมื่อ นางโตเป็นสาวผู้คนต่างอิจฉาริษยา ในความงาม แต่นับเป็นโชคดีที่นางได้แต่งงานและ มีความสุขกับมัต เดอรี (Mat Deris) น้องชายของเจ้าเมือง จนกระทั่งเมื่อสยามได้ขยายอาณาเขตมายังไทรบุรี (รัฐเคดาห์)เป็นเหตุให้สามีของ นางจำต้องออกรบ ระหว่างที่นางอยู่บ้านคนเดียวได้มีนักดนตรีชาวอินโดนีเซียผ่านบ้านของนางและแวะขอน้ำดื่ม นางจึงพาไป ดื่มน้ำบ่อ และยื่นผ้าคลุมให้ชายผู้นั้นเช็ดหน้า ผู้ไม่ประสงค์ดีนำความไปแจ้ง กับเจ้าเมืองหรือดาโต๊ะ และกล่าวหา ว่านางคบชู้สู่ชาย ดาโต๊ะโกรธ จึงสั่งประหารชีวิตนาง ก่อนจะถูกแทงด้วยกริชประจำตระกูล นางกล่าวว่าถ้านาง บริสุทธิ์ขอให้เลือดหลั่งเป็นสีขาว แล้วก็เป็นดังที่นางกล่าว และก่อนสิ้นใจ นางกล่าวคำสาปแช่งไม่ให้ลังกาวี มีความ เจริญนานถึง 7 ชั่วอายุคน นับจากวันนั้น เหมือนฟ้าดินเป็นใจให้กับนางผู้บริสุทธิ์ เกาะลังกาวีเหมือนถูกสาป ให้อยู่ในความมืดมน จนแทบไม่มีใครรู้จัก ประกอบกิจการค้าใดก็ไม่มีความเจริญ ท้องทะเลที่สวยงามไม่เป็นที่ต้องตานักท่องเที่ยว

จนกระทั่งเมื่อนายแพทย์หนุ่มคนหนึ่งได้เดินทางมายังลังกาวีเพื่อมาเป็นนายแพทย์อาสาสมัคร เมื่อเห็นความ ยากเข็ญของชาวลังกาวี จึงถึงกับตั้งปณิธานเอาไว้ว่า จะนำความเจริญกลับคืนสู่ลังกาวี ให้จงได้แผนการฟื้นฟูลังกาวีจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยการพัฒนาให้ลังกาวีเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ เอาไว้ จนในปัจจุบันมีรีสอร์ตระดับ 5 ดาวหลายแห่ง ที่ได้มาตรฐานทั้งบริการและการออกแบบ รวมทั้งได้สร้าง สิ่งจูงใจนักท่องเที่ยวหลายอย่าง

แต่แผนการหนึ่งซึ่งสามารถดึงเอาขวัญและกำลังใจของชาวลังกาวีให้เป็นหนึ่ง เดียวได้คือ การประกาศตามหาทายาทของนางมะซูรี เนื่องด้วยคำนวณจากช่วงเวลาตามตำนานหลังนางมะซูรี สิ้นใจแล้ว ก็ครบ 7 ชั่วอายุคนพอดี และในที่สุดก็พบกับเด็กสาวนามสินินทรา ยาหยี ที่ภูเก็ต พร้อมกริชและธง ประจำตระกูลเป็นหลักฐานยืนยัน จึงได้เชิญกลับไปเยือนเกาะลังกาวี โดยชาวลังกาวีให้การต้อนรับน้องสินินทรา ประหนึ่งเจ้าหญิงองค์น้อย จากนั้น ความเจริญค่อยๆกลับคืนสู่เกาะลังกาวี

อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องราวระหว่างยักษ์ 2 ตัว ชื่อมัต รายา (Mat Raya) และมัต ชิงชัง (Mat Cincang) ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทและต่างต้องการให้ลูกของตนแต่งงานกัน ในวันแต่งงานลูกของมัต ชิงชังไปมองหญิงอื่น ทำให้มัต รายาโกรธ เกิดการทะเลาะ และโยนข้าวของกระจัดกระจาย รวมทั้ง หม้อใส่แกงกะหรี่ น้ำแกงไหลไปยังเขตหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันชื่อว่าเมืองกัวห์ แหล่งช็อปปิ้งอันดับหนึ่งของลังกาวี เพื่อนยักษ์ตนหนึ่งพยายามแยกทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกัน แต่ไม่สำเร็จจึงนั่งระหว่างยักษ์ทั้ง 2 จนเกิดเป็นเขา 3 ลูก ปัจจุบันมัต ชิงชังเป็นสถานที่ตั้ง ของเคเบิ้ล คาร์ สิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างด้วยฝีมือมนุษย์ อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้สามารถชมความงามของป่าไม้ยุค โบราณที่ขึ้นปกคลุมเขาได้เต็มตาทั้งยังได้มีโอกาสชมวิวของ 3 ท้องทะเลบนยอดเขาอีกด้วย

จินตนิยายเรื่องถัดมาเกิดขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์อีกครั้ง เมื่อบริษัททเว็นตี้ทส์ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ ได้ประกาศสร้าง ภาพยนตร์เรื่อง " Anna and The King " โดยเลือกใช้ลังกาวีเป็นสถานที่ถ่ายทำ และได้ปลูกสร้างฉากจำลองของ พระราชวังฤดูร้อนขึ้นโดยผู้ที่ให้คำปรึกษาในครั้งนั้นคืออาจารย์เผ่าทอง ทองเจือภายหลังเสร็จสิ้นการถ่ายทำ ทางรัฐบาลเห็นว่าเป็นจุดท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งได้ จึงได้ทำการต่อเติมจนสมบูรณ์ ภายในมีการจัดวางข้าวของเครื่องใช้้ของพระมหากษัตริย์ไทย ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้กลับเป็นจุดประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ชาวต่างชาติเดินทางมาเมืองไทยได้ส่วนหนึ่ง
_________________
Ancientism Anchalee http://www.facebook.com/ancientism.anchalee
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
อัญชลี



เข้าร่วม: 10 Sep 2007
ตอบ: 2108

ตอบตอบเมื่อ: Tue Nov 04, 2008 2:17 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

http://www.komchadluek.net/2007/02/06/s001_88546.php?news_id=88546

วันที่ต้อง "จาก" ลังกาวี ของ "ทายาทรุ่นที่ 7 พระนางมะซูรีย์"

เช้าตรู่วันที่ 8 เดือน 8 พ.ศ. 2528 เด็กหญิงตัวน้อยๆ ลืมตาดูโลกที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต น่าประหลาดที่ท้องฟ้าซึ่งกระจ่างใสอยู่ดีๆ กลับมืดครึ้ม ฝนเทกระหน่ำ ยิ่งไปกว่านั้น วันนั้นทั้งวันในโรงพยาบาลไม่มีเด็กคนไหนคลอดอีกเลย กว่าจะมีเสียงอุแว้ของทารกคนต่อไป ก็จวบจนเวลาเที่ยงคืนขึ้นวันใหม่ไปแล้ว

นั่นคือต้นกำเนิดของเด็กสาว "เมย์" ศิรินทรา ยายี ทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางเลือดขาว "มะซูรีย์" เจ้าของตำนานเลือดสีขาวผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยไร้ความผิด และร่ายคำสาปให้เกาะลังกาวีตกอยู่ในความทุกข์เข็ญมานานถึง 7 ชั่วคน เมื่อลังกาวีค่อยๆ ฟื้นชีพจากเกาะอันแร้นแค้นกลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย แน่นอนว่าคนมาเลย์ต่างพากันกล่าวขานว่าเป็นเพราะการมาถึงของน้องเมย์นั่นเอง

หากยังจำข่าวเกรียวกราวเมื่อหลายปีก่อนได้ หลายคนคงทราบว่า หลังจากศิรินทราและครอบครัวเข้ารับพิธีขอขมาลาโทษจากเกาะลังกาวี ตั้งแต่ครั้งที่เธออายุ 14 ปี และได้รับคำเชิญจากรัฐบาลให้ไปเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ทั้งยังได้เข้าเฝ้าฯ สุลต่านรัฐเกดะห์แล้วนั้น ก็ดูเหมือนชีวิตของสาวน้อยธรรมดาๆ จะพลิกผันสู่ฐานะเจ้าหญิงในมาเลเซีย

เมย์ได้รับทุนการศึกษาให้เล่าเรียนจนจบมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ กรุงกัวลาลัมเปอร์ และยังมีคำชวนให้เมย์และครอบครัวไปปักหลักที่นั่น โดยจะมอบบ้านพร้อมที่ดินให้ ไหนจะมีงานสัมภาษณ์ตามสื่อ งานถ่ายแบบนิตยสารมาเลเซียเรียงรายเข้ามาให้เลือก

แต่ ณ ปัจจุบัน เมย์ ได้ลาออกจากการเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยดังกล่าว 2 ปีแล้ว หลังจากมีปัญหากับบริษัทหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ฉบับหนึ่งในมาเลเซียซึ่งให้เธอเซ็นสัญญามอบอำนาจในการดูแลผลประโยชน์ให้ โดยขณะนี้ เมย์ศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

จากคำบอกเล่าของคุณแม่ของน้องเมย์ สุนี ยายี ผู้ถือเป็นหนึ่งในเชื้อสายทายาทรุ่นที่ 6 ของพระนางเลือดขาว รวมทั้งตัวน้องเมย์เอง พบว่า ขณะที่เมย์เรียนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติอยู่นั้น มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมย์กลับภูเก็ตเพื่อมาเยี่ยมครอบครัว และมาช่วยจังหวัดประชาสัมพันธ์งาน "ฮาลาล ฟู้ด" แต่บริษัทสื่อดังกล่าวเข้าใจว่า เมย์รับเงินค่าตัวโดยไม่แจ้งให้ทราบ จึงไม่ยอมให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนรวมถึงค่าที่พัก ครอบครัวจึงต้องส่งเงินไปให้ และรับตัวน้องเมย์กลับมาเรียนเมืองไทยในเวลาต่อมา

ด้วยอาชีพขับรถให้นักท่องเที่ยวของคุณพ่อ สุวรรณ ยายี ก็ถือว่าช่วยให้ครอบครัวนี้พอมีกินมีใช้ รวมทั้งส่งเสียให้น้องเมย์เล่าเรียนได้ไม่เดือดร้อน เมย์จึงเลือกเรียน ม.รามคำแหง โดยเลิกพึ่งพิงทุนการศึกษาจากมาเลเซีย ถึงแม้จะมีจดหมายและการติดต่อเรียกร้องให้เธอกลับไปเรียนตามเดิมก็ตาม

"เราก็อยู่อย่างปกติธรรมดามาตั้งแต่ยังเด็กๆ ถึงเขาจะเสนอบ้าน เสนอที่ดินให้เราไปอยู่ แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าจะให้จริงหรือไม่อย่างไร ตอนนั้นเราก็เสียใจเหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้นกับเรา เอาผลประโยชน์จากเราไปตั้งเยอะ พาไปถ่ายแบบ แต่ไม่ให้ค่าตัว คุณพ่อเลยมารับเมย์กลับบ้าน เมย์คงไม่เอาแล้ว อยู่เมืองไทยดีกว่า" เป็นคำบอกเล่าจากเมย์

ทายาทพระนางเลือดขาวรุ่นที่ 7 บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาตำนานเรื่องพระนางมะซูรีย์บรรพบุรุษของเธอ เป็นที่เล่าสืบทอดกันในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นอยู่แล้ว และมาเลเซียก็มีความพยายามในการตามหาทายาทของพระนางมาโดยตลอด จนเมื่อสืบทราบและค้นพบหลักฐานว่าตระกูลของเธอคือทายาทตัวจริงเสียงจริง ทำให้ครอบครัวของเธอเป็นที่สนใจของคนมาเลย์โดยตลอด ก่อนหน้านี้ คุณน้าของเมย์ก็เคยโดนคนมาเลเซียชวนให้ไปเรียนที่โน่น แต่เมื่อไปจริงๆ ก็กลับโดนยึดพาสปอร์ต ทำให้เข้าประเทศมาเลย์ไม่ได้อยู่หลายปี

แม้เมื่ออยู่ในเมืองมาเลย์ เมย์จะเป็นคนดัง ได้รับความสนใจอยู่ตลอด ไปไหนมาไหนต้องมีคนมาขอถ่ายรูปด้วย แต่เมย์ก็ยืนยันว่า การได้อยู่เมืองไทยบ้านเกิดเมืองนอนนี่ล่ะ คือสิ่งที่ดีที่สุด

"จะว่าเสียดายก็เสียดาย แต่ก็ไม่เป็นไร การไปเรียนที่นั่น ช่วยสอนอะไรเราเยอะมาก สอนให้เราช่วยตัวเอง ไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ถ้าหากจะไปเที่ยว เราก็ยังอยากไปอยู่ เมย์ไปที่นั่นบ่อยมากๆ ตั้งแต่สุสานของพระนางมะซูรีย์ยังเล็กๆ อยู่ เดี๋ยวนี้เขามีการขยายใหญ่ขึ้น มีการตั้งโรงละครด้วย ที่กรุงกัวลาร์ลัมเปอร์เขาก็ดูเจริญกว่าบ้านเรา สนามบินไฮเทค ไปไหนมาไหนสะดวก มีรถไฟฟ้ารอบเมือง แต่อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา คนไทยจริงใจ ไปอยู่ที่โน่นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แม่สอนเสมอว่าให้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ทุกวันนี้ก็พอใจกับที่เป็นอยู่อยู่แล้ว" เมย์ กล่าว

ขณะที่คุณแม่ของเมย์ เสริมว่า เธอวางอนาคตแค่ว่าขอเพียงให้ลูกสาวเป็นคนดีก็พอ เพราะว่าเมื่อเป็นคนดีแล้ว จะไปอยู่ตรงไหนก็ได้ ทุกวันนี้ครอบครัวยายีก็ยังไปเที่ยวมาเลเซียอยู่เสมอ แต่ก็ไปอย่างเป็นส่วนตัว แม้ถ้าหากแจ้งทางลังกาวีไป จะมีการจัดโรงแรมที่พัก มีการ์ดมาคอยดูแลห้อมล้อมก็ตาม

"เราจะสอนลูกว่า อย่าไปฟุ้งเฟ้อ ไม่ต้องไปดูคนที่รวยล้นฟ้า ให้ดูคนที่เขาใกล้เคียงกับเราก็พอ แค่มีกินมีใช้ อย่าไปยึดติดกับอะไร เมื่อตายไป เราก็เอาไปได้แค่ผ้าขาวห่อศพเท่านั้น" เป็นคำทิ้งท้ายจากคุณแม่

อย่างไรก็ดี ในฐานะที่เป็นทายาทพระนางมะซูรีย์รุ่นที่ 7 เมย์ ยืนยันว่า เมื่อมีลูกมีหลาน ก็จะขอเล่าเรื่องพระนางเลือดขาวสืบต่อไป เพราะนี่คือเรื่องราวประจำตระกูลที่ถ่ายทอดมาแล้วถึง 7 ชั่วอายุคนนั่นเอง

---------------------------------------

ล้อมกรอบ

ตำนานพระนางเลือดขาว

เมื่อประมาณ 200 ปีก่อน "วันดารุส" โอรสของเจ้าเกาะลังกาวี พบรักกับสาวงามบุตรชาวนา "มะซูรีย์" จนเมื่อทั้งคู่มีทายาทเป็นเจ้าชายนาม "วันฮาเกม" วันดารุสต้องออกไปรบ ระหว่างนั้น ผู้ไม่หวังดีกล่าวหาว่าเจ้าหญิงมะซูรีย์คบชู้ นางโดนพิพากษาให้ประหารชีวิตโดยไม่มีการไตร่สวน ก่อนถูกปลิดชีพด้วยกริชประจำตระกูล นางตั้งสัตย์อธิษฐานว่า ถ้าหากนางบริสุทธิ์ เลือดที่ออกมาจงเป็นสีขาว และขอให้เกาะลังกาวีจงประสบหายนะ 7 ชั่วอายุคน

เมื่อเจ้าชายวันดารุสกลับมาทราบเรื่อง จึงตัดสินใจสละบัลลังก์ อพยพมาอยู่เกาะภูเก็ต ประเทศไทย และเกาะแห่งนี้ก็ประสบความยากเข็ญ ปลูกพืชหาปลาไม่ได้นานถึงขนาดนั้นจริงๆ

จากคำบอกเล่าของ สุรีย์ ยายี นับจากรุ่น "วันดารุส" และ "วันมะซูรีย์" แล้ว ก็เป็นรุ่น "วันฮาเกม" สู่รุ่น "วันฮาเก" สู่รุ่น "วันฮูเซน" สู่รุ่น "วันฮาเฉน" สู่รุ่น "วันนาวาวี" โดย 6 ชั่วคนนี้ สืบทอดเชื้อสายเป็น 4 ตระกูล คือ "ยายี" "ดุมลักษณ์" "สังวาล" และ "แสงทอง" จวบจนมีหนังสือพิมพ์มาเลเซียพบว่า "ศิรินทรา ยายี" เป็นทายาทรุ่นที่ 7

และทุกวันนี้ ครอบครัวยายียังรักษากริชประจำตระกูลไว้ ขณะที่พิพิธภัณฑ์บริเวณสุสานของพระนางมะซูรีย์ อ้างว่า นำของประจำตระกูลรวมทั้งกริชเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เช่นกัน
_________________
Ancientism Anchalee http://www.facebook.com/ancientism.anchalee
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
อัญชลี



เข้าร่วม: 10 Sep 2007
ตอบ: 2108

ตอบตอบเมื่อ: Tue Nov 04, 2008 2:29 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

http://www.oknation.net/blog/ok/2007/02/06/entry-1

เพลง มนต์ขลังลังกาวี 1 ศิลปิน เอกชัย ศรีวิชัย

เกาะ ลังกาวี เมื่อสมัย 200 ปี ก็ ได้มี เหตุ การณ์ ที่ไม่คาดฝัน
อัน เจ้าเมือง ที่ ลือเลื่อง ในยุคนั้น สั่ง ประหาร เจ้า หญิง มะ สุหรี.
ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา
ก่อน จะประหาร นางอธิษฐาน ไว้ว่า หาก ตัวข้า ไม่ได้ผิด ตามที่กล่าวนี้
ขอ ให้ฟ้า เป็นพยาน ให้ข้า ที ให้เลือด ข้านี้ ออกมา เป็นสี ขาว.
ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา
เกิด อาเพศ บนเกาะ ลังกาวี เลือด นางนี้ ออกมา เป็นสี ขาว.
เดือดร้อน ไปทั่ว หลายบท หลายคราว จะหมด ราคีคาว ก็เมื่อครบ เจ็ดชั่ว ชี วี
ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา
เด็กหญิง ศิรินทรา กำเนิดมา บนเกาะภูเก็ต ทายาท รุ่นที่เจ็ด
ถัดจากเจ้าหญิง มะ สุหรี เธอ ดีใจ ไม่เคยคิด มาก่อนนี้ อยู่ๆ ก็มี ทางการมาเลย์ มารับ ตัว
ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา

เพลง:มนต์ขลังลังกาวี 2 โดยเอกชัย ศรีวิชัย

เด็กหญิง ศิรินทรา มาประเทศมา เลย์ ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ไปยังเกาะ ลังกา วี
เพื่อน พี่น้อง ต่างโห่ร้อง ยินดี ทายาท แม่มะสุหรี นางช่างสวย เหลือ ใคร
ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา
ถึงเกาะ ลังกาวี ก็ทำพิธี รับขวัญ เกิดมหัศจรรย์ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง
สดใส โชค เราแล้ว ลังกาวี จะพ้นภัย ทุกคน ดีใจ โห่ร้อง ก้องธา นี
ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา
เริ่ม ทำพิธี ถอนคำสาป ทันใด ลูก ขออภัย ท่านเจ้าแม่ มะสุหรี
บรรพ-ชน ที่เคยล่วงเกิน เมื่อ 200 ปี ลูกมาวันนี้ แม่ จ๋า จงให้ อภัย
ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา
ทางการ มาเลย์ อยากให้เด็กหญิง ศิริน ทรา
โอ้ ลูกจ๋า อยู่ที่นี่ ได้ ไหม เธอ ไม่พร้อม ปฏิเสธ เข้าไป
ลูกขอ กลับเมืองไทย ไปภูเก็ต บ้านเกิดเมือง นอน
ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา ฮา..ฮา
_________________
Ancientism Anchalee http://www.facebook.com/ancientism.anchalee
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group