Thaikids.com Thaikids.com
คุยทางไกลกับไทยคิดส์
กระดานข่าวเก่าเพื่ออ้างอิงข้อมูลเชิญทางนี้ครับ
ติดต่อเวบมาสเตอร์เชิญทางนี้ครับ
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

ประวัติความเป็นมาของวงดนตรีไทยคณะเสริมมิตรบรรเลง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:10 am    เรื่อง: ประวัติความเป็นมาของวงดนตรีไทยคณะเสริมมิตรบรรเลง ตอบโดยอ้างข้อความ

วันนี้ได้โอกาสรื้อค้นบ้านตัวเองครับ เจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ห่างหายสายตาไปนาน เป็นหนังสือที่ชื่อว่า “เพลงไทยเดิม (ทั้งโน้ตและเนื้อ) ที่ระลึกในวาระคล้ายวันเกิดครบ 80 ปี นายเสริม ศาลิคุปต 27 สิงหาคม 2521” คนรุ่นหลังๆ หลายคนอาจจะไม่รู้จักชื่อของท่านว่ามีความสำคัญในวงการดนตรีไทยอย่างไร แต่ถ้าเอ่ยถึงคณะ”เสริมมิตรบรรเลง” รับรองว่าใครที่เป็นคอเครื่องสายผสม หรือปี่พาทย์ไม้นวม จะต้องเคยได้ยินได้ฟังผ่านหูกันมาบ้างจากแถบบันทึกเสียงที่ถ่ายสำเนากันเป็นทอดๆ มา หรือไม่ก็ตามรายการวิทยุดนตรีไทย (ซึ่งก็มีอยู่น้อยเต็มที) ผลงานการบันทึกเสียงของคณะเสริมมิตรบรรเลงนั้นเป็นที่ประจักษ์ว่ามีคุณูปการต่อการบันทึกประวัติศาสตร์วงการดนตรีไทยและคนดนตรีไทยรุ่นหลังๆ ได้ศึกษาต่อมาเป็นอย่างมาก เพราะบรรเลงด้วยนักดนตรีชั้นครูหลายท่าน มีเพลงไทยทั้งเพลงเก่าและเกิดขึ้นใหม่จากครูดนตรีมากมายหลายทางที่ปัจจุบันแทบจะไม่ได้ยินได้ฟังกันแล้วบันทึกเสียงเอาไว้ หลายนักร้อง หลายประเภทของวงดนตรีด้วยกัน และบันทึกเสียงด้วยระบบสเตริโอที่ ดีมากที่สุดในยุคสมัยนั้น ผลงานของคณะนี้จึงมีความเป็นอมตะทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

บทความที่จะนำมาลงเอาไว้ในกระทู้นี้ เป็นใจความสำคัญส่วนหนึ่งของบทความ “ประวัติความเป็นมา ของ วงดนตรีไทยคณะเสริมมิตรบรรเลง” เขียนโดย คุณเสริม ศาลิคุปต เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์มุมหนึ่งของดนตรีไทยที่คุณเสริม ศาลิคุปตได้สัมผัสในยุคสมัยสงครามโลก ถึงยุคก่อน 2520 บทความจะกล่าวถึงนักดนตรีชั้นครูที่อยู่เบื้องหลังมากมายซึ่งมีส่วนสำคัญต่อผลงานของคณะเสริมมิตรบรรเลง นอกจากนั้นบทความนี้จะทำให้เราเข้าใจเลยว่า เบื้องหลังเสียงดนตรีอันไพเราะนั้น คุณเสริม ศาลิคุปต ท่านมีแนวคิดในการดำเนินการบันทึกเสียงเพลงไทยและมีจุดประสงค์อย่างไรในการลงทุนลงแรงกายใจมากมาย บันทึกเสียงเพลงไทยเหล่านั้นเป็นระยะเวลาร่วมเกือบ 20 ปี ให้เราคนรุ่นหลังได้รับฟัง.....เผื่อได้อ่านแล้ว เราอาจจะได้ย้อนกลับมามองถึงอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปในวงการดนตรีไทยของเราในปัจจุบัน


แก้ไขล่าสุดโดย Clandestine เมื่อ Sun Mar 23, 2008 6:29 am, ทั้งหมด 3 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:15 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ประวัติความเป็นมา ของ วงดนตรีไทยคณะเสริมมิตรบรรเลง

เขียนโดย คุณเสริม ศาลิคุปต


ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอเรียนว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่นักดนตรี แต่เป็นนักชอบฟังและรักการดนตรีไทย ข้าพเจ้ารักและชอบฟังดนตรีไทยมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน ชอบไปฟังเขาเล่นกันในงานต่างๆ สมัยนั้นการบรเลงเพลงไทยด้วยวงเครื่องสายหาฟังได้ยากมาก เว้นแต่ในงานนักขัตฤกษ์ เช่น งานเฉลิมพระชนมพรรษา หรือที่โรงหนังพัฒนากร ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาทุกปี ทางราชการเขาจะจัดให้มีกระโจมสำหรับบรรเลงเพลงไทยด้วยวงแตรวงของทหารเรือที่ท่าราชวรดิษฐ์ วงของทหารบกบรรเลงที่กระโจมหน้ากระทรวงกลาโหม ข้าพเจ้าเป็นต้องไปนั่งฟังทุกครั้งไม่แห่งใดก็แห่งหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าชอบมากก็เพราะในการบรรเลงเพลงไทยนั้น เขาเอากลองแขกผสมเป็นจังหวะด้วย ทำให้เกิดความสนุกครึกครื้นไปกับเขาด้วย เฉพาะเพลงแขกลพบุรี ทยอยนอกทยอยในสนุกมาก สำหรับการบรรเลงด้วยเครื่องสายแล้ว ข้าพเจ้าชอบวงดนตรีที่มีออร์แกนผสมด้วย เพราะฟังแล้วนุ่มนิ่มนวลเยือกเย็นทุ้มๆ ดี อาจจะเป็นเพราะได้ฟังจากโรงหนังพัฒนากรซึ่งมีวงดนตรีของนายกุ๊น และวงนายโนรีบ่อยๆ ก็ได้ ถ้าท่านผู้ใดเกิดทันในสมัยนั้นคงได้ฟังบ้าง

ข้าพเจ้าเริ่มมีชีวิตคลุกคลีกับวงการดนตรีอย่างแท้จริง เมื่อ พ.ศ. 2486 เมื่อญี่ปุ่นได้บุกประเทศไทยได้ประมาณปีเศษ ขณะนั้นข้าพเจ้ารับราชการอยู่กรมที่ดิน ครั้งหนึ่งกรมที่ดินจัดงานประจำปี ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้จัดงานประจำปี เพื่อให้งานครึกครื้นข้าพเจ้าจึงได้จ้างดนตรีวงนายเจือ เสนีย์วงศ์ ฯ ให้มาบรรเลงในงาน ค่าจ้างเวลานั้น 20 บาท เสร็จงานแล้วมีข้าราชการหลายคนมาบอกข้าพเจ้าว่า ข้าราชการในกรมของเรามีนักดนตรีที่มีฝีมือดีหลายคนต่อไปอย่าไปจ้างเขาอีกเลย แต่นั้นมาข้าพเจ้าก็เริ่มรวบรวมข้าราชการที่เป็นนักดนตรีตั้งเป็นวงขึ้น ในระยะต้นๆ ก็เล่นกันเพียงแค่สนุก ใครมีเครื่องอะไรก็นำมาเล่นกัน ไม่มีการผสมวงที่ถูกต้องครบถ้วนนัก เมื่อการสงครามโลกครั้งที่ 2 มีความคับขันยิ่งขึ้น โดยฝ่ายสัมพันธมิตรบินมาบอมบ์กรุงเทพ ฯ การฝึกซ้อมก็ห่างไป เพราะทางราชการได้อพยพส่วนราชการต่างๆ ของกรมออกไปอยู่ตามวัดต่างๆ ในสวนฝรั่งธนบุรี แต่พวกที่ยังรักสนุกอยู่ ก็ยังรวมวงซ้อมกันอยู่บ้าง

ในระยะต่อมาสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีสโยบายส่งเสริมวัฒนธรรมหลายอย่างเพื่อให้เป็นมหาอำนาจเช่นเดียวกับญี่ปุ่น ในการนี้มีการส่งเสริมให้ข้าราชการเล่นรำวงในวันหยุดราชการด้วย เพื่อเป็นการกล่อมขวัญมิให้ตื่นเต้นเกี่ยวกับสงคราม พวกข้าราชการที่เป็นนักดนตรีที่จับกลุ่มเล่นกันเองอยู่แล้ว ก็เลยถือโอกาสรวบรวมตั้งขึ้นเป็นวงที่ครบเครื่อง เพื่อสนองนโยบายโดยการบรรเลงเพลงรำวงด้วยวงเครื่องสายผสมออร์แกนแต่นั้นมา อย่างไรก็ดีเครื่องมือในการบรรเลงก็ยังไม่ค่อยครบถ้วนนัก ข้าพเจ้าในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขานุการกรม จึงออกปากกับบรรดาเพื่อนฝูงและผู้ที่ชอบพอคุ้นเคย ขอความสนับสนุนในเรื่องเครื่องมือต่างๆ ในที่สุดก็ได้เครื่องมือครบวง ทั้งนี้ได้รับความสนับสนุนจากคุณพระผดุงทะเบียนกิจ อธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้น ในวันหยุดราชการนักดนตรีก็มักชวนกันไปซ้อมมือที่บ้านข้าพเจ้า ตอนนั้นข้าพเจ้าได้อพยพไปอาศัยบ้านญาติอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ใกล้วัดนวลนรดิศและใกล้ประตูน้ำภาษีเจริญ


แก้ไขล่าสุดโดย Clandestine เมื่อ Sun Mar 23, 2008 6:53 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:21 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

นักดนตรีชุดแรกเท่าที่ข้าพเจ้านึกได้ขณะที่เขียนบันทึกนี้ ส่วนมากเป็นข้าราชการกรมที่ดิน เช่น

1. นายศรี คูตานนท์ ผู้นี้มีอายุมากกว่าเพื่อน ข้าพเจ้าได้มอบให้เป็นหัวหน้าควบคุมวง มีความสามารถตีขิมและสีไวโอลินได้ดี

2. นายอนันต์ ดูรยชีวิน บุตรของหลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยชีวิน) เป็นคนสีซอด้วงฝีมือดีมาก

3. นายพร้อม พิมพ์สวัสดิ์ เป็นคนเป่าขลุ่ย (เมื่อครั้งเป็นนักเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบเป็นคนเป่าแตร เป็นลูกศิษย์ครูฟู)

4. นายเสถียร (จำนามสกุลไม่ได้) เป็นคนสีซออู้ สีได้ดีมากเป็นมือซออู้ดีคนหนึ่งในสมัยนั้น บางครั้งหลงไปรวมวงกับวงอื่น สีต้อนไปต้อนมาจนซอด้วงล้ม เกือบเกิดเรื่อง

5. นายชั้น สุนทรมาลัย เป็นคนดีดออร์แกนและตีขิม

6. นายประสาน วิริยะศิริ เป็นคนเป่าขลุ่ยหาตัวจับได้ยาก

7. นายไพรัช วรมนตรี เป็นนักเรียนจากศิลปากร เล่นเครื่องได้หลายอย่าง

8. นายอนันต์ (เป็นช่างรังวัด จำนามสกุลไม่ได้) เล่นไวโอลินอย่างเดียว

9. นายสกล วรดิถี เป็นคนตีโทนรำมะนา ซึ่งข้าพเจ้าคิดถึงเสียงกลองของเขาอยู่เสมอ เพราะฝีมือดีมาก จนมีฉายาว่าขุนโทน ปัจจุบันลาออกไปทำงานอยู่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย

10. นายพักตร์ โตสง่า เป็นคนตีระนาดเอกได้ บางเวลาก็ใช้ตีโทนรำมะนา

11. นายชิต แฉ่งฉวี ผู้นี้เป็นข้าราชการกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ นายศรี คูตานนท์ ชวนมาร่วมวงบอกว่าเป็นลูกของเพื่อน เป็นคนมีฝีมือทางดีดออร์แกนดีคนหนึ่ง ทราบว่าเป็นลูกศิษย์ครูเจือ เสนีย์วงศ์ ฯ ได้เพลงมาก เพราะเป็นผู้ที่เอาใจใส่จดจำเพลงไว้ได้มาก ทำให้เป็นหลักในการบรรเลง

ต่อมามีนายจิตร เสนีย์วงศ์ ฯ และนายยงยุทธ (จำนามสกุลไม่ได้) เป็นข้าราชการกรมการประมงสมัครมาร่วมวงด้วยอีก 2 คน ขณะนั้นเรามีนักร้องหญิงอยู่คนเดียว คือ ฉวีวรรณ วรมนตรี ภรรยานายไพรัช วรมนตรี ภายหลังนายศรี คูตานนท์ได้ไปชวนนางสาวเติม ธนโกเศศ (บุตรีครูเตียง) มาเป็นนักร้องอีกคน นอกจากเป็นนักร้องแล้วยังสีซอด้วงได้ดีอีกด้วย ทำให้การบรรเลงดนตรีของวงกรมที่ดินเป็นปึกแผ่นเล่นได้เรียบร้อยจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในขณะนั้น ต่อมานางสาวเติมได้แต่งงานกับนายชิต แฉ่งฉวี และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเบ็ญจรงค์ และได้รับการบรรจุให้เป็นข้าราชการกรมที่ดิน ต่อมาลาออกไปทำงานอยู่ธนาคารออมสิน ส่วนนายชิต ฯ ยังคงเป็นข้าราชการกรมอุทกศาสตร์และต่อมาได้เลื่อนขั้นเป็นข้าราชการสัญญาบัตร มียศเป็นเรือตรีและได้เลื่อนขึ้นเป็นลำดับจนได้เป็นเรือเอก


แก้ไขล่าสุดโดย Clandestine เมื่อ Sun Mar 23, 2008 6:26 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:26 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

วงดนตรีของกรมที่ดินขณะนั้นเป็นวงเครื่องสายผสมออร์แกน วงดนตรีสมัครเล่นเวลานั้นมีไม่กี่วง เท่าที่ข้าพเจ้านึกได้มีวงของกรมประชาสัมพันธ์ วงของจเรสื่อสาร วงของโรงงานยาสูบ วงของโรงงานสุราบางยี่ขัน วงของคุรุสภา ที่ไม่ใช่วงของข้าราชการก็มีวงเตชนะเสนี นอกจากนั้นอาจจะมีอีกข้าพเจ้าจำไม่ได้

วงดนตรีของกรมที่ดินได้รับใช้งานของกระทรวงทบวงกรมหลายแห่ง นอกจากงานในกรมที่ดินแล้ว เช่น งานวันเกิดท่านรัฐมนตรี พลเอก มังกรพรหมโยธี, ท่านพลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา งานบ้านคุณหลวงบุรกรรมโกวิท อธิบดีกรมโยธา, งานของกระทรวงเกษตร (สมัยนั้นกระทรวงเกษตรยังตั้งรวมอยู่ในบริเวณกรมที่ดินปัจจุบัน) งานตลาดนัดของมหาวิทยาลัยเกษตร จำได้ว่าเราไปช่วยงานอยู่ 2-3 ปี ที่กรมชลประทานมีงานอะไรต้องขอร้องมาให้ไปช่วยบรรเลงทุกครั้งเพราะท่านอธิบดี (ชูชาติ กำภู) ท่านชอบดนตรีไทยมาก งานบรรเลงที่สังคีตศาลาของกรมศิลปากรตั้งแต่เริ่มต้นปีแรก (สมัยนั้นบรรเลงที่ศาลาเล็ก หน้าโรงละครเก่า) ต่อมาเปลี่ยนที่มาบรรเลงที่สนามข้างโรงละครแห่งชาติหลังใหม่ ก็ได้รับเชิญให้ไปบรรเลงทุกปี

ในปี 2501 ทางสถานี ท.ท.ท. สี่แยกคอกวัวได้เปิดรายการออกอากาศขึ้นใหม่เป็นรายการกล่อมนิทราในระบบ เอ.เอ็ม.โมโน เวลา 22.30 น. ถึง 23.00 น. คณะดนตรีกรมที่ดินได้ปรึกษากันว่าควจะออกอากาศเผยแพร่ดนตรีไทยให้ประชาชนได้ฟังเพลงกันมากขึ้น จึงได้ติดต่อคุณจำนง รังสิกุล ขณะนั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดรายการ ขอวันเวลาออกอากาศ 2 วัน คือวันอังคาร และวันพฤหัส ก็ได้รับความสนับสนุนอนุญาตให้ไปออกอากาศได้ตามวันเวลาที่ขอไป แต่ให้หาสปอนเซอร์เอาเอง ข้าพเจ้าจึงได้ไปขอความกรุณาจากคุณวิทย์ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของบริษัทบุญรอดฯ ขอให้ท่านช่วยสนับสนุนรายการดนตรีนี้ด้วย ก็ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทบุญรอดฯ เป็นอย่างดี ตลอดมาจนป่านนี้เป็นเวลา 21 ปีแล้ว ในการไปบรรเลงออกอากาศโดยรับสปอนเซอร์เช่นนี้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อจากวงดนตรีกรมที่ดินมาเป็น วงดนตรีคณะเสริมมิตรบรรเลง เพราะจะไปเอาชื่อกรมที่ดินมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจการบันเทิงไม่ได้ วงดนตรีคณะเสริมมิตรบรรเลงจึงมีกำเนิดตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนบัดนี้
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:35 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอย้อนกลับมากล่าวถึงนักดนตรีอีกหน่อย เริ่มตั้งแต่ปี 2486 เป็นต้นมา นักดนตรีประจำวงมีการเปลี่ยนตัวกันตลอดเวลา บางคนก็โอนไปรับราชการกรมอื่น เวลาที่จะมาร่วมเล่นก็มีน้อยลง บางคนก็มีความจำเป็นส่วนตัวมาร่วมวงไม่ได้บางคนก็ตายจากไปเลย เช่นนายศรี คูตานนท์, นายพร้อม พิมพ์สวัสดิ์, (ก่อนตายได้เป็นข้าราชการชั้นพิเศษ) นายเสถียรฯ นายชั้น สุนทรมาลัย, นายประสาร วิริยะศิริ, นายอนันต์ ดูรยชีวิน ท่านผู้นี้ออกจากกรมที่ดินไปอยู่กรมศิลปากรแล้วจึงตาย เป็นที่น่าเสียดายที่ยังไม่ควรตายเมื่ออายุยังน้อยอยู่ ทุกคนที่กล่าวนามมานี้อายุน้อยกว่าข้าพเจ้าทั้งนั้น เมื่อพวกนี้ตายก็มีคนใหม่เข้ามาเล่นแทน มี นายบัว เชียงตัน, นายจำนงค์ ส่งศรีวัฒน์, และคุณต้องจิตร ส่งศรีวัฒน์, นายประจิตร ชัยเจริญ ท่านผู้นี้มีความชำนาญในการกลึงงาทำซอด้วงและซออู้ น่าเสียดายที่ตายเสียแล้ว, นายจำลอง อิศรางกูร ณ อยุธยา ตีโทนแทนนายสกล วรดิถี, นายกมล มาลัยมาลย์ เป่าขลุ่ยดีมาก, นายสืบ (จำนามสกุลไม่ได้) นายเรวัต (จำนามสกุลไม่ได้) สีซอด้วงดี (คาดว่าน่าจะเป็นคุณเรวัต เชนยะวณิช มือซอด้วงวงวัชรบรรเลงในเวลาต่อมา นะครับ) บางครั้งมีท่านที่มีใจรักดนตรีและชอบสนุกได้มาร่วมวงด้วย เช่น คุณหมอเจริญ บุณยรัตพันธุ์, คุณเลียบ ภรรยาคุณหมอเจริญ (บุตรีคนโตของพระยาเสนาะดุริยางค์ พี่สาวครูเลื่อนและครูเจริญใจ ครับ) และคุณหลวงไพเราะเสียงซอ

ในตอนปลายปี 2503 คุณแช่มช้อย ดุริยพันธุ์ ได้พาสุรางค์ บุตรสาวมาฝากให้เป็นนักร้องประจำวง สุรางค์ ดุริยพันธุ์ ขณะนั้นมีอายุ 21 ปียังร้องไม่ดีเหมือนขณะนี้ แต่ก็ทำให้เพลงที่ออกอากาศของคณะเสริมมิตรบรรเลงขณะนั้นมีความไพเราะดีขึ้น สุรางค์ ฯ ร้องประจำวงเสริมมิตรฯ ตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ (2521) เป็นเวลา 18 ปี เป็นนักดนตรีที่อยู่นานและเก่าที่สุดในวงเสริมมิตรขณะนี้
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:38 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ต้นปี 2504 ข้าพเจ้าครบเกษียณ ต้องออกจากราชการที่ข้าพเจ้ารับใช้มาเป็นเวลา 42 ปี ตั้งแต่เสมียนจนถึงรองอธิบดี ทำให้มีเวลาว่างมาก จึงได้หันมายึดเอาดนตรีเป็นงานอดิเรก โดยปรับปรุงฝึกซ้อมการนำเพลงไปออกอากาศให้เรียบร้อยยิ่งขึ้น สถานที่ฝึกซ้อมตอนแรกข้าพเจ้ายอมให้ใช้ห้องรับแขกที่บ้านข้าพเจ้าเป็นที่ซ้อมทุกวันเสาร์ ซ้อมให้ได้เพลงพอไปเล่นได้ตลอดอาทิตย์ ขณะนั้นยังไม่มีห้องบันทึกเสียง เพลงใดใครยังไม่แม่นก็ซ้อมกันให้ได้ เพราะเป็นการออกอากาศรายการสด ผิดไปแล้วก็แก้ไม่ได้ และค้นคว้าหาเพลงใหม่มาเล่นเสมอ บางทีก็ทำให้เกิดความไม่สะดวกแก่ผู้ที่ไม่ได้เพลง และไม่มีเวลาต่อเพลงก็เลยหยุดพักการร่วมวงไปเองก็มีหลายคน

ข้าพเจ้าขอกล่าวถึงท่านนักดนตรีสมัครเล่นอีกผู้หนึ่ง คือ นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล ข้าพเจ้าได้รู้จักกับนายแพทย์พูนพิศ เมื่อกลางปี 2505 โดยข้าพเจ้าป่วยไปรักษาตัวอยู่ที่ตึกธนาคารไทยพาณิชย์ โรงพยาบาลศิริราช คุณหมอพูนพิศยังเป็นแพทย์ฝึกหัด ได้มาเยี่ยมและฟังเสียงดนตรีจากเทปของข้าพเจ้า คุยกันถูกคอมาก เพราะรักดนตรีไทยด้วยกัน ต่อมาภายหลังทราบว่าเป็นญาติกับกัณหาภรรยาข้าพเจ้า จึงได้สนิทสนมยิ่งขึ้น จนได้มาเล่นดนตรีด้วยโดยเป็นผู้สีซอด้วงในการบรรเลงเครื่องสายเครื่องคู่ ณ สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 เมื่อปี 2505 คุณหมอพูนพิศ อมาตยกุล ได้หยุดไปพักหนึ่งเพราะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ

การบรรเลงออกอากาศในขณะนั้น บรรเลงด้วยวงเครื่องสายผสมออร์แกนและแสดงเป็นรายการสด คือขนเครื่องดนตรีขึ้นไปบรรเลงบนตึกสถานี ท.ท.ท. ชั้น 3 ที่สี่แยกคอกวัว ท่านผู้อ่านคงนึกวาดภาพออกว่ามันแสนจะทุลักทุเลปานใด ในการแบกออร์แกนขึ้นบันไดถึง 3 ชั้น ไปแสดง บางท่านต้องนั่งหอบอยู่พักใหญ่กว่าจะบรรเลงได้ เช่น คุณหลวงไพเราะเสียงซอ เป็นต้น นอกจากสถานี ท.ท.ท. เรายังไปแสดงที่สถานี 1 ป.ณ. อีกด้วย เป็นการแสดงรายการสดเช่นเดียวกัน เราทำอยู่อย่างนี้เป็นเวลา 4-5 ปี ในตอนหลังเราได้รับความกรุณาจากคุณจำนง รังสิกุล ให้นำวงดนตรีไปอัดเสียงที่ห้องส่งโทรทัศน์ของไทย ที.วี. ช่อง 4 บางขุนพรหมได้ แล้วเราก็นำเทปนั้นไปออกอากาศที่ ท.ท.ท. สี่แยกคอกวัวอีกทีหนึ่งเป็นการทุ่นแรงไม่ต้องแบกออร์แกนขึ้นบันได 3 ชั้นอีก นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง เราได้รับความกรุณาอย่างนี้อยู่ประมาณปีเศษก็งด เพราะข้าพเจ้าได้สร้างห้องบันทึกเสียงขึ้นเอง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:42 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ในปี พ.ศ. 2507 ข้าพเจ้าได้ทราบว่า บริษัท ท.ท.ท. สี่แยกคอกวัวทำการเปลี่ยนแปลงห้องส่งกระจายเสียงขึ้นใหม่ โดยจะกระจายเสียงในระบบสเตริโอ เอฟ.เอ็ม. มัลติเพล็กส์ เพิ่มขึ้นอีกระบบหนึ่งเป็นระบบแยกเสียงดนตรีได้ชัดเจนและไพเราะมากกว่าระบบ เอฟ.เอ็ม. อย่างเก่า ข้าพเจ้าสนใจจึงไปขอดูห้องส่งที่กำลังสร้างใหม่ รู้สึกถูกใจมาก และประจวบกับขณะนั้นข้าพเจ้ากำลังต่อเติมขยายบ้าน จึงได้จ้างผู้รับเหมาคนเดียวกันกับที่สร้างห้องขยายเสียงของบริษัท ท.ท.ท. ให้มาทำการสร้างห้องบันทึกเสียงที่บ้านข้าพเจ้าและได้ขอคำแนะนำจากอาจารย์อดิศร โรจนประดิษฐ์ ซึ่งเป็นนายช่างควบคุมการก่อสร้างและประกอบเครื่องส่งออกอากาศอยู่ในขณะนั้น ก็ได้รับคำแนะนำและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี พร้อมทั้งส่งนายชัชวลิต อมาตยกุล ซึ่งเป็นผู้ช่วย มาช่วยแนะนำการติดตั้งเครื่องบันทึกเสียงด้วย ในการสร้างห้องบันทึกเสียงนี้ ข้าพเจ้าได้เอาแบบของสถานี ท.ท.ท. ทุกอย่าง เป็นต้นทำกำแพง 2 ชั้น ฝาทุกฝาพื้นแพดานลอยหมดโดยมีใยแก้วอยู่กลาง เพื่อป้องกันเสียงภายนอกรบกวน สำหรับเครื่องเทปบันทึกเสียง ข้าพเจ้าซื้อเครื่อง Ampex ระบบสเตอริโอ Two Tracks 2 เครื่อง และระบบโมโน Full Track 1 เครื่อง อย่างเดียวกับที่ใช้ที่สถานี ท.ท.ท. ส่วนเครื่องรวมเสียง (Mixer) ข้าพเจ้าได้หารือกับอาจารย์อดิศรฯ แล้วว่าจะทำอย่างไร เพราะตามที่มีขายในท้องตลาดนั้น แต่ละยี่ห้อมีหน้าที่ทำงานหลายอย่างเกินความจำเป็นที่ข้าพเจ้าต้องการ เช่น ใช้ออกอากาศก็ได้ เล่นจานเสียงก็ได้ ซึ่งไม่ตรงตามจุดมุ่งหมายของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องการแต่เสียงจากไมโครโฟนมาลงเทปอย่างเดียว และต้องการใช้ไมโครโฟน 14 ตัว เพราะต้องการใช้ไมโครโฟน 1 ตัว ต่อเครื่องมือดนตรี 1 ชิ้น แม้ฉิ่งก็ต้องการใช้หนึ่งตัวเป็นต้น ซึ่งอาจารย์อดิศร ฯ บอกว่า ถ้าสั่งซื้อจากต่างประเทศก็เป็นเงินเรือนแสนในขณะนั้น เพราะเขาต้องทำให้เป็นพิเศษเครื่องเดียว ในที่สุดอาจารย์อดิศร ฯ รับสร้างให้โดยเอาแบบเซอร์กิตของต่างประเทศผสมกัน ใช้ไมโครโฟนได้ 14 ตัว อาจารย์อดิศร ฯ ทำให้สำเร็จสมความประสงค์และได้ผลดีด้วย เสียเงินซื้ออุปกรณ์พร้อมทั้งค่าแรงไปไม่เกิน 2 หมื่นบาท นับว่าอาจารย์อดิศร ฯ ได้ทำบุญคุณให้แก่คณะเสริมมิตร ฯ เป็นอันมาก ควรได้รับการยกย่องสรรเสริญ ที่สามารถทำใช้การได้ดีเท่าของต่างประเทศ อาจารย์อดิศร ฯ ผู้นี้ทราบว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้ดีทางไฟฟ้าในเรื่องเสียงมากผู้หนึ่ง ต่อมาเมื่ออาจารย์อดิศร ฯ ตายแล้ว นายสมพงษ์ หรั่งเพ็ชร์ ได้มาช่วยปรับปรุงแก้ไขและได้ใช้มาจนทุกวันนี้

ส่วนไมโครโฟน 14 ตัวนั้น เลือกซื้อเอาตามความเหมาะสมกับเครื่องดนตรี ข้าพเจ้าเลือกใช้ไมค์ยี่ห้อ Electrovoice 2 ตัว นอกนั้นใช้ไมค์ของ A.K.G. บังเอิญประจวบกับเวลาที่ข้าพเจ้าไปทัศนาจรประเทศต่างๆ ในยุโรป จึงได้มีโอกาสไปชมโรงงานที่เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตไมค์โครโฟนยี่ห้อ A.K.G. โดยเฉพาะ จึงได้รับคำแนะนำในการใช้กับเสียงของเครื่องดนตรีต่างๆ อีก นับว่าได้ประโยชน์มากในการเก็บเสียงลงเทป และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่นายช่างของบริษัท A.K.G. จำชื่อได้เลาๆ ว่าชื่อมิสเตอร์ฟริซเยอร์รัล มาตรวจตลาดทางตะวันออก และมาแวะประเทศไทยด้วย คุณวิชัย ฯ เจ้าของร้านวิชัยพาณิชย์ซึ่งเป็นเอเยนต์จำหน่าย A.K.G. ได้ถือโอกาสพามิสเตอร์ฟริซเยอร์รัลเยี่ยมห้องบันทึกเสียงของข้าพเจ้า และมิสเตอร์ฟริซฯ ได้ให้คำแนะนำอะไรไว้หลายอย่างเกี่ยวกับไมโครโฟนชนิดไหน ควรใช้แก่เครื่องมือดนตรีเสียงชนิดไหน ทำให้การบันทึกลงเทปได้ผลดีขึ้น
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:46 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ห้องบันทึกเสียงได้เสร็จเรียบร้อยลงตอนปลายปี 2508 ข้าพเจ้าก็เริ่มลงมือบันทึกเสียงในระบบสเตริโอ เอฟ.เอ็ม มัลติเพล็กส์ เป็นต้นมา ส่วนดนตรีในขณะนั้นคงใช้เครื่องสายผสมออร์แกนไปอย่างเดิม แต่สำหรับนักดนตรีก็ต้องปรับปรุงตัวเองตลอดจนเพลงการที่จะเล่นก็ต้องซ้อมให้แม่นยำ เพราะไมโครโฟนมันตั้งอยู่ข้างหน้า เสียงอะไรผิดไป มันก็ฟ้องตัวเองเข้าไปในห้องบันทึก ถ้าผิดก็ต้องลบทิ้งแล้วอัดใหม่ บางครั้งก็เล่นซ้ำกันหลายเที่ยวจนกว่าจะดีเรียบร้อย ม้วนเทปที่ใช้บันทึกเสียงนั้นข้าพเจ้าใช้ชนิดที่นิยมใช้กันเป็นต้นฉบับ แม้ราคาสูงแพงกว่าเทปธรรมดาก็ต้องเอา เพราะต้องเก็บไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี ส่วนเทปที่ใช้สำหรับออกอากาศนั้นเราใช้เทปธรรมดาโดยคอปปี้จากเทปต้นฉบับ เพลงที่ออกอากาศเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจัดเพลงออกอากาศ จะพยายามคัดเลือกไม่ให้เพลงซ้ำกันภายในเวลาราวสามเดือนแต่ละสถานี

ในระยะหลังนี้ เมื่อมีห้องบันทึกเสียงดีแล้ว มีนักดนตรีหมุนเวียนกันมาร่วมเล่นอีกหลายคน เช่น เรือเอก แสวง วิเศษสุด, เรือโท ยรรยง แดงกูร, นายสุรชัย แดงกูร, นายสืบ ภู่เหมือน และรำพึง โปร่งแก้วงาม เป็นนักดนตรีหญิงคนเดียวที่บรรเลงแอคคอร์เดี้ยนได้ดีเป็นพิเศษ นอกจากแอคคอร์เดี้ยนแล้วยังเล่นขิมได้อีกด้วย นักร้องก็มีระเบียบ มาลัยมาลย์, สำเนียง ฟักภู่ และฉวีวรรณ เปลี่ยนทันผล ผู้นี้ได้เพลงมาก และร้องทนดี แต่น่าเสียดายโชคร้ายได้ตายเสียก่อนเวลาอันควร อีกคนหนึ่งคือ บุญชู ทองเชื้อ นักร้องผู้นี้เคยมาร่วมร้องอยู่ก่อนพักหนึ่งแล้วหยุดไป ทราบว่าไปทำงานอยู่กรมรถไฟ และเลยเป็นนักร้องประจำของวงดนตรีกรมรถไฟ แล้วต่อมาออกจากกรมรถไฟและไปร้องประจำวงดนตรีของกรมตำรวจอยู่พักใหญ่ แล้วกลับมาร่วมวงเสริมมิตรบรรเลงอีก นักร้องทั้งหมดที่กล่าวนามนี้ปัจจุบันก็ยังคงร้องประจำคณะเสริมมิตร ฯ อยู่ เว้นแต่ระเบียบ มาลัยมาลย์คนเดียวเท่านั้นที่หยุดร้องไปหลายปีแล้ว แต่ก็ทิ้งเสียงเพลงไว้ที่ห้องบันทึกเสียงคณะเสริมมิตร ฯ หลายเพลง

ดนตรีที่ใช้บันทึกเสียงนั้น นอกจากเครื่องสายผสมออร์แกนแล้ว นักดนตรีของคณะเสริมมิตรฯ ยังสามารถบรรเลงด้วยเครื่องสายเปียโนผสมแอคคอร์เดี้ยนได้อีกด้วย เพราะเรามีนักดนตรีหญิงที่สามารถเล่นแอคคอร์เดี้ยนได้ การบันทึกเสียงจึงผลัดกันแสดงคนละเดือน เช่น บันทึกเครื่องสายผสมออร์แกนเดือนหนึ่ง เดือนต่อไปบันทึกเครื่องสายเปียโนผสมแอคคอร์เดี้ยน สำหรับเครื่องสายเปียโนผสมแอคคอร์เดี้ยนมีคนชอบฟังมากเหมือนกัน เพราะเสียงเย็นๆ ทุ้มๆ เพราะดี ข้าพเจ้าได้ทำการเปลี่ยนกันบันทึกเสียงเช่นนี้มาเป็นเวลานาน
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:49 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

จนในระยะต่อมามีผู้ฟังหลายท่านได้ติดต่อเป็นเชิงขอร้องมายังข้าพเจ้าบ่อยครั้ง ทั้งทางต่างจังหวัดและในกรุงเทพฯ ว่าอยากฟังดนตรีที่บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์บ้าง ข้าพเจ้าก็อยากเอาใจผู้ฟัง ทั้งๆ ที่นักดนตรีของคณะเสริมมิตรมีแต่ผู้ที่ชำนาญเครื่องสาย ข้าพเจ้าจึงเชิญวงปี่พาทย์ของกองดุริยางค์ทหารเรือมาบรรเลงแบบปี่พาทย์ไม้นวม ซึ่งข้าพเจ้าอัดเสียงไว้ได้ เช่น เพลงตับของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์, ตับพรหมมาศ, ตับนาคบาศ, ตับนางซินเดอร์ริลลา ฯลฯ วงดนตรีของทหารเรือมาเล่นอยู่หลายเดือน โดยเล่นผลัดเปลี่ยนกับเครื่องสายผสมออร์แกนและเครื่องสายเปียโนผสมแอคคอร์เดี้ยนบ้างเป็นระยะไป จนมาในเมื่อราว พ.ศ. 2510 ข้าพเจ้าอยากจะเปลี่ยนฟังเสียงเพลงปี่พาทย์ของวงคุณประสิทธิ์ ถาวร บ้าง จึงได้ไปขอร้องเชิญคุณประสิทธิ์ ถาวร ให้นำวงมาบรรเลง คุณประสิทธิ์ ถาวร ก็ได้จัดวงปี่พาทย์ไม้นวมประกอบด้วยลูกศิษย์นักดนตรีจากวิทยานาฏศิลป์ กรมศิลปากร และนักร้องอีก 2 คน คือ คุณวัฒนา แดงสว่าง และคุณทัศนีย์ ขุนทอง มาบรรเลงที่ห้องบันทึกเสียงของข้าพเจ้าโดยซักซ้อมมาเรียบร้อย ในวันแรกบันทึกได้เพลงตับนางลอยตับใหญ่ ในวันต่อมาก็บันทึกได้ตับเพลงพญาผานอง ได้เสียงเพลงที่ไพเราะมาก เพราะบางเวลาคุณประสิทธิ์ลงมือตีระนาดเอกเอง คุณประสิทธิ์ช่วยได้ 2-3 ครั้งก็ต้องหยุดไป เพราะไม่ค่อยมีเวลาว่างเป็นที่น่าเสียดายมาก ขณะนี้เพลงดังกล่าวยังเก็บรักษาไว้อย่างดีที่บ้านข้าพเจ้า และเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2509 คุณเจริญใจ สุนทรวาทิน ได้มาเยี่ยมห้องบันทึกของข้าพเจ้า เลยเชิญให้ร้องเพลงตับวิวาห์พระสมุทร แล้วข้าพเจ้าได้บันทึกเสียงไว้เพราะมาก ซึ่งข้าพเจ้าได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีเช่นกัน
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:54 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

เมื่อราวกลางปี พ.ศ. 2511 นายเฉลิม บัวทั่ง ได้มาเยี่ยมข้าพเจ้าที่บ้าน ข้าพเจ้าเลยพาชมห้องบันทึกเสียง และปรารภว่าอยากได้วงปี่พาทย์ของนายเฉลิม บัวทั่ง มาบันทึกเสียงบ้าง เพราะทราบว่าเวลานี้คุมวงปี่พาทย์อยู่ นายเฉลิม บัวทั่ง ก็รับปากจะมาช่วยด้วยความยินดี เพราะระลึกถึงเรื่องเก่าๆ เมื่อครั้งอยู่กรมที่ดิน นาย เฉลิม บัวทั่ง นี้เดิมเป็นลูกน้องของ พ.อ. พระปจญปัจจนึก เดิมเป็นเจ้ากรมพลาธิการทหารบก แล้วโอนมาเป็นอธิบดีกรมที่ดินและโลหะกิจในสมัยนั้น นายเฉลิม บัวทั่ง ก็ตามมาขอสมัครเข้าทำงานในกรมที่ดินด้วย คุณพระปจญฯ สั่งให้ข้าพเจ้าหาทางช่วยด้วย ขณะนั้นตำแหน่งในกรมที่ดินไม่มีว่าง เผอิญเป็นเวลาที่ไทยเราได้จังหวัดพระตะบอง และจังหวัดพิบูลสงครามคืนมาจากฝรั่งเศส กรมที่ดินจึงมีตำแหน่งว่างที่จังหวัดพิบูลสงคราม ข้าพเจ้าจึงส่งนายเฉลิม บัวทั่ง ไปบรรจุเป็นเสมียนชั้นจัตวาที่นั่น นายเฉลิม บัวทั่ง ไปทำงานอยู่ที่จังหวัดพิบูลสงครามหลายเดือน ในระหว่างที่อยู่นั้น นายเฉลิม บัวทั่งได้ไปจดจำทำนองเพลงเขมรมาได้หลายเพลง และอาศัยที่มีความสามารถบรรเลงระนาดเอกได้ เลยทำให้นายเฉลิม บัวทั่ง สนิทสนมเข้ากับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี

ต่อมาภายหลังข้าพเจ้าได้ย้ายนายเฉลิม บัวทั่ง กลับเข้ากรมที่ดิน ข้าพเจ้าเองก็ยังไม่ทราบว่านายเฉลิม บัวทั่ง นี้เป็นนักดนตรีที่มีความชำนาญเครื่องมือดนตรีหลายอย่าง จนกระทั่งวันหนึ่งกระทรวงมหาดไทยกำหนดมีงานฉลองอะไรนั้นข้าพเจ้าจำไม่ได้ สั่งให้แต่ละกรมจัดการเล่นไปร่วมแสดงรอบๆบริเวณกระทรวงมหาดไทยชั้นล่าง ขณะนั้นมีคนมาบอกว่านายเฉลิม บัวทั่ง เป็นนักดนตรีที่มีความชำนาญเล่นเครื่องดนตรีหลายอย่าง ข้าพเจ้าจึงได้เรียกนายเฉลิม บัวทั่งมาปรึกษาว่า ต้องการจะให้มีวงดนตรีหีบเพลงปากไปบรรเลงในงานที่กระทรวงมหาดไทย โดยไม่ต้องขนเอาเครื่องดนตรีไปแสดง นายเฉลิม บัวทั่ง ก็รับปากว่าจะจัดให้ โดยแนะให้ข้าพเจ้าหาช้าราชการประมาณ 20 คน มาฝึกหัดเป่าหีบเพลงปาก ข้าพเจ้าก็ได้ชักชวนข้าราชการที่เล่นดนตรีได้ แล้วนำมามอบให้นายเฉลิม บัวทั่ง เป็นผู้ฝึกหัด พร้อมทั้งเป็นผู้หาหีบเพลงปากเสียงทุ้ม เสียงกลาง และเสียงแหลม นำมาเป่าแบบประสานเสียง เพลงที่เตรียมฝึกซ้อมไว้มีเพลงประจำกรมที่ดิน ซึ่งอาจารย์มนตรี ตราโมท เป็นผู้แต่งให้พร้อมทั้งทำนองร้องด้วย เพลงปลุกใจ เช่น เพลงมณฑลบูรพา และเพลงเดินเดิน ฯลฯ ครั้นเมื่อได้ฝึกซ้อมกันดีแล้ว ก็ลองบรรเลงให้คุณพระผดุงทะเบียนกิจ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีฟัง ปรากฏว่าท่านพออกพอใจเป็นอันมาก ส่วนวิธีการบรรเลงนั้นข้าพเจ้าให้นักดนตรีแต่งชุดตรวจการเหมือนกับข้าราชการทั่วไป แล้วใส่หีบเพลงปากไว้ในกระเป๋ากางเกง ถึงเวลาที่บรรเลงก็จะได้นำออกมาเป่าได้ทันที ปรากฏว่าเมื่อถึงวันงานจริงๆ ได้ทำความประหลาดใจให้แก่ข้าราชการกรมอื่นๆ มาก โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พล.อ. หลวงพรหมโยธี ถึงกับลุกขึ้นยืนกล่าวคำชมเชยว่า หีบเพลงปากของกรมที่ดินบรรเลงได้ดีเหมือนกับวงอาชีพ ทั้งนี้ได้ยังความปลาบปลื้มใจแก่ท่านอธิบดีและข้าชการกรมที่ดินเป็นอันมาก นอกจากเวลาที่เดินทางไกล ข้าพเจ้าก็จะใช้วงหีบเพลงนี้บรรเลงไปในระหว่างเดินทางอีกด้วย

นับว่านายเฉลิม บัวทั่ง ได้ทำประโยชน์ให้แก่ข้าพเจ้าและกรมที่ดินเป็นอย่างมาก ต่อมานายเฉลิม บัวทั่ง ได้ลาออกจากราชการเพื่อไปประกอบอาชีพเป็นนายวงดนตรีของตนเอง ข้าพเจ้าเพิ่งทราบตอนที่นายเฉลิม บัวทั่ง ลาออกว่านายเฉลิมผู้นี้เป็นลูกศิษย์เอกคนสุดท้ายของพระยาประสานดุริยศัพท์ และได้รับถ่ายทอดของดีๆ ไว้หลายอย่าง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 6:58 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ในการที่นายเฉลิม บัวทั่ง ได้มาร่วมงานดนตรีกับข้าพเจ้าตอนหลังนี้ นายเฉลิม บัวทั่ง ได้นำลูกศิษย์ลูกหาที่มีฝึมือดีมาร่วมงานกับข้าพเจ้าอีกหลายคน อาทิเช่น นายประสงค์ พิณพาทย์ ผู้นี้มึฝีมือบรรเลงระนาดไม้นวมได้อย่างไพเราะผู้หนึ่ง และมีนายฉลวย ยวนเพ้ง เป็นผู้บรรเลงระนาดทุ้ม นายสมพร แววมณี เป็นผู้บรรเลงฆ้องวงใหญ่ และนายจำลอง แดงวิสุทธิ์ บรรเลงเครื่องหนัง พร้อมกันนั้นได้นำนางสุธารณ์ บัวทั่ง ซึ่งเป็นบุตรสาวมาร่วมบรรเลงจะเข้อีกคนหนึ่ง ต่อมาในระยะหลังประมาณ พ.ศ. 2516 นักดนตรีฝีมือดีจากกรมศิลปากร มาร่วมงานในวงดนตรีคณะเสริมมิตรบรรเลงอีก 3-4 คน เช่น นายสมาน น้อยนิตย์ มีฝีมือในประเภทเครื่องหนังและบรรเลงเครื่องมืออื่นได้อีกหลายอย่าง ทั้งเป็นผู้ที่มีความรู้ทางการบันทึกเสียงเป็นพิเศษอีกด้วย ข้าพเจ้าจึงให้เป็นผู้ช่วยในการบันทึกเสียงอีกอย่างหนึ่ง และเป็นกำลังสำคัญในการหาเพลงมาบันทึกเสียงเพื่อนำออกอากาศทางสถานีวิทยุอยู่เสมอ

ต่อมานายสมาน ฯ ได้ชวนนายบุญช่วย โสวัตร มาร่วมงานอีกคนหนึ่ง นายบุญช่วย โสวัตร นี้เป็นผู้ที่มีความสามารถในเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าทุกชนิด เพราะเป็นลูกศิษย์ของครูเทียบ คงลายทอง ครูปี่ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในเมืองไทย ต่อมาได้นายปกรณ์ รอดช้างเผื่อน มาบรรเลงจะเข้แทนนางสุธารณ์ที่หยุดพักไป และได้นายคงศักดิ์ (นามสกุลจำไม่ได้) (คาดว่าน่าจะเป็น คงศักดิ์ สุขีตานนท์ อดีตมือซอของกรมศิลปากรนะครับ) มาบรรเลงซออู้อีกคนหนึ่ง และยังได้นายสมชาย ทับพร ซึ่งเป็นนักร้องชายที่มีเสียงคล้ายคลึง ครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์ เป็นนักร้องที่มีแฟนติดอกติดใจมากทั้งหญิงและชาย นายเฉลิม บัวทั่ง ได้มาปรับปรุงวงคณะเสริมมิตรบรรเลงให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะได้เป็นทั้งผู้แต่งและผู้ควบคุมวง นับว่านายเฉลิม บัวทั่ง ได้ทำประโยชน์แก่ข้าพเจ้าและวงดนตรีเสริมมิตร ฯ มาก
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 7:02 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

เมื่อข้าพเจ้าเห็นว่ามีนักดนตรีพร้อมทุกเครื่องมือแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้หันมาบันทึกเสียงด้วยเครื่องมโหรี และปี่พาทย์ไม้นวมมากขึ้น โดยสับเปลี่ยนกันอยู่เสมอมา คณะเสริมมิตรฯ ได้ทำการบันทึกเสียงเป็นประจำในวันเสาร์ตลอดปี เริ่มตั้งแต่ 9.00 น. – 16.00 น. การบันทึกเสียงของข้าพเจ้านั้นไม่คำนึงถึงปริมาณของเพลงเป็นใหญ่ หากแต่พยายามเพ่งเล็งถึงความเรียบร้อย ความไพเราะ ถูกตามลักษณะของเพลงไทยเป็นหลักสำคัญ เพลงใดที่ไม่เรียบร้อยหรือมีข้อบกพร่องก็ลบทิ้งและบันทึกใหม่ให้ได้ดีจริงๆ โดยมี ร.อ. แสวง วิเศษสุด และนายเฉลิม บัวทั่ง เป็นผู้ตรวจเพลง มีนายสิญจน์ ศาลิคุปต เป็นผู้บันทึกเสียง และมีนายสมาน น้อยนิตย์ เป็นผู้ช่วย ส่วนม้วนเทปที่ใช้บันทึกเป็นต้นฉบับนั้น ข้าพเจ้าได้เลือกใช้เทปที่มีคุณภาพดีและเก็บไว้ได้นาน ซึ่งในระยะแรกใช้เทปยี่ห้อ Scotch บันทึกเสียง ต่อมาได้หันมาใช้เทปยี่ห้อ Ampex จุดสำคัญของข้าพเจ้าต้องการให้ห้องบันทึกเสียงของข้าพเจ้าเป็นห้องพิพิธภัณฑ์เพลงไทย เพื่อที่จะได้มีเพลงไทยไว้มากๆ และอาจจะเป็นที่ค้นคว้าเพลงไทยของผู้ที่สนใจเพลงไทยในอนาคตก็ได้ ทั้งนี้เพราะคณะเสริมมิตรบรรเลงได้บันทึกเพลงของบรรดาคณาจารย์ต่างๆ ไว้มากและหลายทาง และยังได้ทำเพลงใหม่ขึ้นอีกหลายสิบเพลง พร้อมทั้งมีวิธีการบรรเลงหลายแบบหลายอย่าง เพื่อให้นักดนตรีรุ่นหลังได้รู้ถึงการบรรเลงแบบต่างๆ ของดนตรีไทยด้วย

ประมาณปี พ.ศ. 2512 ข้าพเจ้าก็ได้นักร้องมาร่วมงานอีก 2 ท่าน คือ ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ และนายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล เมื่อท่านกลับจากการศึกษาต่อที่ต่างประเทศแล้ว ท่านผู้นี้นอกจากจะมีฝึมือในทางร้องแล้ว ยังเป็นผู้มีฝีมือในการประพันธ์บทเพลงอีกด้วย และต่อมาภายหลังก็เป็นกำลังสำคัญของคณะเสริมมิตรบรรเลง ในการประพันธ์บทร้องขึ้นใหม่หลายเพลง อาทิเช่น เพลงนเรศวรชนช้าง เถา, ลาวลำปางใหญ่ เถา, ลาวเจริญศรี เถา, เทวาประสิทธิ์ เถา, จระเข้ขวางคลอง เถา, ถอยหลังเข้าคลอง เถา ฯลฯ เป็นต้น
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 7:05 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

งานประจำของคณะเสริมมิตรบรรเลงคือการบันทึกเสียงเพื่อนำออกอากาศทางสถานีวิทยุ ท.ท.ท. และกรมจเรสื่อสาร ซึ่งทั้งสองสถานีออกอากาศในระบบสเตริโอมัลติเพล็กส์ คุณภาพของเพลงอยู่ในเกณฑ์มีเสียงไพเราะนุ่มนวล แยกเสียงสเตริโอได้อย่างชัดเจน อีกสถานีหนึ่งเป็นรายการกล่อมนิทราของ ท.ท.ท. รอบดึก เวลา 22.30 น. – 23.00 น. ทุกวันพฤหัสและอังคาร ในระบบ เอ.เอ็ม.โมโน คณะเสริมมิตรบรรเลงได้นำผลงานเพลงทั้งใหม่และเก่า ทั้งเพลงตับและเพลงเถา แม้กระทั่งเพลงระบำต่างๆ ที่ไพเราะออกอากาศสู่ประชาชนอยู่ตลอดปี

สำหรับงานนอกสถานที่ คณะเสริมมิตรบรรเลงได้รับเชิญให้ไปบรรเลงในงานต่างๆ เช่น งานของญาติมิตร งานชุมนุมสังสรรค์ งานวันเกิด และงานอื่นๆ อยู่เสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ประทับใจข้าพเจ้ามากคือ การบรรเลงและขับร้อง ณ สถานที่ตากอากาศ “ศาลีวิลล่า” อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2517 ในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธร เทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จมาเสวยพระกระยาหารกลางวัน เป็นการส่วนพระองค์ และได้ทรงพระกรุณาทรงซอด้วงพร้อมทั้งทรงขับร้องพร้อมกับนักร้องของคณะเสริมมิตรบรรเลงด้วยทรงพระสำราญยิ่ง โดยมี หม่อมเจ้าประเสริฐศรี ชยางกูร ทรงร่วมสีซออยู่ด้วย นับว่าเป็นเกียรติประวัติและเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อครอบครัวของข้าพเจ้าและคณะเสริมมิตรบรรเลงเป็นอย่างมาก ต่อมาประมาณอีก 7 หรือ 8 วัน ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้านำวงเสริมมิตรบรรเลงไปบรรเลงถวายอีกครั้งหนึ่งที่สนามหญ้าหน้าพระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ครั้งนั้นข้าพเจ้าจำได้ว่ามีวงปี่พาทย์ไม้แข็งของครูรวมจากจังหวัดราชบุรี และวงดนตรีเสริมมิตรบรรเลงไปบรรเลงถวายเฉพาะพระพักตร์ หลังจากที่ผลัดกันบรรเลงอยู่พักใหญ่ ทูลกระหม่อมฯ ก็ได้ทรงพระกรุณาเสด็จลงสีซอกับคณะเสริมมิตรฯ ในเพลงแขกสาหร่าย พร้อมด้วยท่านอดีตอธิบดีกรมศิลปากร (น.อ. สมภพ ภิรมย์ ร.น. )และครูมนตรี ตราโมท โดยที่ น.อ. สมภพ สีซออู้ ครูมนตรี ตราโมท ตีระนาดทุ้ม, นายประสงค์ พิณพาทย์ ตีระนาดเอก และยังมีครูเทียบ คงลายทอง ที่ไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ที่นั่นแล้ว เป่าขลุ่ย ม.ร.ว.หญิง ดวงใจ ชุมพล และนายแพทยพูนพิศ อมาตยกุล ขับร้อง คณะเสริมมิตรบรรเลงและผู้ที่ไปร่วมงานได้รับพระราชทานเลี้ยงอาหารเย็น จนค่ำจึงได้ทูลลากลับกรุงเทพฯ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 7:06 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ในโอกาสวันสำคัญต่างๆ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ วงดนตรีไทยคณะเสริมมิตรบรรเลงได้บันทึกเสียงเพลงถวายพระพรนำออกอากาศเป็นรายการพิเศษเสมอมาทุกปี โดยมีนายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล เป็นผู้ประพันธ์บทร้อง และนายเฉลิม บัวทั่ง เป็นผู้แต่งทำนองเพลง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตาต่อข้าพเจ้าและครอบครัวมาก ด้วยเหตุที่ทรงโปรดดนตรีไทย ข้าพเจ้าจึงมีโอกาสนำเทปเพลงที่บรรเลงโดยคณะเสริมมิตร ฯ ขึ้นทูลเกล้าถวาย รวมทั้งรับสนองพระบัญชาเป็นครั้งคราวที่มีพระประสงค์เพลงใดเพลงหนึ่งเป็นพิเศษ เช่นมีพระประสงค์เพลงตับอุณรุท ข้าพเจ้าก็ได้บันทึกเสียงถวาย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้าและภรรยานำเทปเพลงตับอุณรุทขึ้นทูลเกล้าถวายเป็นการส่วนพระองค์ และยังโปรดเกล้าพระราชทานบทพระราชนิพนธ์ให้นำมาบันทึกเสียงในเพลง “ลมพัดชายเขา” โดยโปรดให้ ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ เป็นผู้ขับร้อง พร้อมทั้งบทพระราชนิพนธ์อีกหลายบท ข้าพเจ้าและคณะเสริมมิตรบรรเลงมีความปลาบปลื้มที่มีโอกาสได้สนองพระกรุณาตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นอย่างยิ่ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Clandestine



เข้าร่วม: 22 Mar 2008
ตอบ: 16

ตอบตอบเมื่อ: Sun Mar 23, 2008 7:07 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

....
....
....
นอกจากพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระกรุณาพระราชทานเป็นอันมากตามที่เล่ามาแล้ว ในตอนต้นของหนังสือเล่มนี้ ยังได้ทรงพระกรุณาพระราชทานบทพระราชนิพนธ์มาตีพิมพ์ไว้เป็นพิเศษอีกด้วย ข้าพเจ้าและครอบครัวขอน้อมระลึกในพระมหากรุณาทั้งหลายนั้นไว้เหนือเกล้า สุดที่จะสรรหาคำใดมาบรรยายได้ จึงขอถวายพระพรให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานสมดังคำถวายพระพรที่จารึกไว้นั้นทุกประการ

(เสริม ศาลิคุปต)
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Thaikids.com -> เวทีดนตรีไทย ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จาก 2

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


SwiftBlue Theme created by BitByBit
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group